posttoday
แจ้งจับสาวแสบตุ๋นเมียสส.-อัยการ

แจ้งจับสาวแสบตุ๋นเมียสส.-อัยการ

12 พฤษภาคม 2553

แจ้งจับสาวแสบตุ๋นซื้อเพชร-ทองเสียหายกว่า 9 ล้านบาท เมียสส.-อัยการโดนด้วย

แจ้งจับสาวแสบตุ๋นซื้อเพชร-ทองเสียหายกว่า 9 ล้านบาท เมียสส.-อัยการโดนด้วย

ที่ กองปราบปราม เมื่อเวลา 13.30 วันที่ 12 พ.ค.นางพรวิภา เชียงแสงทอง อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/4 ถนนสารนิธิ์ ต.ตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ พร้อมผู้เสียหายรวม 6 ราย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข  ผกก.4 บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดี กับ น.ส.เสาวลักษณ์ หรือโอ๋ แสนทำพล อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93/1 หมู่ที่ 3 ต.ห้วยสะแก อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์  หลังก่อเหตุฉ้อโกงทองรูปพรรณ และเครื่องเพชร รวมมูลค่าความเสียหาย กว่า 9ล้าน บาท โดยนำหลักฐานเป็นใบเสร็จสั่งซื้อ และเช็คที่ไม่สามารถขึ้นเงินได้มามอบให้เป็นหลักฐาน 

นางพรวิภา ให้การว่า ได้เปิดร้านทำเพชรทอง ชื่อร้านเจริญทอง เลขที่ 51/4 ถนนสารนิธิ์ ต.ตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ มากว่า 10 ปี จนเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ได้รู้จักกับ น.ส.เสาวลักษณ์ เพราะมาซ่อมทองที่ร้าน ต่อมา น.ส.เสาวลักษณ์ ได้ชักชวนให้มาทำธุรกิจร่วมกัน โดยหาทองและเพชรมาวางขายที่ร้าน ได้กำไรเดือนละ 2 -3 หมื่นบาท  ดีกว่าต้องทำงานซ่อมทอง เพราะรู้สึกสงสารที่ตนอายุมาก จากนั้นเขาพาไปดูร้านของเขา ชื่อร้านโมเดิร์นอายส์ แอน จิวเวอรี่ ภายในซอยทนายวอ 36 ต.ปากน้ำโพธิ์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เมื่อเห็นร้านแล้วดูมีความน่าเชื่อถือจึงตัดสินใจติดต่อซื้อเพชรและทองรูปพรรณ จำพวกแหวนและสร้อยมาจาก ภรรยาอัยการท่านหนึ่งที่รู้จักมักคุ้นกัน  โดยงวดแรกซื้อขายกันในราคา 9 แสนบาท เมื่อตนส่งของให้แล้วปรากฏว่า น.ส.เสาวลักษณ์ ได้หนีหน้าไม่ยอมจ่ายเงินค่าสินค้า จึงเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ แต่ น.ส.เสาวลักษณ์ กลับอ้างว่าเขาไม่รู้เรื่อง โดยเพชรและทองทั้งหมดส่งให้เพื่อนอีกคน

นางพรวิภา  ให้การต่อว่าเมื่อรู้ว่าถูกโกง จึงขายที่ดิน และนำบ้านไปนำจำ พร้อมทั้งนำเงินไปจ่ายค่าเพชรและทอง ให้กับ ภรรยาอัยการท่านนั้น หลังจากนั้น น.ส.เสาวลักษณ์ ได้มาหาที่ร้านอีกพร้อมทั้งบอกให้นำเพชรทองมาฝากขายอีก ตนเห็นว่า ครั้งแรกที่ถูกโกง เขาอาจไม่รู้เรื่องจริงๆก็ได้ จึงติดต่อขอซื้อเพชร ทอง จากภรรยาอัยการอีก คราวนี้เป็นเงิน 2 ล้านบาท จากนั้น น.ส.เสาวลักษณ์  ก็ได้ส่งเช็คมาให้ 1 ใบ แต่เมื่อนำไปขึ้นเงินกลับถูกปฏิเสธจากเจ้าหน้าที่ธนาคาร เมื่อไปทวงถาม น.ส.เสาวลักษณ์ กลับปัดปฏิเสธ และหนีหน้าไป

“ฉันลำบากมาก สามีก็มาทิ้งไปเพราะเป็นหนี้เป็นสินถึงกับต้องขายที่ดิน นำบ้าน นำร้านไปจำนำ ทุกวันนี้ ต้องกินข้าวกับปลาเค็ม ตัวเดียวทั้งสามมื้อ ฉันไม่เหลืออะไรแล้ว ครอบครัวก็แตกแยก ต้องเลี้ยงดูลูกอีกสามคน  อยากให้เจ้าหน้าที่จับกุม น.ส.เสาวลักษณ์ มาดำเนินคดีให้ได้ เพราะไม่อยากให้ไปก่อกรรมทำเข็ญกับใครอีก” นางพรวิภา กล่าว

ด้าน ผู้เสียหายรายหนึ่ง ซึ่งขอสงวนชื่อและนามสกุล กล่าวว่า ตนทำธุรกิจ เป็นนายหน้าขายทอง มากว่า 10 ปี โดยรับซื้อทองมาจากร้านทองย่านบางลำภูและบ้านหม้อ มาส่งให้ลูกค้าใน จ.นครสรรค์ กระทั่งเมื่อเดือนกุมพาพันธ์ที่ผ่านมาขณะ นำทองไปทำที่ร้านทำทองของ นางพรวิภา ก็พบกับ น.ส.เสาวลักษณ์  ซึ่งเข้ามาตีสนิทและบอกว่าต้องการนำเพชรและทองไปวางขายที่ร้าน ตนจึงนำสินค้ามาให้รวมเป็นเงิน 6 แสนกว่าบาท เมื่อครบกำหนดต้องจ่ายเงินค่าสินค้า น.ส.เสาวลักษณ์   กลับไม่ยอมจ่ายเงินให้ จึงเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ เขาจึงนำเงินมาจ่ายให้ จำนวน 2 แสนบาท และรับปากว่าจะคืนเงินที่เหลืออีก 4 แสนกว่าบาทให้ในภายหลัง แต่จนเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้รับเงินอีกเลย จึงพากันมาแจ้งความดังกล่าว 

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ปิยะ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สุรชัย จันทรมณี พนักงานสอบสวน (สบ3) กก.4ป. สอบปากคำผู้เสียหาย ก่อนเสนอ ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการให้ดำเนินคดีกับเจอกับ น.ส.เสาวลักษณ์  ต่อไป อย่างไรก็ตามทราบว่ามีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ถูก   น.ส.เสาวลักษณ์  หลอกลวงลักษณะนี้  เช่น ภรรยา ส.ส.นครสวรรค์ ท่านหนึ่ง ภรรยาข้าราชการระดับสูง และภรรยานักธุรกิจอีกหลายรายแต่ไม่มีใครกล้าเข้าแจ้งความเพราะกลัวอับอาย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ