
สังคมโพสต์ทูเดย์
โพสต์ทูเดย์ 1 ทศวรรษที่ยั่งยืน อยู่ในมือคุณผู้อ่านแล้วครับ
โพสต์ทูเดย์ 1 ทศวรรษที่ยั่งยืน อยู่ในมือคุณผู้อ่านแล้วครับ
...เกมกำลังเปลี่ยน เมื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เหลือเวลาอยู่บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีน้อยลงไปทุกที
...ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 ก.พ. เป็นโมฆะ ระหว่างนี้สถานการณ์บ้านเมืองจึงตกอยู่ในภาวะสุญญากาศแห่งสุญญากาศที่ต้องทอดยาวออกไปจนกว่ารัฐบาลรักษาการจะหารือคณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดวันเลือกตั้งใหม่
...ทว่าการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ไม่ง่ายดายเสียทีเดียว เพราะท่าทีมวลมหาประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ นำโดยสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ยืนยันไม่ไปเลือกตั้ง ขอเดินหน้าปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
...เป็นเช่นนี้สถานการณ์กลับไปสู่จุดเดิม กล่าวคือ เลือกตั้งเมื่อไหร่ขัดขวางเมื่อนั้น แล้วจะได้ สส.ครบองค์ประชุมสภาหรือไม่ จะเลือกนายกฯ ตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ คำตอบคงล่องลอยกลางอากาศกันต่อไป
...ต่อให้พรรคเพื่อไทยปรารถนาอย่างแรงกล้าหรือประชาธิปัตย์กลับลำลงสนามเลือกตั้ง แต่ทั้งสองพรรคใหญ่ต่างประเมินแล้วยังเจออุปสรรคที่จะเกิดขึ้นก่อนถึงวันเลือกตั้ง
...อย่าลืมว่า ผลพวงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติตัดสินให้นิคม ไวยรัชพานิช พ้นเก้าอี้ประธานวุฒิสภา โดยเตรียมชงเรื่องให้ที่ประชุมวุฒิสภาถอดถอนออกจากตำแหน่งต่อไป
...เมื่อนิคมต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ รองประธานวุฒิสภาคนถัดไปจึงต้องขึ้นบัลลังก์ทำหน้าที่แทน หากไม่รอช้านัดเปิดประชุมวุฒิสภา เรียกนิคมเข้าสู่กระบวนการสอบสวนลงมติพ้นสภาพผู้นำสภาสูง
...ตามด้วย ป.ป.ช.ชี้มูลยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรีในคดีทุจริตจำนำข้าว ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ รอการถอดถอนอีกราย
...และหากคดีทุจริตจำนำข้าวมีผลไปถึงคณะรัฐมนตรีด้วยแล้วไซร้ แผนการที่วางไว้ให้สุรพงษ์โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ เบอร์ 1 ขึ้นทำหน้าที่เป็นนายกฯ สำรองไม่เป็นตามนั้น เกิดคำถามตามมาอีกจะมีรัฐบาลรักษาการหรือไม่ จะต้องไปถึงขั้นปลัดกระทรวงต้องฟอร์มกันมาทำหน้าที่คณะรัฐมนตรีรักษาการหรือไม่ อีนุงตุงนังวุ่นวายน่าดู
...ถึงจุดนั้นย่อมมีการถามหารัฐธรรมนูญมาตรา 3 อำนาจเป็นของปวงชนชาวไทยขยับไปสู่การใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7 เป็นคิวของรองประธานวุฒิสภาทำหน้าที่เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีขัดตาทัพ
...เกมที่เดินไปเช่นนี้ ไม่ใช่เป็นการยึดอำนาจโดยกองทัพเคลื่อนไปตามกลไกตามรัฐธรรมนูญปัจจุบันกำหนดให้ต้องทำm...ถึงตรงนี้ต้องมองไปที่ขบวนการพิทักษ์รัฐบาลเสื่อม ซึ่งเคยประกาศพร้อมเคลื่อนเข้ากรุงแสดงพลังต่อต้านรัฐประหาร ดูท่าจะลำบากเหมือนกัน
...ในเมื่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้ฉีกรัฐธรรมนูญ ไม่มีการปฏิวัติรัฐประหาร เว้นเสียแต่ขบวนการพิทักษ์รัฐบาลอาศัยลูกบ้าเที่ยวล่าสุดสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายอย่างไร้ทิศทาง
...กองทัพจำเป็นต้องเข้าควบคุมสถานการณ์กลุ่มคนที่ไม่เคารพรัฐธรรมนูญนั่นเอง ส่วนมวลมหาประชาชนนำโดยสุเทพคงได้ทำตามที่ประกาศไว้ด้วยการยุติการชุมนุมพามวลชนกลับบ้าน ปล่อยให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองควบคุมสถานการณ์กันไป
...ถึงคราวผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง นักกฎหมาย ตัวแทนภาคประชาชนออกมาระดมความคิดก่อร่างสร้างรัฐบาลกลางขึ้นมาบริหารประเทศไปสักพักทำการปฏิรูปประเทศตามกำหนดเวลาก่อนคืนอำนาจให้ประชาชนใช้กฎกติกาใหม่ทำการเลือกตั้งได้รัฐบาลประชาธิปไตยนั่นแล







