
ฮือไล่ "คัชชา" จี้รับผิดชอบ
ตลอดทั้งวันวานนี้ กปปส.ชลบุรี นับพันแห่ปิดล้อมสำนักงานตำรวจภูธรภาค 2 เพื่อขับไล่ พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี หลังจากไม่พอใจกองร้อยควบคุมฝูงชนตำรวจภูธรภาค 2 ที่เดินทางไปสลายการชุมนุมและขอคืนพื้นที่ใน กทม. เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา จนกระทั่งมีประชาชนและตำรวจบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก
ตลอดทั้งวันวานนี้ กปปส.ชลบุรี นับพันแห่ปิดล้อมสำนักงานตำรวจภูธรภาค 2 เพื่อขับไล่ พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี หลังจากไม่พอใจกองร้อยควบคุมฝูงชนตำรวจภูธรภาค 2 ที่เดินทางไปสลายการชุมนุมและขอคืนพื้นที่ใน กทม. เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา จนกระทั่งมีประชาชนและตำรวจบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงแฝงตัวภายในพื้นที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 2 โดยส่งเสียงยั่วยุและขว้างก้อนหินออกมาด้านนอกจนทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น
บรรจบ รุ่งโรจน์ แกนนำ กปปส.ชลบุรี กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้เพื่อเรียกร้องให้ พล.ต.ต.คัชชา ออกมารับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงของชาว จ.ชลบุรี
“ขอให้ พล.ต.ต.คัชชา ออกมารับผิดชอบและชี้แจงให้ประชาชน กปปส.ทราบ ไม่เช่นนั้นจะไม่ยอมสลายการชุมนุมอย่างแน่นอน และจะปักหลักเช่นนี้ต่อไป” บรรจบ กล่าว
วันเดียวกัน ชุมพล จุลใส พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แกนนำ กปปส. ได้นำมวลชนเดินทางไปที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) โดยสามารถนำกำลังบุกเข้าไปในพื้นที่ ศรส.สำเร็จเป็นครั้งแรก แต่ไม่ได้สร้างความวุ่นวาย
ทั้งนี้ แกนนำ กปปส.เข้าไปเจรากับผู้บัญชาการเหตุการณ์ แจ้งถึงวัตถุประสงค์ที่เดินทางมาในวันนี้ เพื่อมาขอพบ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้อำนวยการ ศรส. ซึ่งได้รับแจ้งว่า นายกฯ ไม่ได้อยู่ที่สโมสรตำรวจ และ ร.ต.อ.เฉลิม ได้เดินทางกลับไปแล้ว
อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ในช่วงแรกเป็นไปด้วยความตึงเครียด แต่หลังจากที่แกนนำ กปปส.ได้เข้าไปพูดกับผู้บัญชาการเหตุการณ์ สถานการณ์ความตึงเครียดได้คลี่คลายลงเป็นลำดับ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปล่อยให้กลุ่มผู้ชุมนุมรับประทานอาหารกลางวันตามปกติก่อนที่มวลชนจะเดินทางกลับ
เมื่อเวลา 20.10 น. สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นปราศรัยที่เวทีแยกปทุมวัน กล่าวถึงเหตุการณ์ ศรส. โดย ร.ต.อ.เฉลิม สั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 2 ที่นำโดย พล.ต.ต.คัชชา สลายการชุมนุมที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ ซึ่งมีมวลชนกองทัพธรรมชุมนุมอยู่ทั้งที่ไม่มีอาวุธ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ใช้อาวุธปืนยิงเข้ามา อย่างไรก็ตาม มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงอาวุธสวนออกมาจากวัดปรินายก
การปราศรัยครั้งนี้ สุเทพได้นำภาพนิ่งเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ผ่านฟ้าฯ มาเผยแพร่ โดยเน้นภาพที่ตำรวจใช้โล่ดันสุภาพสตรี มีการเสนอภาพตำรวจใช้ปืนหลายชนิดยิงใส่ผู้ชุมนุม ทั้งปืนยิงกระสุนยาง ปืนพก ปืนเอ็ม 16 นอกจากนั้น ยังมีการสะพายปืนสไนเปอร์ ราคา 7 แสนกว่าบาท มาใช้สลายการชุมนุมด้วย
สุเทพยังได้เผยแพร่ภาพคลิปวิดีโอเจ้าหน้าที่ตำรวจรุมทุบตีผู้ชุมนุมโดยไม่มีทางสู้ นอกจากนี้ ยังมีการนำคลิปวิดีโอยิงผู้ชุมนุมจนเสียชีวิต ภาพที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปาระเบิดโดนเต็นท์ก่อนตกลงมาโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับาดเจ็บ และภาพ พล.ต.ต.คัชชา ที่ใช้โทรโข่งประกาศให้ตำรวจใช้อาวุธได้
สุเทพ กล่าวว่า จะนำภาพทั้งหมดไปประกอบการดำเนินคดีอาญากับ ร.ต.อ.เฉลิม และยิ่งลักษณ์ ทั้งที่ศาลแพ่งได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้ ศรส.กระทำเกินกว่าเหตุ
สุเทพ กล่าวด้วยว่า ขณะที่เกิดเหตุมีกลุ่มชายนิรนามยิงปืนตอบโต้เพื่อช่วยผู้ชุมนุม แต่ขอยืนยันไม่ทราบเลยว่าชายนิรนามเป็นฝ่ายใด แต่ไม่ใช่พวกเราแน่นอน ไม่มีผู้ชุมนุมคนไหนได้เห็นเลย แม้แต่ตนเองไม่รู้จักพวกท่าน แต่ในนามมวลมหาประชาชน ขอขอบคุณพวกท่านจริงๆ ที่ชุบชีวิตมวลมหาประชาชนเอาไว้
อย่างไรก็ตาม การปราศรัยครั้งนี้ยังได้สร้างความครื้นเครงให้ผู้ชุมนุม เมื่อสุเทพ ปราศรัยว่า มีคนเรียกร้องให้ตนเองขึ้นชกกับ ร.ต.อ.เฉลิม ซึ่งตอนนี้มวลชนได้ทำกางเกงมวยให้ตนแล้ว เป็นกางเกงสีน้ำเงินพิมพ์ข้อความว่า “สู้เพื่อชาติ” ส่วน ร.ต.อ.เฉลิม ถ้าจะขึ้นชกบอกให้นายตำรวจทำกางเกงมวยไว้ด้วย พิมพ์ข้อความ “สู้เพื่อขี้ข้า” แล้วมาชกกัน จะได้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย







