
พท.เสนอตั้งกก.ปรองดองชัยตัดบทรับไว้พิจารณา
พท.จุดไม่ติด ให้รัฐสภาตั้งกก.ปรองดองแทนนายกฯ “ชัย” รีบตัดบทขอรับไว้พิจารณา
พท.จุดไม่ติด ให้รัฐสภาตั้งกก.ปรองดองแทนนายกฯ “ชัย” รีบตัดบทขอรับไว้พิจารณา
การประชุมร่วมรัฐสภาวันนี้เริ่มขึ้นเวลา 13.00 น. นายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ได้นำเสนอขอให้ประธานรัฐสภาใช้อำนาจตั้งคณะกรรมการกลางเพื่อหาทางออกจากวิกฤตความขัดแย้ง โดยนายวิทยา กล่าวว่า จากการติดตามปัญหาบ้านเมือง โดยเฉพาะการชุมนุมในช่วงเดือนเมษายนเป็นต้นมา มีการสูญเสียชีวิต และบาดเจ็บนับพันคน หากปล่อยให้เรื่องนี้ดำเนินต่อไป โดยรัฐบาลเป็นฝ่ายแก้ปัญหาก็ อาจจบลงโดยวีธีไม่เป็นสันติภาพ
นายวิทยา กล่าวว่า การที่นายกฯเสนอแผนปรองดอง และสังคมเริ่มยอมรับ แต่ขณะนี้ แผนปรองดองเริ่มปฏิบัติไม่ได้ เพราะนายกฯโดนข้อครหามาก ดังนั้น เพื่อยุติปัญหาบ้านเมือง จึงขอให้ ประธานรัฐสภาใช้อำนาจให้ที่ประชุมนี้ตั้งคณะกรรมการกลางเป็นตัวแทนของฝ่ายรัฐบาลและนปช. เพื่อทำหน้าที่ปรองดอง โดยให้มีอำนาจในการกำหนดวันยุบสภาที่แน่นอน และนำเสนอนายกฯ รวมถึงให้อำนาจต กำหนดแผนปฏิรูปต่างๆ โดยเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อนขึ้น ทั้งนี้ หากให้รัฐบาลใช้อำนาจในทางปกครองต่อไป ก็ย่อมทำให้ผลกระทบกับประชาชนหรือกลุ่มนปช.
อย่างไรก็ตาม นายชัย ได้ขอให้ฝั่งรัฐบาลแสดงความเห็น ซึ่งนายวิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล สส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้บรรยากาศนอกสภากำลังเย็นลง และกระบวนการในสภา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ค่อนข้างผ่อนคลาย ถ้าเราตั้งใจเดินเข้าไปหาปัญหาก็จะเป็นทางออกสังคม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไม่มีสมาชิกรายใดอภิปรายสนับสนุนหรือคัดค้าน ทำให้นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ตัดบทว่าจะรับไปดำเนินการต่อไป แต่นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน พยายามขอให้มีการอภิปรายเรื่องนี้ต่อ กระทั่งนายชัย ได้ใช้อำนาจประธาน เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม โดยขอให้เช็คองค์ประชุมร่วมรัฐสภาก่อน ผลปรากฏว่า ไม่ครบองค์ประชุมเพราะมีสมาชิกมาแค่ 302 คน จากที่ต้องเกินกึ่งหนึ่งคือ จำนวน 313 คนถึงจะประชุมได้ นายชัย จึงสั่งพักการประชุม 10 นาที ก่อน เมื่อเปิดประชุมอีกครั้งครบองค์ประชุมโดยมีจำนวนสมาชิก 364 คน
สำหรับวาระการประชุมรัฐสภาวันนี้มีวาระพิจารณาหลายเรื่อง เช่น รายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการเรื่องข้อตกลง กรอบการเจรจาหลายฉบับ ที่รัฐบาลทำกับต่างประเทศซึ่งต้องนำเข้าขอความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาตามมาตรา 190







