
กปน.เตือนคนกรุงสำรองน้ำประปา
รับมือทะเลหนุนเหนืออีสานร้อนจ่อทะลุ40องศา
รับมือทะเลหนุนเหนืออีสานร้อนจ่อทะลุ40องศา
การประปานครหลวง เตือนคนกรุงเทพฯ เตรียมสำรองน้ำ รับมือน้ำเค็มหนุนสูงอีกรอบเสาร์อาทิตย์นี้
การประปานครหลวง (กปน.) แจ้งเตือนให้ประชาชนสำรองน้ำประปาไว้ให้มากที่สุด เนื่องจากช่วงวันที่ 910 มี.ค.นี้ระดับน้ำทะเลจะหนุนสูงซึ่งจะกระทบต่อน้ำดิบผลิตประปาจุดรับน้ำดิบสำแล จ.ปทุมธานี
น.ส.ทรรศนีย์ ฤกษ์ศานติวงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร กปน. เปิดเผยว่า แม้กรมชลประทานจะเพิ่มการระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อการผลิตน้ำประปาและรักษาระบบนิเวศ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังตลอดฤดูแล้งนี้ จึงขอแจ้งเตือนประชาชนผู้ใช้ในพื้นที่กทม.น้ำสำรองน้ำประปาเพื่อจะได้มีน้ำประปารสชาติปกติไว้บริโภค ในช่วงเวลาที่เกิดน้ำทะเลหนุน สำหรับภาคอุตสาหกรรมควรจัดหาถังพักน้ำสำรองน้ำไว้ใช้ในระบบผลิตให้มากขึ้น
สำหรับพื้นที่ใช้น้ำซึ่งจะไม่มีผลกระทบจากภาวะน้ำทะเลหนุนได้แก่ย่านฝั่งธนบุรี ของสำนักงานประปาสาขาภาษีเจริญ ตากสิน สุขสวัสดิ์ มหาสวัสดิ์ และบางบัวทองบางส่วน
พล.ร.อ.เกาะหลัก เจริญรุกข์ รองประธานคณะกรรมการบริหารระบบการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวถึงปัญหาน้ำเค็มหนุนสูงกระทบต่อแหล่งน้ำดิบโดยเฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า เป็นเพียงน้ำทะเลขึ้นลงตามปกติเท่านั้น แต่ที่น้ำทะเลไหลเข้ามาลึก เพราะว่าเขื่อนปล่อยน้ำจืดลงมาไล่น้ำเค็มได้น้อย
ด้านกรมชลประทานได้ใช้มาตรการผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองซึ่งมีปริมาณน้ำค่อนข้างมากลงสู่แม่น้ำท่าจีน และจากแม่น้ำท่าจีนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อลดค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณโรงสูบน้ำดิบสำแล จ.ปทุมธานี ของการประปานครหลวง เพื่อให้การผลักดันน้ำเค็มเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า พื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงเดือน มี.ค.นี้ อาจประสบปัญหาสภาพอากาศแปรปรวน โดยพื้นที่ภาคเหนือจะยังคงมีอากาศหนาวเย็นในช่วงเช้า และอุณหภูมิอาจสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ในช่วงกลางวัน ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนอกจากอุณหภูมิสูงเฉลี่ย 40 องศาเซลเซียสแล้ว ยังอาจพบลมกระโชกแรงและพายุลูกเห็บ
ขณะที่กรมควบคุมมลพิษ รายงานว่า พื้นที่ จ.พะเยา แพร่ และลำปาง ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงเกินค่ามาตรฐาน ส่วน จ.เชียงใหม่ และเชียงราย ค่าเฉลี่ยยังไม่เกินค่ามาตรฐาน
ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย จ.ชัยภูมิ นครพนม บึงกาฬ มุกดาหาร ศรีสะเกษ หนองคาย และ จ.สกลนคร เพื่อมอบนโยบายแก้ปัญหาภัยแล้งที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร โดยจัดโซนนิ่งพื้นที่ตามระดับความรุนแรง ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชใช้น้ำน้อย งดเว้นการทำนาปรังรอบ 2
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ขณะนี้มี 18 จังหวัด ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน หรือภัยแล้งแล้ว ได้แก่ จ.อุตรดิตถ์ สุโขทัย แพร่ ตาก น่าน พะเยา บุรีรัมย์ มหาสารคาม ขอนแก่น ศรีสะเกษ ชัยภูมิ สิงห์บุรี สระบุรี ชัยนาท ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ปราจีนบุรี และ จ.ตรัง







