
เปิดคลังแสง นปช.“บั้งไฟ -พลุ - ตะไล”ไล่ฮ. ​
นอกจากไม้เหลาปลายแหลม ก้อนหิน หนังสติ๊ก ลูกแก้วที่ “กลุ่มเสื้อแดง” หยิบจับมาเป็น เครื่องไม้เครื่องมือ “ป้องกันตัว” สู้ กับ โล่ กระบอก กระสุนยาง ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารแล้ว
นอกจากไม้เหลาปลายแหลม ก้อนหิน หนังสติ๊ก ลูกแก้วที่ “กลุ่มเสื้อแดง” หยิบจับมาเป็น เครื่องไม้เครื่องมือ “ป้องกันตัว” สู้ กับ โล่ กระบอก กระสุนยาง ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารแล้ว
นวัตกรรมใหม่ ที่เรียกเสียงเฮ !!! พร้อมปลุก ขวัญและกำลังใจให้กับ กลุ่มผู้ชุมนุมได้อย่างดี นาทีต้องยกให้ พลุ บั้งไฟจิ๋ว ตะไล ภูมิปัญญาชาวบ้านที่งัดมาเป็นเครื่องมือตอบโต้ “เฮลิคอปเตอร์”
จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่10 เม.ย. ที่ผ่านมาทำให้กลุ่มผู้ชุมนุม “เข็ด” กับแก๊สน้ำตาที่โปรยมาจากเฮลิคอปเตอร์ ทำให้มวลชนคน “เสื้อแดง” ต้องงัดหาเครื่องมือมาตอบโต้ “เฮลิคอปเตอร์” ที่คอยโฉบมาดูลาดเลาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา
ส่งผลให้มี การยิง “บั้งไฟ” ตอบโต้นับร้อยนัด กระจายตัวมาจากรอบทิศทาง ....
แม้จะไม่ถึงเพดานบินของ “เฮลิคอปเตอร์” แต่ก็สามารถสร้างความปั่นปวนกวนสมาธินักบิน แถมเรียกเสียงเฮ... จากกองเชียร์ได้ทุกครั้งที่ บั้งไฟจิ๋วพุ่งตรงไปยังทิศทางใกล้เคียงกับที่ เฮลิคอปเตอร์บินผ่าน
แม้หลายครั้งที่ “บั้งไฟจิ๋ว” หรือ “ตะไล” จะไปไม่ถึงเป้าหมาย แต่ตกลงอยู่ตรงหน้าผู้ยิงหรือ ระเบิด เสียดื้อๆ
จากการสำรวจที่มาที่ไปของพบว่า “บั้งไฟ” ถูกนำมาใช้ไล่ ฮ. ตั้งแต่เร่ิมต้นเวทีราชประสงค์ใหม่ๆ ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวบ้านจากต่างจังหวัด โดยเฉพาะชาวอีสาน เร่ิมกลับมาจากเทศกาลบุญบั้งไฟ ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีช่วงเดือนเม.ย.
ส่วน “บั้งไฟจิ๋ว” ทำจากท่อพีวีซีขนาด 3-4 นิ้ว อัดดินประสิวต่อชนวน เสียบไม้ถือ ยาวราว 2 ฟุต เป็นของท่ีทำเล่นกันอยู่แล้วในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยความสูงที่บั้งไฟจิ๋วสามารถทำได้สูงสุดอยู่ประมาณแค่ยอดตึกสิบกว่าชั้น
จำแนก อุปกรณ์ไล่เฮลิคอปเตอร์ ที่ใช้กันอยู่กลุ่มเสื้อแดงวันนี้ ... แบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่
กลุ่มแรกเป็น “พลุ” เสียงดัง มีประกายไฟ ความสุูงไม่มากเท่า บั้งไฟจิ๊ว
กลุุ่มสองเป็น “ตะไล” กลมแบนขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือเล็กน้อย เสียงไม่ดัง พุ่งสูง ควงเป็นวงกลม แต่บังคับทิศทางยาก
กลุ่มสามเป็น “บั้งไฟจิ๋ว” เป็นที่นิยมใช้มากที่สุด มีทั้งเสียงระเบิดตอนขึ้นสูงสุด และ ไม่มีเสียงระเบิดแล้วแต่ชนิด
กลุ่มสี่เป็น “โคมลอย” ขึ้นสูง แต่ขึ้นช้า ไร้ทิศทางการควบคุม
แถมระยะหลังจะเริ่มเห็นลูกเล่นใหม่ๆ เพ่ิมขึ้นในส่วนของ “บั้งไฟจ๋ิว” ที่เมื่อระเบิดแล้วจะแตกตัวเป็นร่มชูชีพค่อยๆตกลงมา
สำหรับเทคนิคการยิง “มือบั้งไฟ” อธิบายว่า ไม่มีอะไรมากแค่จุดชนวนแล้วเล็ง ขณะที่บางคนอาจจับตรงท่อพีวีซี แทนด้ามจับเพื่อป้องกันการส่าย และทำให้พลาดเป้าหมาย หรือบางคนอาจนำไปเสียบตามพื้น หรืออุปกรณ์อื่น เพื่อป้องกันการส่าย
ขณะที่ “มือบั้งไฟ” อีกคนอธิบายว่า เรื่องการยิง “แม่น” หรือ “ไม่แม่่น” ไม่ได้อยู่ที่ “ฝีมือ” แต่อยู่ที่ ”อุปกรณ์” ว่าอัดดินประสิวแน่นพอเหมาะหรือไม่ ซึ่งหากทำได้ดีจะทำให้พุ่งได้สูงขึ้น ส่วนเรื่องทิศทางนั้น ยิง 10 ลูกจะใกล้เคียงกี่ลูกนั้นไม่สามารถบอกได้
สำหรับความผิดพลาด “บั้งไฟจิ๋วระเบิด” ส่วนหนึ่งมาจากเก็บไว้นานจนดินประสิวที่แห้งมากเกินไป หรือ บางครั้งหากมาจากกัดอัดดินประสิวไม่แน่นพอดี
นาทีนี้ “พลุ-บั้งไฟ” ไม่ได้ใช้เฉพาะแค่การไล่ “เฮลิคอปเตอร์” เท่านั้น เมื่อล่าสุดได้ ขยับเป้าไปโจมตี “รถไฟฟ้าบีทีเอส”
ภายหลัง จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า “ขบวนนี้วิ่งช้าๆ มานานหลายครั้ง น่าสงสัยว่า จะมีทหารซุ่มอยู่ ขอเตือนบีทีเอสอย่าสมคบกับรัฐบาลเพื่อฆ่าประชาชน” หลังจากนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมยิงพลุใส่รางบีทีเอสที่อยู่เหนือเวทีปราศรัยจำนวนหลายลูก
หนำซ้ำภายหลังจากถูกทหารบีบตีวงกลุ่มผู้ชุมนุมให้แคบเข้ามา ทั้ง ตะไล และ บั้งไฟ ถูกดัดแปลงมาเป็นอาวุธตอบโต้จากกลุ่มผู้ชุมนุมแบบไม่ทันตั้งตัว
ทว่าในแง่ที่มาที่ไป ของอุปกรณ์เหล่านี้ว่าซื้อหามาจากไหน หรือทำกันเองนั้น ทาง “มือบั้งไฟ” บอกแต่เพียงว่ามาจากหลายส่วนไม่เหมือนกัน แต่ละจุด ก่อนจะรีบออกตัวว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ทำเล่นกันอยู่แล้ว ไม่ใช่อาวุธผิดกฎหมาย...







