posttoday

ดวงจันทร์กับดาวเสาร์

16 กุมภาพันธ์ 2557

เช้ามืดวันเสาร์ที่ 22 ก.พ. 2557 นอกจากเราจะเห็นดวงจันทร์ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร และดาวเสาร์

เช้ามืดวันเสาร์ที่ 22 ก.พ. 2557 นอกจากเราจะเห็นดวงจันทร์ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร และดาวเสาร์ อยู่บนท้องฟ้าพร้อมกัน ยังเป็นเวลาที่ดวงจันทร์ปรากฏอยู่ใกล้ดาวเสาร์มากที่สุดครั้งหนึ่งในรอบปีนี้ นับเป็นปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือนที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า

เมื่อเทียบกับดาวฤกษ์ที่อยู่นิ่งบนท้องฟ้า ดวงจันทร์โคจรรอบโลกด้วยคาบประมาณ 27 วันเศษ เรียกว่าคาบดาราคติ ดาวเคราะห์ที่อยู่ไกลอย่างดาวเสาร์ก็มีการเคลื่อนที่อย่างช้าๆ ไปตามกลุ่มดาวจักรราศี ครบหนึ่งรอบในเวลาประมาณ 30 ปี ดวงจันทร์จึงเคลื่อนผ่านใกล้ดาวเสาร์ประมาณเดือนละครั้ง

ทางเดินของดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าที่เรียกว่าสุริยวิถี คือระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ดาวเสาร์มีระนาบวงโคจรเอียงทำมุม 2.5 องศา เมื่อเทียบกับระนาบสุริยวิถี แต่ดวงจันทร์มีระนาบวงโคจรเอียงทำมุมกับระนาบสุริยวิถีประมาณ 5.2 องศา แต่ละครั้งที่ดวงจันทร์ผ่านใกล้ดาวเสาร์ จึงอยู่ห่างดาวเสาร์ไม่เท่ากัน

ช่วงเวลาที่ระนาบวงโคจรของดวงจันทร์ตัดกับระนาบวงโคจรของดาวเสาร์ จะมีโอกาสทำให้เกิดปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวเสาร์ได้ ซึ่งเกิดต่อเนื่องกันหลายเดือน และเว้นช่วงไปอีกหลายปี ขณะนี้เรากำลังอยู่ในช่วงที่มีโอกาสเกิดปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวเสาร์ได้ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นฤดูของดวงจันทร์บังดาวเสาร์

ดวงจันทร์บังดาวเสาร์ในฤดูนี้เริ่มมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2556 แล้วจะสิ้นสุดลงในเดือน ต.ค. 2557 ตลอดฤดูมีดวงจันทร์บังดาวเสาร์เกิดขึ้นทั้งหมด 13 ครั้ง ปรากฏการณ์แต่ละครั้งไม่สามารถเห็นได้ทั่วโลก ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของดวงจันทร์เมื่อเทียบกับดาวเสาร์ และบริเวณที่สังเกตได้นั้นเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน ทำนองเดียวกับสุริยุปราคาที่จะมีพื้นที่เพียงบางส่วนของโลกเท่านั้นที่มีโอกาสเห็นสุริยุปราคาได้ น่าเสียดายที่ดวงจันทร์บังดาวเสาร์ในฤดูนี้ ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวที่สามารถสังเกตได้จากประเทศไทย

ดวงจันทร์บังดาวเสาร์ครั้งล่าสุดที่เห็นได้จากประเทศไทยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2545 สังเกตได้เกือบทั่วประเทศ ยกเว้นภาคใต้ตอนล่าง สำหรับดวงจันทร์บังดาวเสาร์ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 22 ก.พ. 2557 ไม่สามารถเห็นได้จากประเทศไทย แต่เห็นได้จากบริเวณด้านตะวันออกของทวีปแอฟริกาและทางใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ส่วนประเทศไทยจะเห็นดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวเสาร์ด้วยระยะเชิงมุมประมาณ 1 องศา (ใกล้เคียงขนาดของนิ้วก้อยเมื่อชูนิ้วขึ้นแล้วเหยียดแขนออกไปข้างหน้าให้สุด) โดยภาคใต้มองเห็นดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวเสาร์มากกว่าภาคอื่นๆ เล็กน้อย

หลังจากสิ้นสุดฤดูดวงจันทร์บังดาวเสาร์ในปลายปีนี้ ทั่วโลกจะไม่มีโอกาสเห็นดวงจันทร์บังดาวเสาร์อีกเลยจนกระทั่งฤดูถัดไป ซึ่งเริ่มขึ้นในเดือน ธ.ค. 2561 และดำเนินต่อไปถึงเดือน ธ.ค. 2562 เกิดดวงจันทร์บังดาวเสาร์ทั้งหมด 15 ครั้ง แต่ก็ไม่มีครั้งใดที่เห็นได้จากประเทศไทยอีกเช่นกัน

ถัดไปอีกหนึ่งฤดู ประเทศไทยจึงจะมีโอกาสเห็นดวงจันทร์บังดาวเสาร์ ฤดูนี้เริ่มขึ้นในเดือน เม.ย. 2567 และสิ้นสุดในเดือน ก.พ. 2568 ช่วงดังกล่าวประเทศไทยมีโอกาสดูดวงจันทร์บังดาวเสาร์ได้สองครั้ง ครั้งแรกในเวลาประมาณตี 3 ของวันพฤหัสบดีที่ 25 ก.ค. 2567 โดยสังเกตได้ทั่วประเทศ

ครั้งที่ 2 ในเวลาประมาณตี 2 ครึ่ง ของวันอังคารที่ 15 ต.ค. 2567 สังเกตได้เฉพาะภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันตกตอนบน แม้ว่าบริเวณกรุงเทพฯ และราวครึ่งหนึ่งของพื้นที่ประเทศไทยจะไม่เห็นดวงจันทร์บังดาวเสาร์ในครั้งที่ 2 แต่ก็สามารถเห็นดาวเสาร์เคลื่อนเฉียดขอบด้านทิศใต้ของดวงจันทร์

เมื่อนับจาก พ.ศ. 2545 แสดงว่าประเทศไทยต้องรอดวงจันทร์บังดาวเสาร์นานถึง 22 ปี

ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (16–23 ก.พ.)

ดาวพฤหัสบดีอยู่ในกลุ่มดาวคนคู่ มองเห็นเป็นดาวสว่างอยู่สูงบนท้องฟ้าทิศตะวันออกตั้งแต่พลบค่ำ จากนั้นดาวพฤหัสบดีจะขึ้นไปอยู่เหนือศีรษะในเวลาประมาณ 3 ทุ่ม แล้วเคลื่อนต่ำลงจนตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกในเวลาตี 3 ครึ่ง กล้องโทรทรรศน์สามารถส่องเห็นดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสบดีได้ โดยเฉพาะดวงใหญ่ที่สุด 4 ดวง ได้แก่ ไอโอ ยูโรปา แกนีมีด และคัลลิสโต

ดาวอังคารอยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว ขึ้นมาอยู่เหนือขอบฟ้าทิศตะวันออกตั้งแต่ 4 ทุ่มเศษ แต่อาจเริ่มเห็นได้หลังจากนั้นราวครึ่งชั่วโมง โดยปรากฏอยู่ทางซ้ายมือ เยื้องไปทางด้านล่างของดาวรวงข้าวหรือดาวสไปกา ซึ่งเป็นดาวสว่างในกลุ่มดาวนี้ ดาวอังคารกำลังเข้าใกล้โลกมากขึ้น ความสว่างของดาวอังคารจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะใกล้โลกที่สุดและสว่างที่สุดในเดือน เม.ย.นี้

ดาวเสาร์อยู่ในกลุ่มดาวคันชั่ง เริ่มปรากฏเหนือขอบฟ้าทิศตะวันออก เยื้องไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยขึ้นมาอยู่ที่มุมเงย 10 องศา ในเวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่ง ดาวศุกร์อยู่ในกลุ่มดาวคนยิงธนู ราวตี 4 ครึ่ง หรือก่อนหน้านั้นเล็กน้อย ดาวศุกร์เริ่มปรากฏเหนือขอบฟ้าทิศตะวันออก ดาวศุกร์เคลื่อนสูงขึ้นจนอยู่สูงเหนือขอบฟ้าเป็นมุมประมาณ 30 องศา เมื่อเวลา 6 โมงเช้า

หลังจันทร์เพ็ญในช่วงวันมาฆบูชาเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งตรงกับวันวาเลนไทน์ สัปดาห์นี้จะเข้าสู่ข้างแรม (จันทร์เพ็ญที่ตรงกับวันที่ 14 ก.พ. จะเกิดขึ้นอีกครั้งในอีก 19 ปีข้างหน้า ตามวัฏจักรเมตอน อาจตรงกับวันมาฆบูชาหรือเหลื่อมกันหนึ่งวัน ขึ้นอยู่กับการกำหนดกฎเกณฑ์ในระบบปฏิทินจันทรคติไทยในอนาคต ซึ่งทราบมาว่าขณะนี้ได้มีการเสนอให้เปลี่ยนแปลงกฎบางประการเพื่อให้ตรงกับดวงจันทร์บนท้องฟ้าจริงมากขึ้น)

วันที่ 20 ก.พ. ดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวอังคารและดาวรวงข้าวในกลุ่มดาวหญิงสาว วันนั้นดวงจันทร์อยู่ห่างดาวทั้งสองเป็นมุม 3 องศา จากนั้นดวงจันทร์ผ่านใกล้ดาวเสาร์ด้วยระยะห่างเพียง 1 องศา ในเช้ามืดวันที่ 22 ก.พ.

เช้ามืดวันที่ 23 ก.พ. ดวงจันทร์สว่างครึ่งดวง มีตำแหน่งทำมุม 90 องศา กับดวงอาทิตย์ วันนั้นจะเห็นดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวปาริชาตหรือดาวแอนทาเรสในกลุ่มดาวแมงป่องที่ระยะห่าง 8 องศา

ข่าวล่าสุด

แมคโดนัลด์ดึง The Powerpuff Girls แจกกล่องสุ่มกระเป๋าใจฟู 99 บาท