
บทเรียนไครเมีย
ไมเคิล ออสลิน แสดงความคิดเห็นผ่านคอลัมน์ โอพีเนียน เอเชีย ของเว็บไซต์วอลสตรีท เจอร์นัล ว่า การแผ่อำนาจของรัสเซียไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยที่ชาติตะวันตกทำได้แค่ยืนดูอยู่ห่างๆ น่าจะเป็นบทเรียนสำคัญแก่ภูมิภาคเอเชียตะวันออก ถ้าหากจีนจะใช้กลยุทธ์เดียวกันในการแก้ไขข้อพิพาทกับประเทศต่างๆ ในทะเลจีนใต้
ไมเคิล ออสลิน แสดงความคิดเห็นผ่านคอลัมน์ โอพีเนียน เอเชีย ของเว็บไซต์วอลสตรีท เจอร์นัล ว่า การแผ่อำนาจของรัสเซียไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยที่ชาติตะวันตกทำได้แค่ยืนดูอยู่ห่างๆ น่าจะเป็นบทเรียนสำคัญแก่ภูมิภาคเอเชียตะวันออก ถ้าหากจีนจะใช้กลยุทธ์เดียวกันในการแก้ไขข้อพิพาทกับประเทศต่างๆ ในทะเลจีนใต้
ทั้งนี้ ออสลิน ยังอธิบายเพิ่มเติมในประเด็นนี้ว่า ท่าทีของปูตินอาจเป็นบทเรียนอันล้ำค่าให้กับจีนในการใช้กำลังทหารกดดันประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ที่กำลังมีข้อพิพาทเรื่องเขตแดนในทะเลจีนใต้
นอกจากนี้ มหาอำนาจตะวันตกอย่างสหรัฐยังทำได้แค่เพียงให้กำลังใจผ่านคำพูดที่สวยหรูพร้อมการสนับสนุนเล็กๆ น้อยๆ เมื่อฟิลิปปินส์ร้องขอความช่วยเหลือแถมยังไม่มีท่าทีตอบโต้ใดๆ หลังจากจีนประกาศเขตน่านฟ้าใหม่ที่ครอบคลุมพื้นที่พิพาทเหนือเกาะเซนกากุ ซึ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก
อีกทั้งเหตุการณ์ล่าสุด ที่ปูตินสั่งเคลื่อนกำลังทหารเข้าไปยังไครเมียในพื้นที่ของยูเครน สหรัฐก็ทำได้แค่เพียงเจรจา แต่ไม่สามารถกดดันรัสเซียให้คล้อยตามได้ ซึ่งทำให้ความเชื่อมั่นถูกลิดรอนไปมากพอสมควร จนกระทั่งจีนมั่นใจว่าสหรัฐคงไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ถ้าจีนจะดำเนินนโยบายที่แข็งกร้าวต่อชาติต่างๆ ในเอเชียตะวันออก
ทั้งนี้ ออสลิน สรุปว่า ความรุนแรงและคำพูดสวยหรูไม่อาจสร้างสันติสุขให้แก่มวลมนุษยชาติได้ ถ้าชาติมหาอำนาจเลือกที่จะนิ่งดูดายไม่ยอมยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเมื่อประเทศเล็กๆ ทั้งหลาย ที่มีกำลังน้อยเกินกว่าจะปกป้องตนเองถูกชาติที่แข็งแกร่งกว่าคุกคาม







