
การเลือกตั้ง 2 ก.พ.สอดคล้องกับหลักเลือกตั้งทั่วไป หรือไม่
การเลือกตั้งเป็นการใช้สิทธิของพลเมืองที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในฐานะที่เป็นกระบวนการประชันขันแข่งกันแบบเสรีเพื่อเลือกผู้แทน ซึ่งควรจะเป็นตัวแทนของประชาชนโดยรวมทั้งชาติให้ไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร หรือรัฐสภา หรือทำหน้าที่บริหารประเทศโดยตรงด้วยในกรณีที่ประเทศนั้นๆ ออกแบบให้มีการเลือกตั้งฝ่ายบริหารประเทศโดยตรงจากประชาชน
การเลือกตั้งเป็นการใช้สิทธิของพลเมืองที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในฐานะที่เป็นกระบวนการประชันขันแข่งกันแบบเสรีเพื่อเลือกผู้แทน ซึ่งควรจะเป็นตัวแทนของประชาชนโดยรวมทั้งชาติให้ไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร หรือรัฐสภา หรือทำหน้าที่บริหารประเทศโดยตรงด้วยในกรณีที่ประเทศนั้นๆ ออกแบบให้มีการเลือกตั้งฝ่ายบริหารประเทศโดยตรงจากประชาชน
สิทธิทางการเมืองและแนวทางการปฏิบัติทางการเมืองดังกล่าวข้างต้น ได้รับการสรรค์สร้าง ปลูกฝัง และอบรมเพาะบ่มนิสัยของพลเมืองในบางประเทศมาเป็นเวลาช้านาน เช่น ในบางประเทศมีการใช้สิทธิของพลเมืองผู้ชายมาก่อนผู้หญิง มีการใช้สิทธิของคนมีทรัพย์สินมาก่อนพลเมืองทั่วไป เป็นต้น และต่อมาได้มีการพัฒนาและมีการขยายสิทธิออกไปอย่างกว้างขวาง จนกลายมาเป็นตำรา หรือเป็นหลักการทั่วไปที่เราใช้อ้างอิงกัน
หลักการของการเลือกตั้งทั่วไปที่มีข้อสรุปต่อๆ มาก็คือ เป็นการเลือกตั้งที่มีความเสมอภาค ซึ่งควรจะมีความเสมอภาคกันทั้งในฝั่งของผู้ไปใช้สิทธิ และผู้อาสาหรือสมัครเข้าแข่งขันในการเลือกตั้ง ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับหลักข้อที่สอง คือ ต้องเป็นการเลือกตั้งที่เป็นการทั่วไป ไม่ใช่เฉพาะกลุ่ม เฉพาะภูมิภาค ซึ่งเรามีการแปลเป็นภาษากฎหมายว่าจะต้องเป็นการเลือกตั้งวันเดียวกันทั่วประเทศ
ส่วนวันเลือกตั้งล่วงหน้าก็ดี วันเลือกตั้งซ่อมก็ดี หรือวันเลือกตั้งชดเชย หรือทดแทนก็ดีก็อาจจัดให้มีได้ ในกรณีเป็นการอำนวยความสะดวกให้คนไปใช้สิทธิก่อนในกรณีที่ไปทำงานอยู่ในต่างประเทศบ้าง ได้แสดงความจำนงไว้ก่อนหน้านี้บ้าง ฯลฯ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องไม่ไปหักหรือทำลายหลักการของการเลือกตั้งทั่วไปที่จะต้องเป็นไปในวันเดียวกันอย่างเด็ดขาด
นอกจากนี้ ในการสมัครเข้าแข่งขัน การหาเสียง การรณรงค์ทางการเมือง ฯลฯ ต้องดำเนินไปโดยเสรี หรือมีเสรีภาพพอสมควร ไม่ใช่อยู่ภายใต้บรรยากาศของความกลัว (ไม่ว่าฝ่ายใดเป็นคนกระทำก็ตาม) หรือภายใต้ของบงการของกองกำลัง อามิสสินจ้าง หรือแรงจูงใจอื่นใดที่ทำให้พลเมืองสูญสิ้นความเป็นอิสระเสรีชนที่จะได้ใช้ข้อมูลอย่างพอเพียง ทำการตัดสินเลือกผู้แทนของพวกเขา (หรือพวกเรา)
ส่วนการดำเนินการ หรือการบริหารงานการเลือกตั้งโดยรวมก็ต้องเป็นไปตามหลักของความสุจริตและยุติธรรมต่อทุกภาคส่วน แน่นอนที่สุดว่า เราจะต้องให้ได้มาซึ่งเสียงส่วนใหญ่เพื่อใช้ในการเปิดประชุมสภาและนำไปเป็นความชอบธรรมของการบริหารประเทศต่อไป
แต่หลักของความสุจริตยุติธรรมของกระบวนการเลือกตั้งนี้ มีความหมายว่าการเลือกตั้งจะละทิ้งคนส่วนน้อยไปไม่ได้เช่นกัน เช่น จะละทิ้งคนสองล้านที่แสดงความจำนงไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะขอใช้สิทธิในวันเลือกตั้งล่วงหน้า คือ ก่อนวันที่ 2 ก.พ.ไปไม่ได้ มิฉะนั้น องค์รวมของเจตจำนงทั่วไปของประชาชน (General Will) คงจะเกิดขึ้นไม่ได้ หรือเกิดแต่มีความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
มิพักต้องกล่าวถึง 28 เขตเลือกตั้ง ซึ่งดำเนินการรับสมัครไม่ได้ หรือจำนวนคะแนนของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งยังประมวลผลไม่ได้เลย ฯลฯ คิดถึงปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้าอยู่ ก็คงจะเป็นคำตอบได้ว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 2 ก.พ. 2557 มีความห่างไกลจากหลักของการเลือกตั้งทั่วไปอยู่พอสมควร
ฉะนั้น ในทางรัฐศาสตร์แล้ว เราจึงต้องพิจารณาการเลือกตั้งไว้ในช่องทางปกติของระบบการเมืองในระบอบประชาธิปไตย กล่าวคือ เงื่อนทางการเมืองก่อนการเลือกตั้ง รวมทั้งเหตุของการยุบสภาเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งใหม่นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง
เช่น การเลือกตั้งควรจะต้องดำเนินการไป หากไม่มีภาวะสงคราม การแตกแยกของคนในชาติ สงครามกลางเมือง ฯลฯ เราคงไม่ลืมว่า การเลือกตั้งทั่วไปในปี พ.ศ. 2485 ก็ได้ละเว้นไปทั้งๆ ที่สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งทั่วไปในปี พ.ศ. 2481 ครบวาระกันแล้ว แต่ในครั้งนั้นการเลือกตั้งก็จำต้องเลื่อนออกไป เพราะเกิดภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ภาวะการณ์ที่ไม่ปกติสุขนี้ เป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่ในตำรา และไม่มีใครอธิบายได้อย่างเป็นระบบว่า หากเลื่อนออกไปแล้ว จะเลื่อนออกไปนานเท่าใดจึงจะพอเหมาะพอควร และไม่กระทบต่อวิถีของประชาธิปไตยของชาติ
ผู้เขียนไม่อยากคาดเดา แต่ก็คงเข้าใจได้จากหลักการทั่วไปว่า การเลือกตั้งทั่วไปนั้นต้องมีความสุจริตยุติธรรม มีความเสมอภาค มีเสรีภาพ และต้องดำเนินการไปทั่วทั้งประเทศในวันเดียวกัน ซึ่งการเลือกตั้งของเรานั้นไม่มีความสมบูรณ์ในหลักการดังกล่าวอยู่หลายข้อ
แต่ก็คงเป็นสภาวะที่ศาลรัฐธรรมนูญคงจะช่วยแก้ไขปัญหา หรือทำให้ปัญหาคลี่คลายไปได้ระดับหนึ่ง ส่วนการเลื่อนวันเลือกตั้งก็ดี หรือการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ก็ดี คงเป็นปัญหาที่ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายบริหารการเลือกตั้ง และฝ่ายที่มีความแข็งขันจะเข้าร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง คงจะต้องไปขบคิดกันเพื่อช่วยให้ประเทศชาติบ้านเมืองกลับเข้าสู่ภาวะการณ์ปกติได้ต่อไป







