posttoday
กกต.-พท. โบ้ยรับผิดเลือกตั้งโมฆะ

กกต.-พท. โบ้ยรับผิดเลือกตั้งโมฆะ

23 มีนาคม 2557

ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เป็นโมฆะ

ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เป็นโมฆะ ส่งผลกระทบให้งบประมาณ 3,800 ล้านบาท ที่ใช้จัดการเลือกตั้งต้องสูญเปล่า ทำให้เกิดการไล่บี้หาคนมารับผิดชอบ ซึ่งแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างโยนความผิดไปให้อีกฝ่าย

สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า รัฐบาลต้องรับผิดชอบ เพราะสาเหตุเลือกตั้งโมฆะมาจากการถูกขัดขวาง ทำให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งในวันเดียว ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอก ไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจของ กกต. และ กกต.ได้ระบุถึงปัญหาดังกล่าวให้รัฐบาลทราบก่อนวันที่ 2 ก.พ.แล้วว่าหากเดินหน้าต่อจะสุ่มเสี่ยงกับการถูกฟ้องเป็นโมฆะแต่รัฐบาลได้ยืนยันให้เดินหน้าเลือกตั้งต่อ

ทั้งนี้ แตกต่างจากการเลือกตั้งที่เป็นโมฆะในปี 2549 ซึ่งเกิดจากมติของ กกต.ให้หันคูหาออก จนเป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ซึ่ง กกต.ชุดดังกล่าวต้องรับผิดชอบ

ขณะที่ พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กกต.มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ในการจัดการเลือกตั้งเพียงผู้เดียว รัฐบาลเป็นเพียงผู้สนับสนุนงบประมาณ เครื่องมือ และบุคลากร ดังนั้นสิ่งที่ สมชัย เรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบเป็นการโยนบาปให้รัฐบาล

นอกจากนี้ ที่ผ่านมา กกต.ไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง จึงเกิดปัญหา ขณะที่ สุเทพเทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และพวก ดำเนินการขัดขวางการเลือกตั้งอย่างชัดเจน แต่ กกต.ก็ไม่แจ้งความเอาผิด กระทั่งมีการร้องทำให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ สะท้อนการทำหน้าที่ของ กกต.ว่ากระทำขัดกฎหมายเลือกตั้ง ไม่มีประสิทธิภาพในการจัดการเลือกตั้งหรือไม่

ดังนั้น กกต.ต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและอาญาในความเสียหายของงบประมาณจัดการเลือกตั้ง 3,000 กว่าล้านบาท รวมทั้งค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองและผู้สมัครทั้งหมด และขอให้ กกต.แสดงสปิริตโดยการลาออก ขณะที่ สุเทพ และพวก รวมทั้งสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่ร่วมขัดขวางการเลือกตั้งต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและอาญาด้วยเช่นกัน

สอดรับกับ จิรายุ ห่วงทรัพย์ ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย ต้องออกมาชี้แจงว่าเงินของผู้สมัครที่ใช้หาเสียงไปแล้ว กกต.จะชำระหนี้คืนให้ผู้สมัคร เพราะลงสมัครอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้หากสัปดาห์หน้ายังไม่ได้คำตอบ ก็จะใช้กระบวนการเดียวกันกับที่ กกต.กระทำกับผู้ที่ถูกใบเหลืองและใบแดง โดยการฟ้องเรียกค่าเสียหาย

ด้าน ถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ประเมินสถานการณ์ว่า หลังคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เป็นโมฆะ คาดว่าแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และบุคคลที่สนับสนุนรัฐบาลจะพยายามปลุกระดมมวลชน เพื่อหวังให้เกิดการเผชิญหน้าและเกิดความรุนแรง

“กปปส.ยืนยันจะชุมนุมอยู่ในที่ตั้งเพื่อความปลอดภัยและยึดแนวทางการชุมนุมสงบ สันติ อหิงสา และเรียกร้องหากมีความรุนแรงเกิดขึ้น ขอให้กองทัพออกมาดูแลความสงบเรียบร้อย ส่วนความเคลื่อนไหวของ กปปส.จะประเมินสถานการณ์จากปัจจัยต่างๆ”

นอกจากนี้ อลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรค โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัว ระบุว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เป็นโมฆะ ถือเป็นโอกาสของประเทศที่จะหาทางออกให้ประเทศอย่างมีสติ แต่กลุ่ม นปช. พรรคเพื่อไทย กลุ่ม กปปส. และพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีผู้สนับสนุนฝ่ายละกว่า 10 ล้านคนขัดแย้งกันแบบสุดขั้ว ดังนั้นทั้งสองฝ่ายควรใช้เวลาก่อนกำหนดวันเลือกตั้ง ถอดชนวนวิกฤตประเทศโดยเจรจาหาข้อยุติ

ทั้งนี้ ส่วนตัวมีข้อเสนอคือ 1.รัฐบาลและ กปปส.เจรจากันจนได้ข้อยุติ จึงเสนอวันเลือกตั้งต่อ กกต. 2.ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 9 เดือน 3.ทุกพรรคลงสมัครรับเลือกตั้ง การจะปล่อยให้ประเทศวิกฤตยืดเยื้อแบบนี้ต่อไปโดยไม่รู้อนาคตจะจบลงอย่างไรและเมื่อใดคงไม่ได้ ฉะนั้นเมื่อมีโอกาสก็ต้องเร่งมือแก้ไข

“ประเทศเหมือนรถไฟตกราง ถ้าเจรจากันและขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศให้มีเลือกตั้งภายใน 9 เดือน ประเทศไทยก็จะเดินหน้าอย่างมีอนาคตและมีความสุขอีกครั้งอย่างแน่นอน ส่วนพรรคการเมืองที่มีส่วนทำให้เกิดวิกฤตการณ์ของประเทศครั้งนี้ก็ต้องปฏิรูปพรรคให้เป็นสถาบันทางการเมืองประชาธิปไตยของประชาชนอย่างแท้จริง” อลงกรณ์ ระบุ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ