
5 ศาสนาห่วงคนไทยขัดแย้งแก้ปัญหาด้วยสติ
สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะเลขานุการร่วมศาสนาเพื่อสันติภาพ สภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับผู้นำศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์ฮินดู และศาสนาซิกข์ ออกแถลงการณ์ ระบุว่า เป็นห่วงสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งเต็มไปด้วยความแตกแยก และเป็นห่วงความปลอดภัย ความมั่นคง และความเจริญก้าวหน้าของชาติเป็นอย่างยิ่ง จึงขอให้ชาวไทยลดทิฐิ และหันหน้ามาร่วมมือกัน สร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์
สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะเลขานุการร่วมศาสนาเพื่อสันติภาพ สภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับผู้นำศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์ฮินดู และศาสนาซิกข์ ออกแถลงการณ์ ระบุว่า เป็นห่วงสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งเต็มไปด้วยความแตกแยก และเป็นห่วงความปลอดภัย ความมั่นคง และความเจริญก้าวหน้าของชาติเป็นอย่างยิ่ง จึงขอให้ชาวไทยลดทิฐิ และหันหน้ามาร่วมมือกัน สร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์
แม้ศาสนิกชนในประเทศไทยจะมีความเชื่อและการปฏิบัติศาสนกิจที่ต่างกัน แต่ก็เห็นพ้องต้องกันในการน้อมนำคุณธรรมร่วมกันทั้ง 5 ศาสนา มาสู่การปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
1.ทุกศาสนาสอนว่า อย่าละเมิดชีวิตของตนเองและผู้อื่น จึงขอเรียกร้องให้ละเว้นการใช้ความรุนแรงกำลังอาวุธต่อผู้เห็นต่าง โดยเฉพาะต่อผู้ที่มีความเห็นต่างกันทางการเมืองในขณะนี้
2.ทุกศาสนาสอนให้ คิด ทำ พูด แต่สิ่งที่เป็นความจริง จึงขอเรียกร้องให้เว้นการใช้คำพูดที่มาจากความเกลียดชัง การเผยแพร่ข่าวลือที่เป็นเท็จ การพูดความจริงบางส่วน หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นกับฝ่ายใดควรตักเตือนด้วยถ้อยคำอ่อนโยน ไม่ใช้วาจากร้าวร้าว ดูหมิ่น เหยียดหยามทางเพศ
3.ทุกศาสนาสอนเรื่องความยุติธรรม จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมาย โดยเฉพาะการใช้กฎหมาย และการตีความนั้น ต้องตระหนักถึงสิทธิและศักดิ์ศรีอย่างเที่ยงตรงให้สอดคล้องกับกฎบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้าและกฎธรรมชาติ เพื่อผดุงความยุติธรรมและเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
4.ทุกศาสนาสอนเรื่อง การลดละความเห็นแก่ตัว รวมทั้งความกล้าหาญที่จะตักเตือนพวกตน ประณามการทุจริต ศาสนิกชนทุกคนต้องมีความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง เพื่อความดีของส่วนรวม และการกล้าเผชิญความจริง
5.ทุกศาสนาสอนเรื่อง ความรัก ความเมตตา ไม่ให้มองเพื่อนมนุษย์ผู้ที่มีข้อบกพร่อง มีความผิดพลาดว่าเขาเป็นคนเลวและไม่อาจเปลี่ยนแปลง หากแต่สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ และเมื่อทำเช่นนั้นก็พร้อมให้อภัย
6.ทุกศาสนาสอนให้หมั่นเพียรในการปฏิบัติตามคำสอน โดยเฉพาะการเจริญสันติภายใน ให้มีขันติธรรม มีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น มีความจริงใจ รับผิดชอบต่อคำพูด และหมั่นเอาใจเขามาใส่ใจเรา จึงขอเรียกร้องให้ศาสนิกชนมีความหมั่นเพียรและเรียกร้องการพัฒนาตน
นอกจากนี้ ผู้นำศาสนาขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้สติ น้อมนำคำสอนในศาสนาที่ตนเองนับถือศรัทธามาปฏิบัติ รวมทั้งการให้อภัยและการส่งความรักความปรารถนาดีให้แก่กัน เพื่อความสงบ สันติ ของสังคมไทย
สำหรับจดหมายฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบจากสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ประธานผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ฯพณฯ อาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี มุขนายกชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ เลขาธิการสภาประมุขแห่งบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย และพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานศาสนาพราหมณ์ฮินดูแห่งประเทศไทย







