posttoday
เพื่อไทยยันนายกฯม.7ชัดรัฐธรรมนูญ

เพื่อไทยยันนายกฯม.7ชัดรัฐธรรมนูญ

30 มีนาคม 2557

พท. ยัน นายกฯ มาตรา 7 ขัด รธน.มาตรา 68 ล้มล้างการปกครอง จี้ กกต.เชิญ 53 พรรคร่วมถกหาทางออกจัดเลือกตั้ง

พท. ยัน นายกฯ มาตรา 7 ขัด รธน.มาตรา 68 ล้มล้างการปกครอง จี้ กกต.เชิญ 53 พรรคร่วมถกหาทางออกจัดเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีการชุมนุมใหญ่ของ กปปส.เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศจะไม่ให้มีรัฐสภา ไม่ให้มีการเลือกตั้ง และประกาศจะล้มรัฐบาลนี้ให้ได้ภายในเดือน เม.ย.ว่า แสดงให้เห็นถึงความชัดเจนที่นายสุเทพไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง แต่ต้องการเอาเสียส่วนน้อยมาบังคับเสียงส่วนใหญ่ เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย

ทั้งนี้จากการติดตามการชุมนุมใหญ่ของ กปปส.พบว่าความนิยมนายสุเทพลดลง ส่วนใหญ่ผู้ชุมนุมมาจากภาคใต้ คนกรุงเทพฯ มีน้อยลง สิ่งที่นายสุเทพพยายามชักชวนมวลชนมาเดิน เพื่อมุ่งหวังไม่ให้มีการเลือกตั้ง ไม่ให้มีรัฐสภา ถือเป็นการไม่เห็นหัวประชาชน ไม่เคารพประชาชน ไม่ต่างอะไรกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ที่เคยทำ นายสุเทพเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งของผู้มีอำนาจที่ต้องการล้มรัฐบาล ถือเป็นการรัฐประหารปี 49 ภาคสอง ที่ต้องการให้รัฐบาลจากประชาธิปไตยล้มไปแล้วกำหนดบุคคลขึ้นมาใหม่ ตามกระบวนการนายกฯ มาตรา 7

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า นายสุเทพชุมนุมไปอีก 1 ปี ก็ล้มรัฐบาลไม่ได้เพราะไม่มีอะไรใหม่ แต่เพราะขบวนการนี้สอดคล้องกันกับที่เคยเกิดขึ้น ถือเป็นการบังคับประชาชน โดยยกการตัดสินใจให้นายสุเทพกับพวก ซึ่งคนไทย 60 กว่าล้านคนคงไม่ยอมให้นายสุเทพมาเลือกนายกฯ และสภาฯ ด้วยตัวเอง ขณะ ที่สวนดุสิตโพลก็ระบุชัดว่าประชาชนต้องการให้มารเลือกตั้งควบคู่ไปกับการ ปฏิรูป ดังนั้นนายสุเทพต้องฟังเสียงประชาชนด้วย ทั้งนี้ นายกฯ มาตรา 7 จะขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 68 เข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย

ส่วนกรณีการประชุมพรรคประชาธิปัตย์วันที่ 28 – 29 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่มีการเสนอ 7 ปฏิรูป ว่า แปลกใจว่าจะปฏิรูปได้อย่างไรหากไม่มีการเลือกตั้งและมีสภาฯ เพื่อแก้กฎหมาย ทั้งนี้ การที่นายเอกและพวกไปถือป้ายเสนอให้พรรคประชาธิปัตย์ปฏิรูปถือเป็นกระจก สะท้อน แต่สุดท้ายกลับได้หมัด ถูกทำร้ายมาแทนนั้น แสดงถึงความกักขฬะ ถือเป็นความล้มเหลวของการประชุม เพราะมีการทำร้ายประชาชน นอกจากนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังเผยไต๋ว่าจะไม่ลงเลือกตั้ง ดูจากการที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งจากข้อสรุปของ 53 พรรค การเมือง การประชุมจึงไม่มีอะไรใหม่เพราะไม่ฟังเสียงประชาชน ดังนั้นหากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงเลือกตั้งอีก ขอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุดนี้ลาออกไปเลย เพื่อเปิดทางให้คนอื่นมาทำหน้าที่แทน เพราะกำลังทำตัวเป็นลูกไล่นายสุเทพ ทั้งนี้ ที่นายสุเทพพยายามชุมนุมล้มรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะต้องการหนีคดีสลายการชุมนุมปี 53 ใช่หรือไม่ ถึงกับเอาชีวิตของตัวเองมาเสี่ยงแบบนี้ นายสุเทพต้องตอบ

ขณะที่การที่ กกต.จะประชุมกันในวันที่ 1 เม.ย.กรณีการ จัดการเลือกตั้งว่า ขอให้ กกต.ทบทวนมติของพรรคการเมืองที่ประชุมกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ให้เร่งจัดการเลือกตั้งภายใน 45 – 60 วัน โดยการออกพระราชกฤษฎีกาเพิ่มเติมเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ โดย กกต.ควรเชิญทั้ง 53 พรรคการเมืองและพรรคการเมืองที่จดทะเบียนไปหารือกัน  เพื่อ ร่วมหาทางออกการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ กกต.ควรแสดงวุฒิภาวะความเป็นผู้นำ ขอให้เร่งจัดการเลือกตั้งเพื่อให้บ้านเมืองมีทางออก ลดความขัดแย้งทางการเมือง แต่หาก กกต.ไม่เชิญพรรคการเมืองไปร่วม จะไปเข้าทางนายสุเทพที่พยายามยื้อการเลือกตั้งออกไปอีก ทั้งนี้ ขอให้ กกต.เร่งแจ้งความเอาผิดนายสุเทพกับพวก เพราะจนถึงขณะนี้ กกต.ยังไม่ได้แจ้งความเอาผิดกับนายสุเทพกับพวก ถือเป็นเรื่องน่าผิดสังเกตอย่างยิ่ง ดังนั้นขอให้เร่งดำเนินการเพื่อให้เกิดความโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

นาย พร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่เลขาธิการ ป.ป.ช.ออกมาแถลงว่าการไต่สวนนายกฯ เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ หลังจากนายกฯ โพสท์เฟซบุ๊กขอความเป็นธรรมจาก ป.ป.ช.ว่า จากการตรวจสอบพบว่าคดีที่ ป.ป.ช.ตรวจสอบรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์มี 2 เรื่องสำคัญ คือโครงการระบายข้าวที่มีการร้องเอาผิดนายอภิสิทธิ์และพวกว่าส่อทุจริตในปี 52 และการร้องเอาผิดคดีสลายการชุมนุมปี 53 มาวันนี้ปี 57 คดี ยังไม่คืบหน้า ทั้งที่กระบวนการทางศาลมีการวินิจฉัยคดีแล้ว แต่เมื่อเทียบกับคดีของนายกฯ ในโครงการจำนำข้าว ไม่มีการตั้งอนุกรรมการขึ้นมาสอบแต่กลับตั้งคณะกรรมการชุดใหญ่ขึ้นมาสอบ และใช้เวลาเพียง 21 วันก็แจ้งข้อกล่าวหา เมื่อนายกฯ ขอใช้สิทธิขยายเวลาออกไป 45 วัน เพราะเอกสารมีจำนวน 280 แผ่น แต่ ป.ป.ช.กลับขีดเส้นใต้ว่าวันที่ 31 มี.ค.ต้องเข้าชี้แจง เมื่อเทียบกับนักการเมืองคนอื่นๆ ของพรรคประชาธิปัตย์ ถือว่าเลือกปฏิบัติหรือไม่

“หาก ป.ป.ช.เร่งดำเนินการและชี้มูลเรื่องนี้ออกมา ขณะที่ ครม.ทำอะไรไม่ได้เพราะเป็นรัฐบาลรักษาการ ถามว่า ป.ป.ช.จะเร่งคดีไปทำไม ขณะที่โครงการระบายข้าวผ่านมาเกือบ 5 ปียังไม่คืบหน้า คดีสลายการชุมนุมผ่านมา 4 ปีก็ยังไม่คืบหน้า ดังนั้นที่ ป.ป.ช.พยายามเร่งเพื่อให้เกิดสุญญากาศใช่หรือไม่ เข้าทางนายกฯ มาตรา 7 ใช่ หรือไม่ ดังนั้นอยากให้ ป.ป.ช.ให้ความเท่าเทียมกันด้วย ไม่อยากให้สังคมมองว่าสิ่งที่ ป.ป.ช.พยายามดำเนินการตรวจสอบ และแจ้งข้อกล่าวหานายกฯ นั้น เป็นเรื่องที่ลุกลี้ลุกลนหรือไม่ ดังนั้นอยากขอความเป็นธรรมให้นายกฯ เหมือนที่นายอภิสิทธิ์และนายสุเพรวมทั้งคนอื่นๆ ได้รับด้วย วันนี้ ป.ป.ช.ต้องตอบสังคมว่ามีมาตรฐานการตรวจสอบเดียวกันหรือไม่”นายพร้อมพงศ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ