ตร.จับแก๊งกะเทยโจรกรรมรถจยย.
ตำรวจนครศรีธรรมราช จับแก๊งกะเทยตระเวนลักรถจักรยานยนต์ยึดของกลาง 11 คัน
ตำรวจนครศรีธรรมราช จับแก๊งกะเทยตระเวนลักรถจักรยานยนต์ยึดของกลาง 11 คัน
พ.ต.อ.สมพงศ์ ทิพย์อาภากุล ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พร้อม พ.ต.ท.วุฒิพงศ์ ฐิติสโรจน์ รอง ผกก.ป.,พ.ต.ท.วินัย คงประพันธ์ รอง ผกก.สส.,พ.ต.ท.สมชาย มวยดี สวป.หน.ชป.ศปร.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช แถลงผลจับกุมแก๊งลักรถจักรยานยนต์ในเขตพื้นที่ อ.เมือง ได้ผู้ต้องหา 3 คน คือ นายสัญญา มหัตมรรค์ หัวหน้าแก๊งเป็นสาวประเภทสอง นายพร นามสมมุติ อายุ 15 ปี และนายชัย นามสมมุติ อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นลูกทีม และของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อต่างๆรวม 11 คัน
พ.ต.อ.สมพงศ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับแจ้งจากเจ้าทุกข์ว่ารถจักรยานยนต์ถูกคนร้ายโจรกรรมอยู่เป็นประจำ และสูญหายไปจำนวนมาก ส่วนใหญ่สูญหายที่บริเวณหน้าหอพักมหาวิทยาต่างๆ รวมทั้งหน้าหอพักในเขต อ.เมือง และตามตลาดเปิดท้ายต่างๆจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ศปร.สภ.เมือง ออกทำการสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับคนร้ายโจรกรรมรถจักรยานต์แก๊งนี้ พบว่าหัวหน้าแก๊งคือ นายสัญญา เป็นสาวประเภทสองที่รู้จักกันในนาม “น้องดาว” มีลูกน้องเป็นกลุ่มเด็กวัยรุ่นอายุประมาณ 15 ปี อีก 2 คนดังกล่าวเที่ยวตระเวนลักรถจักรยานยนต์จนสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านมาตลอด
อย่างไรก็ตามต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจับกุมนายสัญญาได้ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่แห่งหนึ่งใน ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง พร้อมลูกน้องวัยรุ่นอีก 2 คน จากนั้นนำตัวมาไปสอบสวนขยายผลจนสามารถตามไปตรวจยึดรถจักรยานยนต์ของกลางได้จำนวน 11 คันดังกล่าว ซึ่งผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าหลังจากโจรกรรมาได้แล้วก็นำไปจำนำให้พ่อค้ารายหนึ่งในเขต อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช ราคาคันละ4,000-5,000 บาท แล้วนำเงินมาแบ่งกันตามสัดส่วน ส่วนเงินที่ได้มาจะนำมาใช้จ่ายเที่ยวเตร่จนหมดแล้วทำให่อยู่อย่างนี้จนมาถูกจับกุมทั้งทีม
พ.ต.อ.สมพงศ์ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 สารภาพว่าตระเวนลักรถจักรยานยนต์ที่จอดแล้วเสียบกุญแจทิ้งไว้ หรือ บางคันขโมยรถ จักรยานยนต์ที่ไม่ได้ล็อคตามหอพักจากนั้นก็ขับรถจักรยานยนต์อีกคันแล้วช่วยกันถีบรถจักรยานต์ที่ขโมยไปเก็บซ่อนไว้ที่บ้านพัก หลังจากนั้นก็นำไปทำกุญแจใหม่ทีหลัง ก่อนจะนำไปจำนำกับโรงรับจำนำที่ อ.พิปูน กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ศปร.สภ.เมือง ติดตามจับกุมได้ทั้งแก๊ง และสามารถตามยึดรถจักรยานยนต์ของกลางกลับคืนมาได้จำนวนมากดังกล่าว ซึ่งจะดูว่าผู้รับจำนำนั้นเข้าข่ายรับของโจรหรือไม่







