
กลุ่มเฟซบุ๊กจุดธูปไล่ความอยุติธรรมหน้าศาลแพ่ง
กลุ่มประชาชนในเฟซบุ๊กผู้ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลแพ่งจุดธุปไหว้ พระรัตนตรัยขับไล่ความอยุติธรรม
กลุ่มประชาชนในเฟซบุ๊กผู้ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลแพ่งจุดธุปไหว้ พระรัตนตรัยขับไล่ความอยุติธรรม
ที่บริเวณด้านหน้าศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก กลุ่มเอ็มซี ดีโมเครซี่ กรุ๊ป เพจเฟ๊ซบุ๊ค จำนวนประมาณ 30 คน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ โดยสมาชิกกลุ่มได้ชูแผ่นป้ายข้อความทำนองว่า ขอให้ศาลมีความยุติธรรม และยังมีการจุดธูปและกรวดน้ำ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมกลับคืนมา และนำผ้าสีมาผูกติดไว้ที่ป้ายจราจรด้านหน้าศาลแพ่ง เปรียบเทียบให้เป็นศาลพระภูมิด้วย
น.ส.เสาวลักษณ์ โพธิ์งาม อายุ 39 ปี ตัวแทนกลุ่ม เปิดเผยว่า ที่เดินทางมาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์วันนี้ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่า ศาลแพ่งไม่มีอำนาจในการวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เนื่องจากเมื่อปี 2553 ได้มีคำวินิจฉัยออกมาว่า ศาลแพ่งไม่มีอำนาจ เพราะเป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร แต่ปัจจุบัน เมื่อฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ได้เข้ามายื่นคำร้องขอเพิกถอนคำสั่งในการออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ศาลแพ่งกลับรับวินิจฉัย และยังบอกว่า การชุมนุมของกลุ่มกปปส.นั้น เป็นความสงบเรียบร้อย ซึ่งตนเห็นว่า คำวินิจฉัยของศาลแพ่งเป็นการล่วงละเมิดอำนาจของฝ่ายบริหารราชการแผ่นดิน
น.ส.เสาวลักษณ์ เปิดเผยต่ออีกว่า การที่ศาลแพ่งบอกว่ามีอำนาจวินิจฉัย แล้วรับคำร้องของนายถาวร เสนเนียม แกนนำกปปส. เนื่องจากเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้นั้น ในการปฏิบัติที่ผ่านมา อำนาจในการออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการจึงไม่สามารถที่จะล่วงละเมิดอำนาจส่วนนี้ได้ ทำให้การออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นหมันไป อย่างไรก็ตาม กิจกรรมวันนี้เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าเราปฏิเสธคำสั่งดังกล่าว
นอกจากนี้ยังข้องใจด้วยว่า ที่ผ่านมาศาลไม่รับวินิจฉัยพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วทำไมปี 2553 ศาลจึงไม่รับคำร้องของนปช.หลังรัฐบาลประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่มาปีนี้ ทำไมศาลถึงบอกว่าตัวเองมีอำนาจรับวินิจฉัย ซึ่งตนข้องใจมาก จึงมารวมตัวแสดงออกว่า สองมาตรฐานคงยังมีอยู่จริง.







