จาตุรนต์ชี้คำวินิฉัยศาลรธน.มีผลต่อการเมือง
จาตุรนต์ชี้ศาลรธน.นัดวินิจฉัยคดีกู้เงิน2ล้านล้านบาทมีผลต่อการเมืองและการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ
จาตุรนต์ชี้ศาลรธน.นัดวินิจฉัยคดีกู้เงิน2ล้านล้านบาทมีผลต่อการเมืองและการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ
นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Chaturon Chaisang" ว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้นอกจากอาจจะมีผลเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญและมีผลต่อระบบในรัฐธรรมนูญในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจอธิปไตยทั้งสามแล้ว ยังจะมีผลกระทบต่อการเมืองและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีนัยสำคัญด้วย
ประเทศจะเดินหน้าหรือถอยหลังครั้งใหญ่ก็อยู่ที่การวินิจฉัยในวันนี้ด้วย
ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิฉัยว่า ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ในวันนี้
นอกจากนี้ นายจาตุรนต์ระบุว่า เท่าที่ติดตามการไต่สวนที่ผ่านมา หากศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิฉัยว่า ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ในวันนี้ ก็คงจะใช้เหตุผลแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 1. กระบวนการออกกฎหมายไม่ถูกต้อง เช่น มีการเสียบบัตรแทนกัน 2. รัฐบาลควรพัฒนาอย่างอื่นมากกว่า เช่น ลาดยางถนนลูกรังทั่วประเทศเสียก่อน และ 3. เงินกู้เป็นเงินแผ่นดิน ต้องปฏิบัติตาม รธน. มาตรา 169
หากวินิจฉัยในแนวทางดังกล่าว จะมีปัญหา 3 ข้อ คือ 1. ศาล รธน. แทรกแซงการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติอีกแล้ว เนื่องจาก การวินิจฉัยเกี่ยวกับข้อบังคับการประชุมเป็นอำนาจรัฐสภา ไม่ใช่ศาลฯ 2. ศาล รธน. ก้าวก่ายฝ่ายบริหาร ในการตัดสินใจว่าควรทำโครงการอะไร และ 3. ศาล รธน. ขัดแย้งกับคำวินิจฉัยเดิมของศาลรัฐธรรมนูญเองที่เคยวินิจฉัยไว้ว่า การออกกฎหมายกู้เงินมาทำโครงการ ไม่เป็นการขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งเหตุผลที่กฤษฎีกาใช้ชี้แจงให้รัฐบาลที่ผ่านๆ มา ก็คือเงินกู้ ไม่ใช่เงินแผ่นดิน ในมาตรา 169 โดยหวังว่า สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น







