posttoday
เศรษฐกิจไทยกระตุกหนี้ครัวเรือนทะลุ 82%

เศรษฐกิจไทยกระตุกหนี้ครัวเรือนทะลุ 82%

04 เมษายน 2557

รุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงเมื่อวันที่ 3 เม.ย. ว่า ระดับหนี้ครัวเรือนต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี)

โดย...ทีมข่าวการเงิน

รุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงเมื่อวันที่ 3 เม.ย. ว่า ระดับหนี้ครัวเรือนต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทย มีสัญญาณเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2555 ซึ่งอยู่ที่ 77.3% เพิ่มขึ้นเป็น 82.3% ในสิ้นปี 2556 เมื่อกางรายละเอียดดูเป็นรายไตรมาส พบว่าระดับหนี้ครัวเรือนนั้นปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกันทุกไตรมาสจากระดับ 77.6% ในไตรมาสแรก ไปสู่ 79.1% ในไตรมาส 2 ก่อนจะขยับแตะระดับ 80.1% ในไตรมาส3 และพุ่งขึ้นเป็น 82.3% สิ้นสุดไตรมาส 4

ทว่า ธปท. ยืนยันว่า เรื่องนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง เพราะอัตราการก่อหนี้ครัวเรือนลดลงแล้ว ตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน

“ถ้าดูจากการกู้หนี้ของครัวเรือน ไม่ว่าหนี้ของสถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ บริษัทเงินทุน สหกรณ์ โรงจำนำ หรืออื่นๆ เท่าที่ดูตัวเลขลดลงแล้ว เพราะหนี้ในสิ้นปี 2555 มีจำนวน 8.8 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 18% แต่ในสิ้นปี 2556 นั้น แม้หนี้จะเพิ่มเป็น 9.8 ล้านล้านบาท แต่การขยายตัวลดลงเหลือ 11.4% สะท้อนแนวโน้มการก่อหนี้ที่ลดลง อีกอย่างที่หนี้ครัวเพิ่มขึ้นเพราะรายได้ประชาชาติ หรือการขยายตัวของจีดีพีบวกเงินเฟ้อแล้วยังลดลงมาก ปี 2555 ขยายตัว 7.9% แต่ปี 2556 ขยายตัวแค่ 4.6% ซึ่ง ธปท. ยังติดตามดูต่อเนื่อง” รุ่ง กล่าว

นอกจากประเด็นหนี้ครัวเรือนแล้ว ธปท. ยังเปิดเผยถึงภาวะเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า แม้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะเพิ่มขึ้นจาก 1.9% เพิ่มเป็น 2.1% แต่ก็เป็นเพราะเพิ่มจากราคาอาหารสำเร็จรูปและราคาพลังงาน ซึ่งยังไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเพิ่มเติม เนื่องจาก ธปท. คาดการณ์ว่า ราคาพลังงานเหล่านี้ไม่น่าจะกดดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจนเกินกรอบคาดการณ์ปีนี้ ที่คาดเงินเฟ้อทั่วไปไว้ไม่เกิน 2.5% และเงินเฟ้อพื้นฐานที่ 1.5% ซึ่งแม้ว่าเงินเฟ้อในภาวะเศรษฐกิจชะลอจะซ้ำเติมประชาชน แต่ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นคงไม่ถึงขั้นกัดกร่อนการบริโภคลดลงมากนัก

นอกจากนี้ โฆษก ธปท. กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าถึงเศรษฐกิจจะชะลอตัวลง แต่สภาพคล่องส่วนเกินในขณะนี้เพิ่มขึ้น สะท้อนจากการที่ ธปท. ยังต้องดูดซับสภาพคล่องผ่านช่องทางต่างๆ อยู่ตลอด อาทิ ธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี ธุรกรรมซื้อตราสารหนี้ ธุรกรรมซื้อ/ขายหลักทรัพย์รัฐบาล ซึ่งเป็นการดูดซับระยะยาวแบบมีหลักประกัน และธุรกรรมการฝากเงินกับ ธปท. ณ สิ้นวัน และการที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 2% ในสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว ก็ไม่ได้ช่วยให้เกิดการใช้จ่ายลงทุนเพิ่มได้มากนัก

ทั้งนี้ หากพิจารณาตามความเห็นของ ธปท. ก็อาจช่วยบรรเทาความกังวลลงได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเมืองอันยืดเยื้อนั้น ไม่อยู่ในภาวะที่เอื้อต่อทั้งการก่อหนี้เพิ่มของผู้บริโภคและการปล่อยสินเชื่อเพิ่มของธนาคารพาณิชย์

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าตัวเลขหนี้ครัวเรือนดังกล่าวเป็นระดับที่ “ไม่น่าไว้วางใจ” โดยเฉพาะหากเทียบกับหลายประเทศในเอเชีย ซึ่งกำลังเผชิญภาวะหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงขึ้นในปี 2556 ที่ผ่านมา โดยระดับหนี้ครัวเรือนของไทยต่อจีดีพีคาดว่าจะพุ่งสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย เป็นรองเพียงเกาหลีใต้ ซึ่งอยู่ที่ 91.1% (สิ้นปี 2555) และมาเลเซีย ซึ่งปรับขึ้นแตะสถิติใหม่ที่ 86.8% ณ สิ้นปี 2556 และทำให้มาเลเซียต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว