
ทางเลือกประเทศไทยดีขึ้นหรือเลวลง?
การเปลี่ยนแปลงประเทศไทยที่กำลังเกิดขึ้นไม่มีใครสามารถจะหยุดยั้งได้ เพราะอย่างไรก็ต้องเปลี่ยน แต่จะเปลี่ยนไปในทิศทางไหนอย่างไร เป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนต้องช่วยกันหาคำตอบ
การเปลี่ยนแปลงประเทศไทยที่กำลังเกิดขึ้นไม่มีใครสามารถจะหยุดยั้งได้ เพราะอย่างไรก็ต้องเปลี่ยน แต่จะเปลี่ยนไปในทิศทางไหนอย่างไร เป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนต้องช่วยกันหาคำตอบ
หากคนไทยไม่สนใจ ไม่ช่วยกัน ปล่อยให้รัฐบาล ผู้มีอำนาจ นักการเมือง นักวิชาการ องค์กรเอกชนไม่กี่คนไม่กี่กลุ่มทำกันเอง ประเทศไทยอาจเป็นอะไรที่ไม่สามารถจะคาดเดาได้ ถึงตอนนั้นก็สายเกินแก้กว่าจะมีโอกาสอีกทีก็ไม่รู้เมื่อไรบ้านเมืองจะวุ่นวายขนาดไหน แค่นี้ก็แตกแยกวุ่นวายฝุ่นตลบไม่รู้จะจบลงอย่างไร
ในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมาหลายปีแล้ว เพราะมาเรียนปริญญาเอก วิศวกรรมศาสตร์ทางด้านการบริหารจัดการน้ำ แบบเต็มเวลาที่ประเทศออสเตรเลียสองปีกว่าแล้ว อีกปีสองปีก็น่าจะจบได้ ก็เป็นความสุขอีกแบบหนึ่งที่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำมาตลอดคือการเรียนให้ถึงระดับปริญญาเอกให้ได้
วันนี้เห็นบ้านเมืองมีปัญหาก็อดกลุ้มใจไม่ได้ เพราะสุดท้ายหากเกิดอะไรขึ้นคนไทยทุกคนต้องได้รับผลแห่งการเปลี่ยนแปลงนั้นทั้งสิ้น ไม่ว่าจะดีหรือเลว จึงอยากจะแชร์ประสบการณ์ที่เคยทำงานกับทุกฝ่ายและวันนี้ก็ทำการค้นคว้าวิจัยไม่ได้ทำงานการเมืองกับฝ่ายไหนแล้ว ให้คนไทยได้มองเห็นภาพว่าจะเกิดอะไรขึ้นในเร็วๆ นี้
การเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน และจะมีเพียงดีขึ้นกับเลวลงเท่านั้น
เลวลง คือ การเปลี่ยนแปลงที่วุ่นวาย ตะลุมบอน ไม่เป็นขบวน ไม่มีระบบระเบียบ เร่งรีบ ขาดการมีส่วนร่วมที่แท้จริง ใครมือยาวสาวได้สาวเอา มองไม่เห็นหัวคนไทย ใช้อำนาจโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง ความยุติธรรม คุณธรรม ศีลธรรมและจริยธรรม เป็นต้น
ประเทศชาติจะไปทางไหน มีระบอบการปกครองอย่างไรไม่มีใครบอกได้ แต่ถ้าเคยอ่าน Blog ของ นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์ เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2557 หัวข้อเรื่อง “ขอเขียนถึงการเมืองหนึ่งครั้ง และครั้งเดียว” แล้วก็คงจะมองเห็นว่าพวกคนเดือนตุลาที่เคยหนีเข้าไปต่อสู้ในป่ารุ่นเดียวกับ นพ.สันต์ ที่มีอำนาจอยู่ พวกเขากำลังคิดอะไรทำอะไรอยู่ เพราะหลังจากกลับเข้ามาต่อสู้ทางการเมืองจนได้อำนาจรัฐมาแล้วก็ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปหลายอย่าง
บางคนก็ยังมีอำนาจอยู่ บางคนเคยมีตำแหน่งใหญ่โตขณะนี้หลบไปชักใยอยู่เบื้องหลัง วิธีการอาจเปลี่ยนรูปแบบไป แต่จิตใจ ความคิดและอุดมการณ์ยังคงเดิมหรือไม่ อ่าน Blog นพ.สันต์ แล้วจะมองเห็นภาพว่าเขากำลังคิดและทำอะไรกัน การแบ่งแยกและแย่งชิงประชาชนที่กำลังเกิดขึ้นก็ไม่ได้ต่างจากเมื่อก่อนเท่าใดนัก
สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ที่คนไทยรักและหวงแหน มาระยะหลังจะเห็นได้ว่าการล่วงละเมิดต่อสถาบันต่างๆ มีมากขึ้นเรื่อยๆ มีความพยายามที่จะบั่นทอนสถาบันให้เกิดความเสียหายอ่อนแอ จนในที่สุดไม่สามารถจะอยู่ได้ เพราะผู้มีอำนาจไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นิ่งเฉยละเว้นไม่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมาย จนทำให้ไม่มีใครเกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมืองอีกต่อไป จึงกล้าที่จะโจมตีใส่ร้ายป้ายสีสถาบันโดยเปิดเผยทั้งทางตรงต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่และทางอ้อมผ่านสื่อในรูปแบบต่างๆ
ที่สำคัญคือโรงเรียนและสถาบันการศึกษาก็ไม่ได้สอนวิชาประวัติศาสตร์ไทย หน้าที่พลเมืองและศีลธรรมมาหลายปีแล้ว เพราะกระทรวงศึกษาธิการตัดออกไปจากหลักสูตรการศึกษาเอาไปแทรกไว้ในวิชาอื่นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น น่าเสียใจจริง เพราะมันหายไปหลายรุ่นแล้ว คนรุ่นใหม่เลยไม่สนใจประวัติศาสตร์ชาติไทย ไม่รู้หน้าที่ ไม่มีศีลธรรม และไม่รู้ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์มีความสำคัญและได้เสียสละอย่างไร ที่ทำให้ชาติไทยมั่นคงและคนไทยอยู่ร่วมกันด้วยความรู้รักสามัคคีอย่างร่มเย็นเป็นสุขมาจนทุกวันนี้
นอกจากนี้ ในระยะหลังพระองค์ท่านทรงพระประชวรเพราะทรงงานเพื่อให้พสกนิกรชาวไทยอย่างพวกเราได้อยู่ดีมีสุขอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยไม่เคยพักผ่อนมาตลอด ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่มีโอกาสได้เห็นความลำบากตรากตรำที่พระองค์ทุ่มเทเสียสละความสุขส่วนพระองค์เพื่อส่วนรวมเสด็จไปทุกหนแห่งที่พสกนิกรของพระองค์ยังเดือดร้อนและยากจน โดยไม่ทรงสนพระทัยว่าหนทางจะลำบากแค่ไหน มีการสู้รบหรือไม่ ปลอดภัยหรือเปล่า
ภาพเก่าที่นำมาหมุนเวียนทางโทรทัศน์ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่มีความผูกพันอย่างลึกซึ้ง เหมือนกับคนที่ได้เรียนประวัติศาสตร์และได้มีโอกาสสัมผัสเหมือนคนรุ่นเก่า พอได้รับข้อมูลที่บิดเบือนก็เลยมีความเชื่อผิดๆ อย่างที่เขาปลุกปั่นยุยงว่าสถาบันไม่มีความสำคัญและไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป
ผมเชื่อว่าคนไทยเกือบทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จะต้องช่วยกันปกป้องต่อสู้กับอริราชศัตรูและจะไม่ยอมให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทยจากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขไปเป็นระบอบอื่นอย่างแน่นอน
หน่วยงาน ข้าราชการ ทหาร ตำรวจที่มีหน้าที่โดยตรงต้องทำความเข้าใจให้ความรู้กับประชาชน ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและทุกวิถีทางตามที่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะปกป้องรักษา สถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ไว้โดยเคร่งครัดและรวดเร็ว ไม่ปล่อยปละละเลยเหมือนเช่นทุกวันนี้
ดีขึ้น คือ การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบ มีระเบียบ รอบคอบ รวดเร็ว โดยยึดอุดมการณ์ หลักการ อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ความถูกต้อง ความยุติธรรม คุณธรรม ศีลธรรมและจริยธรรม เอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีการกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง วางพื้นฐานที่ดี ปรับโครงสร้างทางด้านการศึกษา เศรษฐกิจ สังคม ระบบราชการ การเมือง การปกครอง คุณธรรม ศีลธรรมและจริยธรรม
ที่สำคัญการเปลี่ยนแปลงนี้ต้องนำบทเรียนในอดีตที่ล้มเหลวและสร้างปัญหามาเป็นหลักว่าจะทำอย่างไรจึงจะป้องกันแก้ไขไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนั้นอีก ต้องไม่เอาตัวเองหรือตัวบุคคลเป็นที่ตั้ง ต้องใช้สติและปัญญาโดยปราศจากอคติมาแก้ไขปัญหา ต้องสร้างระบบที่ดีโดยทำให้เกิดความโปร่งใส มีกลไกในการคานดุลอำนาจและตรวจสอบ มีความยึดโยงและรับผิดชอบกับประชาชน เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขของประชาชน โดยประชาชนเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
จึงเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะต้องช่วยกันทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดความเรียบร้อยและเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง อันจะทำให้คนไทยทั้งชาติมีความสุขอย่างทั่วถึง มีความมั่นคงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง มีความสามารถในการแข่งขันและมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไม่แพ้ประเทศใดในโลก
ทุกฝ่ายก็บอกว่าจะต้องปฏิรูป แตกต่างกันตรงอย่างไร เมื่อใด...ประเทศไทยอย่างไรก็ต้องเปลี่ยนแปลง ดีขึ้นหรือเลวลง คนไทยต้องเลือกเอาเอง







