
รวบมือปืนป๊อปคอร์น-จัดทีมจับสุเทพ
เพียง 1 วัน หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ วิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ มือปืนป๊อปคอร์น ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
เพียง 1 วัน หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ วิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ มือปืนป๊อปคอร์น ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับได้แล้ว โดยหลังก่อเหตุบริเวณสี่แยกหลักสี่ วิวัฒน์ได้หนีไปกบดานที่ จ.สุราษฎร์ธานี จนกระทั่งถูกรวบที่ตลาดแห่งหนึ่งในตัวเมือง เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธทุกข้อหา
พล.ต.ท.วินัย บอกว่า ระหว่างที่หลบหนี วิวัฒน์ ได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านของภรรยาลูกพี่ ซึ่งเป็นหัวหน้าการ์ด กปปส. เวทีแจ้งวัฒนะ
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ระบุว่า วิวัฒน์ ยอมรับสารภาพว่าเป็นมือปืนป๊อปคอร์นจริง และหลังจากนี้จะคัดเลือกตำรวจมือดีที่สุดจากทั่วประเทศเพื่อติดตามจับกุมตัวกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีหมายจับโดยเฉพาะแกนนำ
ธาริต เพ็งดิษฐ์ กรรมการ ศอ.รส. แถลงมติของ ที่ประชุม โดยยืนยันว่าแม้จะยกเลิกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปแล้ว แต่ความผิดของแกนนำ กปปส.มีหลายคดีที่มีความผิดสำเร็จ เช่น ข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ ข้อหาขัดขวางการเลือกตั้ง ข้อหาร่วมกันยุยงส่งเสริมให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมาย ดังนั้นทางกฎหมายจึงต้องดำเนินคดีต่อไป เว้นเพียงแต่หมาย ฉ ที่ศาลได้ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เท่านั้นที่สิ้นผลไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติให้ออกหมายเรียก สุเทพ เทือกสุบรรณ และแกนนำ กปปส. รวม 57 คน เป็นครั้งที่ 3 ให้มาพบพนักงานสอบสวนภายในสัปดาห์หน้าเพื่อใช้สิทธิในการสู้คดี เว้นเพียงสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม เพราะได้ออกหมายจับไปแล้ว
“ขอเตือนทุกคนที่ได้รับหมายเรียกว่าหากว่าไม่มา ทางเจ้าหน้าที่จะสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการเพื่อสั่งฟ้อง และหากอัยการเห็นพ้องให้สั่งฟ้องก็จะถูกออกหมายจับทันที” ธาริต กล่าว
วันเดียวกัน ศาลอาญาธนบุรีได้อนุมัติหมายจับ ชุมพล จุลใส แกนนำ กปปส. ในฐานขัดขวางการเลือกตั้ง จากเหตุการณ์พามวลชนไปปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งสำนักงานเขตภาษีเจริญ
ขณะที่ ธวัชชัย พรหมจันทร์ แกนนำกองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย (กคป.) ได้แถลงข่าวตอบโต้เจ้าหน้าที่ตำรวจภายหลังถูกออกหมายจับในเหตุการณ์วัดศรีเอี่ยม
ธวัชชัย ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แถลงว่าตัวเองนั่งอยู่ท้ายรถกระบะในคันที่วิ่งตามหลังรถเครื่องขยายเสียง ซึ่งถือเป็นเรื่องเท็จทั้งสิ้น ยืนยันว่าในวันที่เกิดเหตุอยู่ในรถปราศรัยคันเดียวกับสุทิน ธราทิน และได้ยินเสียงปืนนัดแรกจนถึงนัดสุดท้าย
“หลังเกิดเหตุทางตำรวจอ้างว่ายึดอาวุธปืนได้จากรถกระบะในที่เกิดเหตุและอ้างว่าเป็นรถของผม ยืนยันว่ารถคันดังกล่าวไม่ใช่ของผม และไม่ได้พกอาวุธปืนอย่างแน่นอน การออกหมายจับครั้งนี้เป็นหมายจับกำมะลอ”







