posttoday
อย่าบิดเบือนข้อมูล

อย่าบิดเบือนข้อมูล

08 มีนาคม 2557

กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ออกมาแสดงความเป็นห่วง

กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ออกมาแสดงความเป็นห่วงเป็นใยกรณีสหภาพยุโรป (อียู) จะตัดสิทธิพิเศษจีเอสพีการนำเข้าสินค้าจากไทยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558 เพราะการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทยอียู ต้องหยุดชะงักไป จากความขัดแย้งทางการเมือง จนผู้ส่งออกไทยเสียประโยชน์ทางการค้าปีละ 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จึงเรียกร้องให้คนไทยก้าวข้ามความขัดแย้งทางการเมือง

ถ้าพิจารณาจากการออกมาให้ข้อมูลของนายกรัฐมนตรีจะพบว่า มีความพยายามเชื่อมโยงประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นว่า นำไปสู่การสูญเสียโอกาสของสินค้าไทยที่จะส่งสินค้าเข้าไปตลาดอียูในอัตราภาษี 0% จากการทำข้อตกลงเอทีเอไทยอียู

แม้นายกรัฐมนตรีไม่ได้ขยายความให้เห็นว่า หากไทยและอียูบรรลุข้อตกลงเอฟทีเอกันได้โดยเร็ว ผู้ส่งออกของไทยจะส่งสินค้าไปขายในตลาดอียูได้เพิ่มขึ้น แต่ถ้าพิจารณาจากเนื้อหาของการออกมาให้ข้อมูลของผู้นำประเทศจะตีความได้ว่า เพราะปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นทำให้การส่งออกของไทยไปยังตลาดอียูมีปัญหา

การออกมาให้ข้อมูลเพียงด้านเดียวของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ถือว่าเป็นการใช้วาทะทางการเมืองเพื่อเป้าหมายทางการเมืองเป็นด้านหลัก และเป็นการจงใจให้ข้อมูลแก่ประชาชนไม่ครบถ้วนอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งๆ ที่เป็นที่ทราบกันดีในหมู่ผู้ส่งออกและข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ว่า อียูประกาศตั้งแต่ปลายปี 2556 แล้วว่าจะตัดสิทธิจีเอสพีไทยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2557 เป็นต้นไป แต่อียูจะให้เวลาไทยปรับตัว 1 ปี หรือให้มีผลในวันที่ 1 ม.ค. 2558 อียูให้เหตุผลว่า การให้สิทธิจีเอสพีของอียูนั้น จะให้สิทธิแก่ประเทศด้อยพัฒนา แต่วันนี้ฐานะเศรษฐกิจไทยของดีขึ้น และก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูงแล้ว สิทธิจีเอสพีที่ไทยเคยได้รับย่อมถูกตัดสิทธิไปโดยอัตโนมัติ

ประเด็นที่รัฐบาลและผู้ส่งออกสินค้าไปอียูต้องตระหนัก จึงไม่ใช่การอาศัยแต้มต่อจากการได้สิทธิพิเศษทางภาษีเท่านั้น แต่อยู่ที่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยมากกว่า แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมา 2 ปีเศษที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์บริหารประเทศมากลับละเลยมาตรการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ไม่มีนโยบายใดๆ ที่จะออกมาสนับสนุนแม้แต่น้อย มีแต่การเพิ่มต้นทุนให้กับผู้ประกอบการผ่านนโยบายค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ และปล่อยให้ผู้ประกอบการรายย่อยเผชิญหน้ากับชะตากรรมต้นทุนเพิ่มขึ้นตามลำพัง

การกล่าวโทษว่าสินค้าไทยขายไม่ได้เพราะไทยมีปัญหาการเมือง จึงเป็นวาทกรรมทางการเมืองและบิดเบือนข้อมูลของผู้นำประเทศที่น่าละอาย

เพราะในความจริงแล้ว แม้ว่าปัจจุบันสินค้าไทยบางกลุ่มจะได้สิทธิจีเอสพีจากอียู แต่มูลค่าการส่งออกของไทยไปอียูกลับลดลงทุกปี เพราะขีดความสามารถในการแข่งขันสู้คู่แข่งไม่ได้ และรัฐบาลเองก็ไม่ได้ขยายตลาดสินค้าของไทยให้กว้างขึ้นแต่อย่างใด

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย