posttoday
สวนเกษตร CP ความประทับใจไม่รู้ลืม

สวนเกษตร CP ความประทับใจไม่รู้ลืม

24 มีนาคม 2557

สวนเกษตร เป็นความใฝ่ฝันของคนเมืองที่เป็นมนุษย์เงินเดือน ที่วางแผนจะใช้ชีวิตหลังเกษียณเพื่อหนีความวุ่นวาย ความแออัดในเมือง ไปอยู่กับธรรมชาติ อยู่กับต้นไม้ อยู่กับอากาศบริสุทธิ์ และถ้ามีรายได้จากผลไม้ที่ชอบด้วยแล้ว ชีวิตจะสมบูรณ์ มีความสุขหลังการตรากตรำทำงานมานาน

สวนเกษตร เป็นความใฝ่ฝันของคนเมืองที่เป็นมนุษย์เงินเดือน ที่วางแผนจะใช้ชีวิตหลังเกษียณเพื่อหนีความวุ่นวาย ความแออัดในเมือง ไปอยู่กับธรรมชาติ อยู่กับต้นไม้ อยู่กับอากาศบริสุทธิ์ และถ้ามีรายได้จากผลไม้ที่ชอบด้วยแล้ว ชีวิตจะสมบูรณ์ มีความสุขหลังการตรากตรำทำงานมานาน

นักธุรกิจเขาก็รู้ความต้องการของคนเมืองเหล่านี้ โดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีพนักงานมากๆ เขารู้จากลูกน้องของเขาเองนั่นแหละ จึงไม่แปลกที่ธุรกิจสวนเกษตรจะได้รับความนิยมจากคนเมืองเมื่อกว่า 20 ปีมาแล้ว

CP ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจเกษตรครบวงจรของไทย ก็ทำสวนเกษตรขาย เริ่มจากสวนมะม่วงที่ราชบุรีและที่ชลบุรี ประสบความสำเร็จ ผลผลิตดี เพราะ CP ก็มีตลาดเอง จึงถือเป็นความสำเร็จของสวนเกษตร CP ลูกค้าที่ซื้อไปก็มีความสุข ได้รับผลตอบแทนคุ้มค่า

ต่อมาเมื่อประมาณปี 2534-2535 CP ได้เริ่มโครงการสวนเกษตรโดยปลูกทุเรียนและมังคุด อันเป็นราชาและราชินีแห่งผลไม้ไทยซึ่งถูกใจคอทุเรียนจำนวนมาก รวมถึงผมด้วย จุดเด่นของสวนเกษตร CP ที่บริษัทอื่นทำไม่ได้ คือ การเป็นผู้ครองตลาดสินค้าเกษตรครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดของคนไทย เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่มีชื่อเสียงและได้รับความเชื่อถือจากสังคมไทย

โครงการน่าสนใจมาก ตั้งอยู่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ แบ่งขายเป็นแปลงย่อยแปลงละ 3 ไร่ CP โฆษณาไว้ว่า ได้ให้นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญตรวจสภาพของพื้นดินแล้ว มีความเหมาะสมที่จะปลูกทุเรียนมังคุด ซึ่งได้คัดเลือกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง มังคุดพันธุ์ดีจากจันทบุรี การบริหารจัดการจะใช้เทคโนโลยีทางด้านเกษตรสมัยใหม่ ให้น้ำด้วยระบบ Irrigation System จากอิสราเอล และควบคุมดูแลด้วยระบบคอมพิวเตอร์จากอเมริกา

โครงการจะทำเป็นสถานที่พักผ่อนเหมือนรีสอร์ท มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ จะสร้างบ้านพักรับรองให้ผู้ซื้อได้ไปเที่ยวชมสวนได้พักผ่อน

ผลผลิตที่ได้ CP จะเป็นผู้จัดการเรื่องตลาด โดยมีตลาดต่างประเทศรองรับอยู่แล้ว ซึ่ง CP เท่านั้นที่สามารถทำได้ครบวงจรอย่างนี้ รายรับที่ได้เมื่อหักค่าบริหารจัดการ ค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว จะแบ่งกันระหว่างเจ้าของสวนกับ CP ในอัตรา 70 : 30 โดยได้ทำตารางผลตอบแทนไว้ 15 ปี ช่วง 4 ปีแรก เป็นการลงทุนและจ่ายค่าดูแล รายรับจะเหลือแบ่งให้เจ้าของสวนในปีที่ 5 หลังจากนั้นก็จะได้ส่วนแบ่งจากกำไรเพิ่มขึ้น เมื่อครบ 15 ปี เจ้าของสวนจะได้รับรายได้รวม 1,771,330 บาท และยังมีที่ดินที่มีผลไม้อีก 3 ไร่ ที่มีราคาสูงขึ้น การประเมินรายรับดังกล่าว เป็นการประเมินขั้นต่ำที่ยังไม่ได้นำเทคโนโลยีมาใช้

แปลเป็นภาษาชาวบ้านว่า ผู้ซื้อควรจะได้ผลตอบแทนมากกว่าที่โฆษณาไว้

สำหรับการลงทุน CP ขายที่ดิน ไร่ละ 3.3-4.4 แสนบาทต่อไร่ แล้วแต่ทำเล ค่าปลูกต้นไม้ ค่าดูแลรักษาทุกปี CP เรียกเก็บต่างหาก

ที่ดินไม่ติดถนนที่กบินทร์บุรี เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ราคาคงไม่กี่หมื่นบาท ไม่ว่าจะหักค่าสาธารณูปโภค บวกค่าบริหารจัดการอย่างไร CP ก็คงมีกำไรมหาศาล แถมค่าต้นไม้ ค่าดูแลรักษา ผู้ซื้อก็ยังจ่ายให้ CP ตลอดสัญญา เท่ากับ CP ทำธุรกิจโดยให้ผู้ซื้อลงทุนให้

ถ้าจะถามว่าใครได้เปรียบเสียเปรียบ คำตอบคงชัดเจนอยู่แล้ว แต่ที่ผู้ซื้อรวมทั้งผมด้วย ยอมเสียเปรียบเพราะเราทำเองไม่ได้ แต่อยากเป็นเจ้าของสวนทุเรียน เจ้าของสวนมังคุด จึงยอมรับได้ และเชื่อมั่นว่า CP สามารถทำฝันให้เป็นจริงได้ อีก 15 ปี เมื่อเกษียณแล้วจะได้มีสวนผลไม้เป็นของตัวเอง ส่วน CP จะได้ผลประโยชน์ก็เป็นเรื่องของธุรกิจ

เท่าที่พูดคุยกันในกลุ่มผู้ซื้อ ถ้าไม่ใช่ CP ก็คงจะไม่ซื้อ

สัญญาบริการที่ CP ทำผูกพันไว้ 15 ปี เราก็จ่ายค่าดูแลตามสัญญา แต่พอถึงปีที่ 5 ซึ่งเราควรจะได้รับส่วนแบ่งกำไรแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่มีใครได้รับ สำหรับผมได้รับแจกทุเรียนเพียง 2 ครั้ง ครั้งละ 2-3 ผล หลังจากนั้นก็ได้รับแต่หนังสือทวงถามให้จ่ายค่าดูแลรักษา โดยให้เหตุผลว่า มีปัญหาเรื่องสภาพที่ดิน

แปลว่า ที่ดินไม่เหมาะสมที่จะปลูกทุเรียนมังคุด ใช่ไหม แล้วที่ CP โอ้อวดไว้ว่า นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ได้สำรวจแล้วว่า ที่ดินมีความเหมาะสมนั้น ตกลงเป็นนักวิชาการจากไหน

หลังจากนั้น ได้รับแจ้งจาก CP ว่า ที่ดินบางแปลงที่ไม่เหมาะจะปลูกทุเรียน จะขอเปลี่ยนจากทุเรียนเป็นส้มโอ เพราะดูแลรักษาง่าย ตลาดมีความต้องการ ขายได้ราคาดี

แม้จะเปลี่ยนเป็นส้มโอ แต่ผลผลิตก็ยังไม่เป็นไปตามที่โฆษณาไว้ แต่ CP ยังคงมีความแข็งแกร่งทางด้านการเรียกเก็บค่าดูแลรักษาตลอดมา บางคนก็จ่าย บางคนไม่จ่าย นอกจากนี้ CP ขอเปลี่ยนสัญญาให้บริการ ซึ่งก็มีทั้งคนที่ยอมเปลี่ยนและไม่ยอมเปลี่ยน

ผู้ซื้อหลายท่านคงทำใจไปแล้ว แต่บางท่านทำใจไม่ได้ จึงได้มีการรวมตัวกันร้อง สคบ. และร้องเรียนที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ว่า CP ไม่ทำตามที่โฆษณาไว้ ขอให้ CP รับผิดชอบ

เมื่อถูกฟ้องก็ต่อสู้ว่า ไม่ใช่คดีผู้บริโภค เมื่อไทยพีบีเอสขอให้ไปร่วมรายการก็ไม่ไป แต่ขอส่งหนังสือชี้แจงเข้ามาในรายการ และได้สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าอีกครั้ง ด้วยการชี้แจงว่า เป็นเพราะดินฟ้าอากาศและลูกค้าส่วนหนึ่งไม่ยอมชำระค่าดูแลรักษา

ที่ประทับใจมาก เพราะ CP เรียกร้องแต่ความเห็นใจว่าต้องรับภาระดูแลมาตลอด โดยไม่บอกว่าที่ลูกค้าไม่จ่ายนั้น เมื่อไร และเพราะอะไร และ CP ทำตามที่สัญญาไว้หรือไม่ ผู้ที่ชี้แจงอาจไม่รู้ว่า เมื่อเริ่มโครงการ CP สัญญาด้วยการโฆษณาไว้ว่า CP จะเป็นผู้ดูแลเอง ลูกค้าจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้ ผลผลิต CP เป็นผู้จัดการทุกอย่าง จะได้มากได้น้อย ขายได้ราคาเท่าไร ไม่มีลูกค้าคนใดตรวจสอบ เป็นเรื่องที่ CP จัดทำเอกสารชี้แจงแต่ฝ่ายเดียวเท่านั้น

รายงานผลผลิตที่ CP แจ้ง จึงไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง

นอกจาก CP จะไม่ยอมมาชี้แจงแล้ว แทนที่ CP จะให้ความสำคัญกับเนื้อหา กลับจ้องจับผิดว่า ผู้ที่ร่วมรายการไม่ใช่ผู้ซื้อ คงเพราะไม่มีชื่ออยู่ในข้อมูลของ CP แต่คงลืมไปว่า สามีซื้อแต่ใส่ชื่อภรรยา

สิ่งที่ประทับใจมากที่สุด คงเป็นตอนท้ายหนังสือชี้แจงที่ว่า หากชี้แจงไม่ถูกต้อง อาจเป็นการหมิ่นประมาทบริษัท

CP เขาคงเป็นห่วงผู้ซื้อที่เป็นลูกค้าของเขา กลัวว่าจะทำความผิดหมิ่นประมาท จึงไม่อยากให้ผู้ซื้อชี้แจงหรือเล่าเรื่องผ่านสื่อ เช่นนี้แล้วไม่รู้ว่าผู้ซื้อที่ไปร้องเรียนต้องขอบคุณในความห่วงใยนี้หรือเปล่า

จากความประทับใจที่มีต่อ CP ทำให้ส่วนตัวผมเองเกรงใจ CP มาก ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็จะไม่เข้า 7-11 ไม่อยากไปรบกวนคนของ CP!!!

ที่เขียนมาทั้งหมด ด้วยความประทับใจจริงๆ คงไม่เป็นการหมิ่นประมาทนะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค