
ปชป.ห่วงแดงเตรียมแผนวินาศกรรมรับมือตัดน้ำไฟ
ปชป. ห่วงเสื้อแดงเตรียมแผนก่อวินาศกรรมรับมือตัดน้ำ-ไฟ หวั่นแรงกว่า 10 เม.ย. หากบานปลาย
ปชป. ห่วงเสื้อแดงเตรียมแผนก่อวินาศกรรมรับมือตัดน้ำ-ไฟ หวั่นแรงกว่า 10 เม.ย. หากบานปลาย
น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ ขอสนุบสนุนแนวทางของรัฐบาลที่จะเดินหน้าในเรื่องของการแสวงหาความร่วมมือจากภาคส่วนอื่นๆ ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย และ ยกระดับมาตรการในการควบคุม และ สลายพื้นที่การชุมนุม โดยเฉพาะมีข่าวว่าจะมีแผนการก่อวินาศกรรมทันทีหากมีการตัดน้ำตัดไฟ
ทั้งนี้ ทราบว่ามีการเตรียมการวางแนวทาง จุดไฟเผายางที่อยู่ในพื้นที่การชุมนุม และเตรียมจุดถังแก๊ส ที่อยู่บริเวณข้างตึกทั้ง 2 ด้าน ในลักษณะเดียวกันกับที่ได้มีการเตรียมที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เพื่อก่อวินาศกรรม และอาจถึงการรอบวางเพลิงอาคารที่อยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งภาครัฐได้เตรียมมาตรการป้องกันความสูญเสียจากการก่อวินาศกรรมและ การใช้ความรุนแรงของกองกำลังที่แฝงตัวอยู่ในที่ชุมนุม และพร้อมจะเคลื่อนเหตุการณ์เช่นเดียวกันวันที่10 เม.ย.
น.พ.บุรณรัชย์ กล่าวว่า มาตรการป้องกันของภาครัฐจะเรียนรู้จากบทเรียนในอดีต โดยการดำเนินการในตอนกลางวัน และมีความประสงค์ที่จะกำกับความสูญเสียโดยเฉพาะต่อผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ให้น้อยที่สุด และอยากให้สังคมรับทราบและเข้าใจ ว่าพื้นที่การชุมนุม ไม่ได้เป็นการชุมนุมตามปกติ มีการเตรียมการทั้งก่อวินาศกรรม เพราะฉะนั้นจึงอาจจะเป็นไปได้ที่จะมีความสูญเสียมากกว่าเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. หากสถานการณ์มีการรุกลามบานปลาย
น.พ.บุรณัชย์ กล่าวว่า แนวทางของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ไม่ให้เป็นผู้ใช้กำลัง เป็นผู้ใช้ความรุนแรงก่อนเด็ดขาด และยืนยันจะไม่ใช้กำลังเกินกว่าเหตุในทุกกรณี ส่วนต่างๆ เหล่านี้ถือว่าเป็นมาตรการป้องกัน การที่แกนนำฝ่ายความรุนแรงนั้นได้เตรียมการจะใช้มวลชนเคลื่อนเข้าสู่จุดปิดล้อมของเจ้าหน้าที่ ที่มีการวางไว้ในวงนอก เพื่อหวังประโยชน์ในการสร้างสถานการณ์โดยการปะทะกัน และเคลื่อนเหตุการณ์เข้าสู่รูปแบบวันที่ 10 เมษายน เพื่อโยนความผิดและความสูญเสียให้กับรัฐบาล และเพิ่มชนวนความขัดแย้ง และจุดชนวนสงคราม กลางเมือง และ สงครามประชาชน ดังที่แกนนำฝ่ายรุนแรงได้มีการประกาศไว้
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ได้เสนอจะให้ต่างชาติมาเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยพรรคประชาธิปัตย์ มีความยินดีหากองค์กรอื่นๆ นอกประเทศจะเข้าสังเกตการณ์ดำเนินการทั้งในเรื่อง การคลี่คลายสถานการณ์ และ บังคับใช้กฎหมายของทางรัฐบาล แต่ไม่เห็นด้วยในกรณีที่จะเอาต่างชาติ เข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจา
นอกจากนี้ ที่ผ่านมายังมีอุปสรรคที่ทำให้กระบวนการปองดองเกิดขึ้นไม่ได้ จาก 3 กลุ่มที่ต่างอ้างว่าได้รับมอบหมายอำนาจโดยตรงจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แต่เป็น 3 กระแสข่าวที่มีความขัดแย้งทั้งจากกรณีที่กลุ่มกรุงเทพฯ 50 ได้ออกมายืนยันว่าได้รับการติดต่อจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าต้องการเข้าสู่การเจรจา โดยคนที่มีอำนาจเต็มด้วยตนเอง ในเรื่องของคดีความ
ขณะที่ทางแกนนำฝ่ายความรุนแรง โดย พล.ต.ขัตติยะ หรือ เสธแดง บอกว่าหาก พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่สั่งให้ยุติการชุมนุม ก็จะไม่ยุติการชุมนุม แต่วันนี้ นายนพดล ปัทมะ ทนายความส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ออกมาบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้บอกว่าไม่ให้เอาเรื่องคดีมาเกี่ยวข้องกับการเจรจา เห็นว่าการออกข่าวลวง ตีอย่างน้อย 3 หน้าของ พ.ต.ท.ทักษิณ น่าจะมีส่วนทำให้กระบวนการปรองดองนั้นไม่เกิดขึ้น โดยการจงใจสร้างความสับสนให้กับคนที่มีความเชื่อมโยงกับพ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้เอกภาพของแกนนำไม่สามารถดีขึ้นมาได้







