
การปล่อยให้ใช้อาวุธสงครามกันเกลื่อนเมืองต่อไปอีกหรือ
...อดิศักดิ์ ศีสรรพกิจ
การนำอาวุธร้ายแรงประเภทต่างๆ มาใช้โดยผู้ที่ไม่มีอำนาจและหน้าที่ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา
ถึงแม้รัฐบาลจะพยายามปราบปราม แต่ก็เห็นได้ชัดเจนว่ามีความรุนแรงและขยายวงกว้างออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งอาจจะมีการวางแผนนำเอาการใช้อาวุธสงครามและอาวุธร้ายแรงมาเป็นมาตรการที่ใช้ต่อสู้ระหว่างคนไทยด้วยกันเองมากยิ่งขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต ทั้งนี้โดยนึกถึงแต่ชัยชนะที่ฝ่ายของตนจะได้รับ โดยไม่คำนึงถึงความพ่ายแพ้ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติและประชาชน และอาจลุกลามไปถึงขั้นใช้ก่อการจลาจลได้
ในข้อเสนอที่จะกล่าวต่อไปนี้ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการปรองดองของนายกรัฐมนตรีแต่ประการใด แต่เป็นเรื่องที่กระผมเชื่อว่าประชาชนโดยทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล เริ่มจะมีความไม่มั่นใจในความสามารถของภาครัฐที่จะยับยั้งการใช้อาวุธรุนแรงที่กระทบกับความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของรัฐ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งหาแนวทางป้องกันและกำจัดในเรื่องดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ประเด็นที่ขอเสนอให้พิจารณาคือ การใช้แนวทางในข้อกฎหมายเพื่อการป้องปรามเสียก่อน โดยเพิ่มระดับโทษทางกฎหมายสำหรับผู้เกี่ยวข้อง ทั้งผู้บงการ ผู้ครอบครอง และผู้ใช้อาวุธสงครามและอาวุธร้ายแรง จะต้องมีความรุนแรงสูงสุดเท่าที่จะบัญญัติได้ในกฎหมายไทย ถึงแม้จะไม่ใช่แบบโบราณ คือ ประหารชีวิตเจ็ดชั่วโคตรคล้ายกับพวกคิดล้มล้างราชบัลลังก์ก็ตาม
ควรกำหนดโทษโดยให้ประหารชีวิตสถานเดียวโดยไม่มีการผ่อนปรนใดๆ ทั้งสิ้น
ขอเรียกร้องให้ท่านทั้งหลายทั้งที่เป็นฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ โปรดพิจารณาร่วมมือกันปรับปรุงบทบัญญัติให้เป็นไปตามข้อเสนอโดยด่วนที่สุด
บทบัญญัติที่จะมีผลให้ลงโทษสถานหนักที่สุดโดยไม่มีการผ่อนปรนนี้ ไม่ใช่ว่าจะเกิดประโยชน์แก่พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งที่บริหารประเทศ แต่จะเกิดประโยชน์ต่อความสงบสุขของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ
ถึงแม้ไม่อยากจะยกใครมาเปรียบเทียบให้เกิดความรู้สึกว่าทำไมต้องทำตามคนอื่น แต่เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนว่าการกำหนดบทลงโทษที่รุนแรงกับการกระทำในบางเรื่องที่เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด ก็เป็นมาตรการที่เกิดผลที่คุ้มค่าได้
ในมาเลเซีย ใครก็ตามที่มียาเสพติดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษตายสถานเดียว
ในประมาณปี 2533 มาเลเซียตัดสินโทษแขวนคอชาวออสเตรเลียด้วยข้อหายาเสพติด (ไม่แน่ใจว่าค้ายาเสพติดหรือมียาเสพติดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด) ไม่วายที่รัฐบาลออสเตรเลียจะร้องขอทุเลาโทษประหารชีวิต จนเกิดความบาดหมางทางการเมืองระหว่างประเทศไปพักหนึ่ง
ทำไมมาเลเซียทำได้ เขาป่าเถื่อนหรือ ไม่ใช่แน่นอน เพราะกฎหมายเขากำหนดไว้อย่างนั้น และเขาก็มั่นคงในการลงโทษคนที่ทำผิดกฎหมายดังกล่าว ไม่ละเว้นแม้จะเป็นคนต่างชาติก็ตาม แล้วเป็นอย่างไรครับ เรื่องยาเสพติด เรื่องการใช้อาวุธแม้กระทั่งปืนพก ใครเคยได้ยินว่าเกิดขึ้นในมาเลเซียบ้าง
ผมเชื่อเหลือเกินว่าถ้าจ่าสิบตำรวจในสังกัดสถานีตำรวจภูธรคูคตที่ถูกจับได้ว่ามีอาวุธสงครามอยู่ในครอบครองเป็นจำนวนมาก เมื่อปลายเดือน เม.ย.นี้ จะยังคงทำหน้าตาคล้ายกับไม่มีความเกรงกลัวได้อยู่หรือ ถ้าเผอิญการกระทำนั้นอยู่ในมาเลเซีย
ท่านทั้งหลายที่ขันอาสาเข้ามาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ หน้าที่หลักประการหนึ่งคือการออกกฎหมายเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ในขณะที่ฝ่ายบริหารที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในคณะรัฐมนตรี ภาระดังกล่าวจึงย่อมตกอยู่กับท่าน ขอได้โปรดพิจารณาข้อเสนอดังกล่าวเป็นการด่วนที่สุดด้วย จะเป็นผลบุญแก่ประเทศชาติและประชาชน
จึงกราบเรียนมายังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน รวมถึงประธานวุฒิสภาและวุฒิสมาชิกทุกท่าน โปรดพิจารณาด้วยเถิด







