
แนวท่อส่งก๊าซเอ็นจีวีถล่มที่อยุธยา
พระนครศรีอยุธยา-แนวท่อส่งก๊าซเอ็นจีวีถล่มริมถนนสายเอเชียขาเข้ากทม.
พระนครศรีอยุธยา-แนวท่อส่งก๊าซเอ็นจีวีถล่มริมถนนสายเอเชียขาเข้ากทม.
เมื่อวันที่ 21 มี.ค.พื้นที่ติดแนวก่อสร้างท่อส่งก๊าซธรรมชาติ เอ็นจีวี แบบท่อเหล็ก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 28 นิ้ว ของ บริษัท ปตท. จำกัด มหาชน ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างด้วยการฝังลงใต้ดินลึก 4 เมตร ริมถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพมหานคร ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 13-14 เขตต.คุ้งลาน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดการทรุดตัวลง จนดินด้านข้างแยกเป็นทางยาว และโครงสร้างอาคารริมถนนทรุดแตกร้าวถล่มลง รวมถึงเสาไฟฟ้าแรงดันสูงหลายต้นเริ่มเอียง และล่าสุดยังไม่มีหน่วยงานภาครัฐใดเข้ามาตรวจสอบหรือร่วมดำเนินการแก้ไข
อย่างไรก็ตามพบว่าบริษัทที่รับดำเนินการวางท่อ โครงการส่งท่อก๊าซธรรมชาติบนบก จากจ.พระนครศรีอยุธยาไปจ.นนทบุรี และจ.พระนครศรีอยุธยา ไปจ.นครสวรรค์ คือบริษัทเอกชนจากประเทศจีน และมีการจ้างแรงงานไทยบางส่วน มาร่วมดำเนินการกับแรงงานชาวจีน
ทั้งนี้ล่ามชาวจีนได้กวาดต้อนแรงงานทุกคน โดยเฉพาะชาวไทยห้ามให้ข้อมูลโดยเด็ดขาด จนเกือบจะเกิดการปะทะ เพราะแรงงานไทยบางคน ต้องการชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้น
ขณะที่คนงานไทยให้ข้อมูลว่าซิฟพายที่ตอกกันดินสไลด์ สั้นเพียง 4-6 เมตร ซึ่งความจริงต้องยาวมากกว่า 10 เมตร และไม่มีระบบเซฟตี้ทุกประเภท ระหว่างการก่อสร้าง และถึงแม้ดินจะไลด์ตัว แต่วิศวกรชาวจีนยังไม่ยอมสั่งให้หยุดงานเพื่อตรวจสอบ และยังสั่งดินหน้าทำงานต่อไป ทำให้คนงานชาวไทยหวั่นว่าจะเกิดอันตรายระหว่างการก่อสร้างมากขึ้นกว่านี้รวมถึงเกิดเหตุร้ายอาจอันตรายถึงแก่ชีวิต
นายสุชาติ มานิตย์ เจ้าของบริษัท ส.เทพธิพงษ์ จำกัด ซึ่งมีที่ดินและอาคารติดพื้นที่แนวท่อที่ดินเกิดการไลด์ตัว กล่าวว่า ทรัพย์สินในบริษัทได้รับความเสียหาย ทั้งอาคารชั่วคราว ที่เกิดการแยกทรุด และที่ดินที่ติดกันได้แตกยาวดังภาพที่เห็น ไม่ทราบว่าเพราะเหตุ วิศวกรชาวจีน และบริษัทชาวจีน ที่มารับประมูลงานไม่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะว่า มีบ้านเรือน ร้านค้า และเจ้าของที่ดินที่ติดแนววางท่อ ได้รับความเสียหายมากมายตลอดแนว เพราะมีการวางแนวท่อเกือบสุดเขตทาหลวง ซึ่งจะมาชิดกับที่ดินกรรมสิทธิ์ของประชาชน และตนเองมองดูแล้วว่าการตอกซิปฟายนั้นสั้นเกินไป ทำให้ไม่สามารถป้องกันดินไลด์ตัวได้







