
ปรากฏการณ์ฟ้าแยกสี
ความพิลึกพิลั่นสุดคาดเดา บางคนอาจจะจินตนาการไปเรื่องดีงาม
ความพิลึกพิลั่นสุดคาดเดา บางคนอาจจะจินตนาการไปเรื่องดีงาม แต่บางรายก็สามารถตีความไปทางวิบัติได้ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการเมือง หากเห็นสิ่งผิดปกติผิดธรรมชาติ ก็ไม่แปลกหากใครจะตีความให้เชื่อมโยงเหตุการณ์ทางการเมือง
เฉกเช่นที่ จ.นครศรีธรรมราช เกิดปรากฏการณ์พิสดารที่ชาวบ้าน อ.พระพรหม เรียกว่า “ฟ้าแยกสี” เมื่อพบเห็นท้องฟ้ามีเฉดสีตัดกันแยกกันอย่างชัดเจน ระหว่างสีส้มเข้มกับสีออกขุ่นมัว และแน่นอนว่าผิดปกติที่ควรจะเป็น จึงต่างพากันหยิบโทรศัพท์มือถือมาบันทึกภาพเอาไว้
และไม่แปลกที่จะมีการคาดเดาตามความเชื่อส่วนบุคคล โดยภาพนี้มีการตีความว่าเป็นลางร้ายหรืออาเพศร้ายแรง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมือง เพราะภาพ “ฟ้าแยกสี” เกิดขึ้นหลังคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ให้การเลือกตั้งใหญ่ครั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะ
นายแนบ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 80 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ที่เห็นฟ้าแยกสี เล่าว่า สีของท้องฟ้าที่ตัดกันอย่างชัดเจนแบบนี้ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิตตามปกติก็จะเป็นสีแดงทั้งหมด จะมีครั้งที่เกิดวาตภัยแหลมตะลุมพุก เมื่อปี 2505 ท้องฟ้ามีสีผิดเพี้ยนแต่ก็ไม่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเหมือนครั้งที่เพิ่งพบเจอล่าสุด และเหตุการณ์นี้ก็เชื่อว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับเหตุความวุ่นวายในบ้านเมืองขณะนี้ ทำให้นึกถึง10 คำทำนายของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต)พรหมรังษี คือ
“มหากาฬ พาลยักษ์ รักมิตร สนิทธรรม จำแขนขาด ราษฎร์จน ชนร้องทุกข์ ยุคทมิฬ ถิ่นตาขาว ชาววิไล”
นายแนบ บอกว่า ซึ่งในยุคนี้เทียบตามคำทำนายถือว่าเป็นยุคถิ่นตาขาว เนื่องจากมีฝรั่งมังค่าที่เรียกว่า “ฝั่งตาขาว” เข้ามาในประเทศไทยมากทั้งท่องเที่ยวและทำการค้าร่วมกัน รวมถึงเป็นยุคที่คนไทยนิยมของนอกจนลืมตัว เกิดความฟุ้งเฟ้อเห็นผิดเป็นชอบ เห็นดำเป็นขาว ส่งผลให้บ้านเมืองมีความวุ่นวายจนเกิดอาเพศท้องฟ้าแยกสีดังที่เห็นกัน







