สภาปรีโอลิมปิกสมรภูมิใหม่ขั้วอำนาจ
ว่าที่ สว.เลือกตั้งครั้งนี้มี 18 คน ที่มาจากครอบครัวการเมือง ซึ่งมากกว่า สว.ชุดปี 2551 ตั้งข้อสังเกตได้ว่า สว.ชุดนี้เป็นเหมือน สภาปรีโอลิมปิก
โดย...ทีมข่าวการเมือง
หมายเหตุ : เครือข่ายข้อมูลการเมืองไทยและมูลนิธิตาสว่าง จัดเสวนาเรื่อง "ปอกเปลือกสภาสูง : เกมอำนาจ การตรวจสอบและผลประโยชน์" ที่ ศศนิเวศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้
อรรถสิทธิ์ พานแก้ว อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า จากการศึกษาพบว่าการเลือกตั้ง สว.ครั้งนี้มีจำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยและมีบัตรเสียมากเป็นประวัติการณ์ ซึ่งจะสะท้อนปัญหาเรื่องความชอบธรรมของการเป็นผู้แทนฯ เนื่องจากการเลือกตั้ง สส.ใน 77 จังหวัด ไม่มีจังหวัดใดเลยที่ว่าที่ สว.ได้รับคะแนนเสียงเกิน 31% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด โดยจังหวัดที่ได้รับมากที่สุดอยู่ที่ จ.อุดรธานี ซึ่งได้ 30.15% จ.ปราจีนบุรี ได้ 28.39% และ จ.สระแก้ว ได้ 26.36% ส่วน จ.นนทบุรี ผู้ที่ได้รับเลือกได้รับคะแนนเสียง 6.37% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดเท่านั้น
“การศึกษายังพบอีกว่า ว่าที่ สว.เลือกตั้งครั้งนี้มี 18 คน ที่มาจากครอบครัวการเมือง ซึ่งมากกว่า สว.ชุดปี 2551 ซึ่งมีเครือญาติ 12 คน หรือคิดเป็น 15.79% จึงตั้งข้อสังเกตได้ว่า สว.ชุดนี้เป็นเหมือน สภาปรีโอลิมปิก ที่การต่อสู้ของขั้วอำนาจที่ไม่อาจทำได้ในสภาผู้แทนชุดใหญ่ จึงลงมาเป็นสมรภูมิของสองขั้วอำนาจในการเป็นตัวแทนของประชาชน ซึ่งขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่ต้องการให้ สว.เป็นกลาง เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบและกลั่นกรองกฎหมาย รวมถึงเป็นผู้ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” อรรถสิทธิ์ กล่าว
สมชาย แสวงการ สว.สรรหา กลุ่ม 40 สว. กล่าวว่า เห็นด้วยกับที่หลายคนวิเคราะห์ว่า สว.เลือกตั้งที่กำลังเข้ามาใหม่นั้น เกิน 40 คน มาจากฝ่ายการเมืองฟากรัฐบาล อย่างไรก็ตาม อีก 21 คน ที่หลายคนบอกว่าอิสระนั้น โดยส่วนตัวเห็นว่ามีแนวโน้มเข้าข้างรัฐบาลมากกว่า จึงทำให้โอกาสในการถอดถอนนั้นน้อยมาก ซึ่งสาเหตุที่เกิดสภาพแบบนี้ขึ้น เนื่องจากการเลือกตั้ง สว.มีเวลาเตรียมตัวน้อย การหาเสียงทำได้ไม่ทั่วถึง ทำให้ประชาชนหันไปเลือกคนที่มีฐานคะแนนเสียงเดิมอยู่แล้ว ทั้งนี้หากจะแก้รัฐธรรมนูญในประเด็น สว. ก็ควรแก้ให้การลงมติถอดถอน เป็นการกระทำโดยเปิดเผย จากเดิมที่เคยลงคะแนนลับ เพื่อให้สังคมตรวจสอบผู้แทนของตัวเองให้มากขึ้น
“การทำงานที่ผ่านมา สว.เลือกตั้งและ สว.สรรหา ทำงานกันด้วยดี ไม่ได้มีข้อขัดแย้งอะไร โดยส่วนใหญ่จะเป็นส่วนเสริมซึ่งกันและกัน เนื่องจาก สว.สรรหาบางคนจะรู้ประเด็นเฉพาะเรื่องดีกว่า แต่ สว.เลือกตั้ง ก็มีข้อมูลที่ให้ความคิดเห็นเพิ่มเติม ส่วน สว.ที่กำลังจะเข้ามารับตำแหน่งนั้น ขอให้ระลึกเสมอว่าการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแต่ละคน โดยเฉพาะในกรณีของคุณนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา มีการพิจารณาข้อเท็จจริงจาก สว. และจาก ป.ป.ช.แล้วว่าสมควรให้ถอดถอน เพราะฉะนั้น สว.ก็ควรทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ปราศจากการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง”ตัวแทนกลุ่ม 40 สว. กล่าว
สมชาย กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ควรมีการศึกษารูปแบบของผู้แทนฯ ตามรัฐธรรมนูญอีกครั้ง เพราะปัจจุบันระบบรัฐสภาเอามาจากอังกฤษ แต่เรื่องการถอดถอนมาจากสหรัฐอเมริกา ส่วนรูปแบบขององค์กรอิสระมาจากเยอรมนีนี้ เพราะฉะนั้นอาจถึงเวลาคิดใหม่แล้วว่าการทำหน้าที่ของแต่ละส่วนเป็นไปตามเจตนารมณ์หรือไม่ และที่มาของแต่ละกลุ่มควรมาจากไหน เพื่อให้กระบวนการประชาธิปไตยเดินหน้าไปได้ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาแล้วว่า สว.ควรมีหน้าที่เฉพาะกลั่นกรองกฎหมาย แต่งตั้ง และถอดถอนบุคคล ก็ขอท้าให้ยกเลิก สว.
ส่วนการใช้มาตรา 7 ตามรัฐธรรมนูญ 2550 เพื่อแก้วิกฤต สมชาย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าวระบุเพียงว่า “ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ไม่ได้มีการพูดถึงนายกรัฐมนตรีพระราชทานอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง ทั้งนี้ มีการใช้ธรรมเนียมปฏิบัติลักษณะนี้มาก่อน เมื่อครั้ง สัญญา ธรรมศักดิ์ รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังเกิดเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 และในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็เคยใช้กลไกมาตรา 7 เพื่อแก้ปัญหาหลังไม่สามารถแต่งตั้งคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ขึ้นเป็นผู้ว่าการ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ จึงเห็นว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรในการใช้มาตรา 7 เพื่อไม่ให้ประเทศเกิดทางตัน
เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สว.ราชบุรี กล่าวว่า ส่วนที่ สว.ชุดใหม่มีความใกล้ชิดกับฝ่ายการเมืองมากนั้น สะท้อนให้เห็นว่าระบบอุปถัมภ์ยังคงมีส่วนสำคัญในระบบการเมืองไทย ทั้งใน สว.และ สส. ทั้งนี้มองว่า สว.ชุดปี 2557 มีส่วนเกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมืองจำนวนมาก เพราะผู้ที่ลงเลือกตั้งเริ่มตั้งตัวได้ทันว่าต้องทำอย่างไร จึงจะสามารถลงรับสมัครได้ สอดคล้องกับเป็นช่วงที่มีการตัดสินยุบพรรคการเมือง 3 พรรค จึงทำให้ผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี เช่น จองชัย เที่ยงธรรม ซึ่งเป็นอดีตกรรมการบริหารพรรคชาติไทย หรือ ศรีเมือง เจริญศิริ อดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน สามารถลงเลือกตั้งครั้งนี้ได้
“หวังว่า สว.ชุดใหม่จะทำหน้าที่อย่างอิสระ พิจารณาถึงเหตุผลในการตัดสิน ซึ่งวาระถอดถอน นิคม และ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกจากตำแหน่ง ตามการชี้มูลของ ป.ป.ช.ในวันที่ 18 เม.ย.นี้ จะเป็นตัวชี้วัดว่าการทำงานของ สว.ชุดใหม่ อิสระมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม เห็นว่าในอนาคตควรให้การลงมติถอดถอนเป็นไปอย่างเปิดเผย และลดจำนวนเสียงที่ใช้ถอดถอนลง โดยอาจให้เหลือเพียงครึ่งหนึ่งของ สว.ทั้งหมด คือ 75 เสียง”เกชา กล่าว







