
เงินสะพัดรับเปิดเทอมกว่า4หมื่นล.
โพสต์ทูเดย์ ผู้ปกครองอ่วม ค่าเทอมพุ่ง ส่งผลเงินสะพัดช่วงเปิดเทอม 4.45 หมื่นล้านบาท
นางยาใจ ชูวิชา ประธานคณะจัดทำผลสำรวจความคิดเห็นประเด็นธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจประชาชน 1,219 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 69 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อสำรวจการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลเปิดเทอมปีนี้ คาดว่าจะมีเงินสะพัด 4.45 หมื่นล้านบาท โดยเป็นค่าเล่าเรียนและค่าหน่วยกิตมากสุด
รองลงมาเป็นค่าบำรุงโรงเรียน ค่าบำรุงโรงเรียนกรณีเปลี่ยนโรงเรียนใหม่ (แป๊ะเจี๊ยะ) ค่าหนังสือ ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเสื้อผ้า รองเท้า ค่าบริหารจัดการพิเศษ เช่น ค่าประกันชีวิต และอื่นๆ แต่เมื่อเฉลี่ยต่อครัวเรือนแล้ว จะมีค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอม 6,116.89 บาท
เมื่อสอบถามถึงการเปลี่ยนแปลงของค่าใช้จ่ายก่อนเปิดเทอมเทียบกับปี 2552 พบว่า ค่าใช้จ่ายต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นมาก ทั้งค่าเล่าเรียนและค่าหน่วยกิต ค่าบำรุงโรงเรียนตามปกติ ค่าบำรุงโรงเรียนกรณีเปลี่ยนโรงเรียนใหม่ ค่าหนังสือ ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเสื้อผ้า รองเท้า ค่าบริหารจัดการพิเศษ เช่น ค่าประกันชีวิต และอื่นๆ
ผู้ตอบแบบสอบถาม 74.1% ระบุมีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ส่วนอีก 25.9% ระบุไม่เพียงพอ โดยกลุ่มที่เพียงพอนั้น นำเงินออมมาใช้เป็นอันดับ 1 รองลงมาเป็นเงินจากเงินเดือน ตามด้วยโบนัสและรายได้อื่นๆ 0.9% ขณะที่กลุ่มไม่เพียงพอจะจำนำทรัพย์มากเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือ ยืมญาติพี่น้อง เงินออม เงินเดือน เบิกเงินสดจากบัตรเครดิต กู้เงินนอกระบบ โบนัสและรายได้พิเศษ กู้เงินในระบบ และเสี่ยงโชค
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า เมื่อถามถึงสถานการณ์การเมืองมีผลต่อการใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอมหรือไม่นั้น 83.6% ตอบว่ากระทบ เพราะเศรษฐกิจไม่ดี รายได้ไม่มั่นคง และไม่สะดวกในการส่งบุตรหลาน
เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นผู้ปกครองในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่อีก 16.4% ตอบว่าไม่กระทบ เพราะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ชุมนุม โดยมองแผนปรองดองแห่งชาติ ไม่มีผลทำให้ภาวะเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ รายได้ และสถานการณ์ทางการเมืองดีขึ้น แต่หากแผนปรองดองใช้ได้จริง น่าจะใช้เวลา 46 เดือนในการทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้
“ตอนนี้ ยังไม่มีสัญญาณของการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ประชาชนยังกังวลกับสถานการณ์การเมือง และไม่เชื่อมั่นการเมือง แต่เชื่อว่า เม็ดเงินสะพัดจากการใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอมที่คาดจะมีมากถึง 4.45 หมื่นล้านบาท น่าจะเป็นแรงพยุงเศรษฐกิจไทยไม่ให้ตกต่ำลงได้บ้าง” นายธนวรรธน์กล่าวนายธนวรรธน์ กล่าวว่า ประชาชนต้องการให้รัฐบาลปรับปรุงการศึกษาของประเทศในปัจจุบันให้ใช้สื่อการสอบที่ทันสมัย พัฒนาบุคลากรทางการเรียนให้มีศักยภาพเท่าเทียมกัน ตรวจสอบมาตรฐานการเรียนการสอนอย่างสม่ำเสอม ดูแลเรื่องการทะเลาะวิวาท กระตุ้นมาตรฐานการศึกษา ดูแลการจ่ายเงินให้กับโรงเรียนรัฐบาล ฯลฯ ส่วนสิ่งที่ต้องการด้านการศึกษาที่อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือคือ ให้ทุนการศึกษา หรือเรียนฟรี (ระดับที่สูงกว่ามัธยม) ช่วยเหลือค่าเทอมที่สูงเกินไปของโรงเรียนเอกชน ช่วยเรื่องอาหารกลางวัน ช่วยเหลือด้านอุปกรณ์การเรียนเพิ่มขึ้น ให้โอกาสในการศึกษาของเด็กด้อยโอกาส ให้เงินกู้เพื่อการศึกษาในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ฯลฯ







