
5 เหตุผลเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่ง (ตอนที่ 1)
หลังจากเหตุการณ์ทางการเมืองที่ได้ทำให้สภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอย ก็ได้ส่งผลทำให้คนไทยจำนวนมากคิดว่า เศรษฐกิจไทยกำลังจะแย่แล้ว แต่ผมเองไม่ได้คิดเช่นนั้น ผมจึงได้พยายามหาข้อเท็จจริง ซึ่งพบว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยยังคงแข็งแกร่งอยู่ แม้ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2557 นี้จะไม่ดีนักก็ตาม โดยมีเหตุผลสนับสนุนเรื่องดังกล่าวอยู่ 5 ประการด้วยกัน ดังนี้ครับ
หลังจากเหตุการณ์ทางการเมืองที่ได้ทำให้สภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอย ก็ได้ส่งผลทำให้คนไทยจำนวนมากคิดว่า เศรษฐกิจไทยกำลังจะแย่แล้ว แต่ผมเองไม่ได้คิดเช่นนั้น ผมจึงได้พยายามหาข้อเท็จจริง ซึ่งพบว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยยังคงแข็งแกร่งอยู่ แม้ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2557 นี้จะไม่ดีนักก็ตาม โดยมีเหตุผลสนับสนุนเรื่องดังกล่าวอยู่ 5 ประการด้วยกัน ดังนี้ครับ
หนึ่ง เงินทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยอยู่ในระดับที่ดีมาก
ในช่วงปี 2540 ประเทศไทยประสบกับวิกฤตต้มยำกุ้งจนทำให้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (Foreign Exchange Reserves) ของประเทศไทยลดต่ำลงเหลือเพียงประมาณหมื่นกว่าล้านดอลลาร์เท่านั้น เงินทุนสำรองระหว่างประเทศนี้ก็เปรียบเสมือนเป็นเงินออมของประเทศไทย ที่จะแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยมีเงินเพียงพอที่พร้อมจะเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้หรือไม่? ดังนั้นหากจะพิจารณาถึงความมั่นคงทางฐานะการเงินของแต่ละประเทศ จึงจำเป็นที่จะต้องไปพิจารณาเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งผมจะพาคุณผู้อ่านไปดูเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยเปรียบเทียบกับประเทศที่สำคัญๆ
จากตารางข้างต้น เราจะเห็นว่าประเทศไทยมีเงินทุนสำรองสูงถึง 167,233 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นลำดับที่ 15 ของโลก เรามีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศสูงกว่าประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา และมีเงินทุนสำรองมากที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่า เงินออมที่เป็นเงินสกุลต่างประเทศของธนาคารแห่งประเทศไทย ยังมีมากมายเพียงพอที่จะประคับประคองเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ฝ่าฟันวิกฤตต่างๆ ได้อย่างมีเสถียรภาพ
สอง หนี้สาธารณะของประเทศไทย...อยู่ในระดับที่ต่ำมาก
ในการวัดว่าประเทศมีหนี้สาธารณะอยู่ในระดับสูงหรือต่ำนั้น โดยทั่วไปนักเศรษฐศาสตร์มักจะวัดจากปริมาณหนี้สาธารณะ (Public Debt) หารด้วย...มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (Gross Domestic ProductGDP) และดูว่ามีอัตราส่วนที่สูงหรือไม่? นอกจากนั้นยังต้องดูว่าหนี้สาธารณะส่วนใหญ่เป็นหนี้สินภายในประเทศ หรือเป็นหนี้สินต่างประเทศ หากอัตราส่วนดังกล่าวสูงมาก และหนี้สินส่วนใหญ่ก็เป็นหนี้สินต่างประเทศ ถ้าเป็นเช่นนั้น...ก็ย่อมส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ อย่างร้ายแรง ผมจึงอยากพาคุณผู้อ่านมาดูหนี้สาธารณะของประเทศไทยเทียบกับประเทศอื่นซักหน่อยครับ
จากตารางข้างต้น จะเห็นว่าประเทศญี่ปุ่นมีระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพีสูงที่สุดในโลก โดยอยู่ในระดับที่สูงกว่า 200% ขณะที่ประเทศกรีซมีระดับหนี้ดังกล่าวอยู่ในระดับที่ 2 คือประมาณ 160% คำถามจึงเกิดขึ้นว่า เศรษฐกิจประเทศญี่ปุ่นน่าจะดีกว่าประเทศกรีซ แต่เป็นไปได้หรือที่...ญี่ปุ่นจะมีหนี้สาธารณะต่อจีดีพีสูงกว่าประเทศกรีซ ซึ่งกรีซในปัจจุบันน่าจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจหนักหนาที่สุดในโลก
คำตอบก็คือ ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ใช้หนี้สินภายในประเทศหรือการกู้ยืมเงินภายในประเทศเอง จึงทำให้ญี่ปุ่นและสิงคโปร์มีปัญหาไม่มากนัก ขณะที่กรีซจะกู้หนี้ยืมสินจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด ดังนั้นหากกรีซมีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจอยู่แล้ว และเจ้าหนี้ในต่างประเทศก็เรียกเงินกู้ของตนคืนจากรัฐบาลและภาคเอกชนของกรีซ กรีซก็อาจจะต้องเผชิญกับวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงมิได้
สหรัฐอเมริกาเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีปัญหาหนี้สาธารณะอย่างหนัก จนสภาคองเกรสของอเมริกามักจะแสดงความไม่เห็นด้วย เมื่อรัฐบาลอเมริกาต้องการจะกู้หนี้สาธารณะเพิ่ม นั่นเป็นเพราะรัฐบาลสหรัฐอเมริกากู้เงินจำนวนมหาศาลจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศจีน ในทางกลับกันประเทศจีนมีหนี้สาธารณะน้อยมาก และยังมีเงินสำรองระหว่างประเทศสูงที่สุดในโลก จีนจึงเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่มีฐานะการเงินการคลังที่เข้มแข็งเป็นอย่างยิ่ง
ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับเงินสำรองระหว่างประเทศของไทยอยู่ในระดับที่สูง ก็ทำให้ฐานะการเงินการคลังของประเทศไทยอยู่ในระดับที่มีเสถียร ภาพ หากผู้บริหารประเทศยังยึดแนวทางการบริหารการเงินการคลังในลักษณะที่ระมัดระวังต่อไป เสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยก็น่าจะยั่งยืนต่อไปได้ในระยะยาว
วันนี้เราได้คุยกันไปแล้วในหัวข้อ “5 เหตุผล... เศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง” ไปแล้ว 2 ประการ พรุ่งนี้...ผมจะคุยให้คุณผู้อ่านได้อ่านส่วนที่เหลืออีก 3 ประการ พบกันใหม่วันพรุ่งนี้นะครับ







