
เปิดเบื้องหลังสคริปต์ 'สุรนันทน์' เปลือยวิธีคิดยิ่งลักษณ์
2 ปี 7 เดือน บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับนักการเมืองหน้าใหม่ถอดด้ามอย่าง
โดย...พิเชษฐ์ ชูรักษ์/ธนพล บางยี่ขัน
2 ปี 7 เดือน บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับนักการเมืองหน้าใหม่ถอดด้ามอย่าง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองเพียง 49 วันในช่วงหาเสียง ก่อนจะต้องมาเผชิญมรสุมรุมลูกใหญ่อย่างต่อเนื่องหลังเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ
เสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ รุนแรงหนักหน่วงมาอย่างต่อเนื่อง บ้างต่อว่าเธอเป็นเพียงแค่ “นอมินี” ของพี่ชาย หรือเป็นหุ่นเชิดทำหน้าที่อ่านโพยตามคนเขียนบทให้ จนหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า เบื้องหลังคำพูดแต่ละคำของนายกฯ มีที่มาที่ไปอย่างไร ใครเป็นคนเขียน “สคริปต์” ให้ โดยเฉพาะระยะหลังมี “คีย์เวิร์ด” เท่ๆ ปรากฏออกมาบ่อยครั้ง อาทิ “ถอยจนไม่รู้จะถอยอย่างไร” หรือ “จะขอตายคาสนามประชาธิปไตย” “ดิฉันอยู่เพื่อรักษาประชาธิปไตย” ฯลฯ
สุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดใจกับ “โพสต์ทูเดย์” เล่าถึงการทำหน้าที่คนเบื้องหลังนายกฯ โดยยืนยันว่า คำพูดแต่ละคำ นายกฯ เป็นคนตกผลึกด้วยตัวเอง แม้จะมีหลายทีมงานดูแลรับผิดชอบในแต่ละเรื่อง มีคนคอยเตรียมข้อมูลให้ทุกเรื่อง และคอยให้คำแนะนำก่อนขึ้นเวทีสปีช หรือให้สัมภาษณ์สื่อในทุกสถานการณ์ แต่สุดท้ายนายกฯ จะเป็นคนตัดสินใจ
“อย่างจะตายคาสนามประชาธิปไตย ท่านอยู่ต่างจังหวัด ผมถูกเฝ้าโยงอยู่กรุงเทพฯ ท่านยังโทรมาเล่าว่าจะสัมภาษณ์อย่างนี้ ท่านคิดเองแล้วถามผมว่าแรงไหม ผมก็ว่าดีนะ”
ครั้งหนึ่ง สว.ฝ่ายตรงข้ามมาถามว่านายกฯ เจรจาความเมืองเองหรือไม่ พูดตามสคริปต์ใช่หรือไม่ “ผมตอบท่านเตรียมเองหมด ทำการบ้านหนัก อย่างไปต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศเตรียมข้อมูลให้ก็ไม่ได้อ่านตามนั้นทั้งหมด ท่านเตรียมคำพูดของท่านเอง ข้อมูลก็มาจากหลายด้าน ไม่ใช่เราไปเขียนว่าต้องพูดอย่างนั้น ไม่มี ผมทำงานกับท่านมา 2 ปี ไม่มีเลย แม้ตอนแรกๆ อาจจะไม่ค่อยคล่อง แต่ก็รู้ว่าจะพูดอะไร”
สุรนันทน์ ยกตัวอย่างว่า เช่น นายกฯ จะพูดเรื่องเศรษฐกิจ ถ้าเป็นเรื่องการคลัง สภาพัฒน์จะเตรียมข้อมูล และมีที่ปรึกษาอย่างพันศักดิ์ วิญญรัตน์ วีรพงษ์ รามางกูร ช่วยให้ข้อคิด เรื่องอื่นๆ ก็จะมีทีมทำงานนายกฯ แต่ละด้าน เลขาฯ ทำไม่ได้ทุกเรื่อง ยกเว้นคอยประสานงาน
“อย่างตัดสินใจยุบสภา เข้าใจว่านายกฯ คุยหลายกลุ่มแล้วตัดสินใจ ค่ำวันที่ 8 ธ.ค. ท่านโทรมาถามว่าจะเอาคืนนี้เลยไหม ผมว่าพูดพรุ่งนี้ดีกว่าไหม เอาเช้าดีกว่าจะได้ดูความถูกต้องเอกสารด้วย ก็ส่งให้ท่านตอนกลางคืน ท่านก็แก้มา เช้าก็มาแก้อีกที แล้วก็พูดตามนั้น
“บางทีจะสัมภาษณ์สื่อ ท่านบอกว่าอยากตอบแบบนี้ เลขาฯ คิดยังไง มีอะไรที่หลุดไหม หรือบางทียืนกันหลายคน รัฐมนตรีนิวัฒน์ธำรง(บุญทรงไพศาล รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์) ว่าไง เรื่องนี้เศรษฐกิจ เรื่องนี้พี่โต้ง (กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง) ว่าไง เลขาฯ ก็ต้องโทรถามว่าเรื่องนี้เอาอย่างไร เพราะนายกฯ ต้องเจอสื่อ พูดง่ายๆ ว่าเราเป็นคนเตรียม เราไม่ได้เป็นคนที่ไปบอกว่า ต้องพูดอย่างนี้ แต่นายกฯ อยากพูดอย่างนี้ เราต้องไปเตรียมข้อมูล
“อย่างไปต่างประเทศ ท่านบอกว่าอยากพูดอย่างนี้ หนึ่ง สอง สาม สี่ เราก็เตรียมข้อมูล มีทีมยกร่าง ยกร่างเสร็จท่านก็แก้ คือไม่ใช่พอยกร่างมา ผมดูเสร็จ แล้วท่านจะอ่านตามนั้น ท่านดูแล้วก็บอกว่า ประโยคนี้ดี ประโยคนี้ไม่ใช่ บางทีท่านยังบ่นเลย พี่ปุ้มนี่ไม่ใช่คำพูดปู ท่านพูดอย่างนี้เลยนะ ปูต้องการอย่างนี้ บางทีเราตีความผิดแล้วเขียนไป ท่านบอกไม่ใช่ ท่านเขียนเอง แก้เองด้วยลายมือยังมีอยู่เลย”
เป็นคำอธิบายจากเลขาฯ นายกฯ ถึงที่มาข้อกล่าวหานายกฯ โพยอ่านสคริปต์จนผิดเพี้ยนไปในบางครั้ง “นายกฯ ทุกคน ผู้นำทุกคนในโลกนี้มีทีมร่าง มีการเตรียมข้อมูล แต่ในที่สุดเขาก็พูดด้วยตัวเอง บางทีสุนทรพจน์กล่าวเปิดงานร่างมาให้ท่านบอกว่านี่มันไม่ได้สื่อ ก็พูดเองเลย ยิ่งตอนหลังท่านมั่นใจด้วยความที่ขึ้นเวทีบ่อยๆ ที่อ่านแน่นอนคือพระราชพิธี อันนั้นท่านก็ดูเอง”
แต่หลายคำที่หลุดๆ ไปในบางครั้ง เลขาฯ นายกฯ อยากให้เข้าใจว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะนายกฯ ใจร้อน คิดเร็วกว่าพูด “อย่างฟังคำถาม ท่านคิดไปแล้ว พูดไม่ทันจึงสะดุดคำ ส่วนเรื่องภาษาอังกฤษ นายกฯ ก็คุยกับผู้นำต่างประเทศเข้าใจ อาจจะไม่เหมือนเด็กเรียนเมืองนอกตั้งแต่เด็กๆ แต่สื่อสารเข้าใจ ได้ผล ไม่มีปัญหา ผู้นำหลายชาติก็ไม่ใช่พูดภาษาอังกฤษได้ทุกคน”
จะเชื่อตามคำชี้แจงของสุรนันทน์ในเรื่องนี้แค่ไหน เชื่อว่านายกฯ ยิ่งลักษณ์คิดและทำอย่างที่เลขาฯ นายกฯ อธิบายหรือไม่ ก็สุดแท้แต่...แต่สุรนันทน์บอกว่า เขาเองเป็นแค่ผู้ประสานงานเท่านั้น ทีมงานมีมาก เช่น ประเด็นการเมืองและท่าทีของพรรคเพื่อไทยเป็นเรื่องที่นายกฯ ต้องฟังจากที่ปรึกษาจากพรรคเป็นผู้ให้ข้อมูลว่าเรื่องไหนจะพูดอย่างไร แต่ทางเลขาฯ ก็มีการประสานงานกับทั้งภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค และคนอื่นๆ บ้าง
รวมทั้งกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นพี่ชาย เป็นธรรมดาที่นายกฯ ต้องมีการปรึกษาหารือด้วยในหลายๆ เรื่อง แต่ไม่ได้หมายความว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะสั่งซ้ายหันขวาหัน “พ.ต.ท.ทักษิณให้เกียรตินายกฯ ทุกเรื่อง 99.9% นายกฯ ตัดสินใจเอง” ขณะที่ในฐานะเลขาฯ นายกฯก็บอกว่าได้โทรศัพท์พูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณเดือนละ 1-2 ครั้งด้วยเช่นกัน
อีกคำครหาที่มักถูกนำมาโจมตีบนเวทีชุมนุมกลุ่มขับไล่ระบอบทักษิณ นั่นคือ ยิ่งลักษณ์ถูกปิดกั้นข้อมูลข่าวสารไม่ให้รับรู้ความเป็นไปของเกมการเมือง สุรนันทน์ บอกว่า เรื่องนี้ไม่จริง เพราะนายกฯ ติดตามข้อมูลด้วยตัวเอง “น่ากลัวมาก ผมว่านายกฯ ทักษิณบริโภคข่าวแล้วนะ นายกฯ ยิ่งลักษณ์บริโภคข่าวมากกว่าอีก นายกฯ ยิ่งลักษณ์มาในรุ่นใหม่ที่มีสมาร์ทโฟน โซเชียลมีเดีย เพราะฉะนั้นท่านดูตลอด บางทีรู้ก่อนเรา ท่านบริโภคเอง ไม่เหมือนผู้ใหญ่บางคน ลูกน้องไปสรุปประเด็นให้ นั่นก็ทำด้วย แต่เปิดเองด้วย
“ด้วยความเป็นผู้หญิงต้องตื่นเช้ากว่าผู้ชาย ต้องตื่นมาแต่งหน้าแต่งตัว 7 โมง รัฐมนตรี เลขาฯ นายกฯ นี่โดนแล้ว นายกฯ ตื่นเช้ามาอ่านหนังสือพิมพ์ ดูรายการสรยุทธ์ แล้วดูช่องอื่นๆ ดูแล้วก็สั่ง โดยเฉพาะเป็นข่าวร้ายหรือมีเหตุการณ์ ส่วนข่าวดีมาก็ชมทีหลัง ส่งข้อความมาบ้าง ดึกๆ ก็เข้าออนไลน์ บางทีก็ดูบลูสกาย
“ดูเองเลยบลูสกาย ไม่ดูทุกคืนเดี๋ยวจิตตก ท่านบอกจะได้รู้ว่าเขาพูดอะไร แล้วก็มาคอมเมนต์ว่าไม่ถูกนะ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ หรือบางเรื่องเราต้องหาทางชี้แจงให้คนเข้าใจ ไม่งั้นคนเข้าใจผิด ล่าสุดมีคนตัดต่อรูปท่านเป็นคนใบ้หวยใส่ชุดแดงก็วอตส์แอพมาหาผม ขำก็ขำ โกรธก็โกรธ แต่ท่านมีวิธีปลง ท่านก็เป็นนักบริหาร แยกแยะได้ คนไปคิดว่าจะเป็นผู้หญิงแล้วจะต้องถอดใจลาออก...ไม่ใช่”
นี่เป็นความเข้มแข็งและความมุ่งมั่นของยิ่งลักษณ์ ที่ไม่มีใครเคยรับรู้ แต่เลขาฯ นายกฯ อยากบอกให้ฟัง







