
ฝัง2ล้านล้าน
3อดีตขุนคลังเรียงหน้าตอกฝาโลงแจงศาลทำลายวินัยขัดรัฐธรรมนูญเงินลงทุนก้อนใหญ่ปีนี้เป็นหมัน
3อดีตขุนคลังเรียงหน้าตอกฝาโลงแจงศาลทำลายวินัยขัดรัฐธรรมนูญเงินลงทุนก้อนใหญ่ปีนี้เป็นหมัน
อดีตขุนคลังแจงศาล พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน ขัดรัฐธรรมนูญ เดินหน้าพังแน่
คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยานที่สมาชิกรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154 วรรคหนึ่ง ว่า ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 169 วรรคหนึ่ง และมาตรา 170 หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ
พยานที่มาให้ถ้อยคำเพิ่มเติม ประกอบด้วย นายพิสิฐ ลี้อาธรรม อดีต ส.ส.ร. น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง นายทนง พิทยะ อดีต รมว.คลัง และนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง
อดีต รมว.คลัง ทุกคนต่างยืนยันว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ขัดกับรัฐธรรมนูญ และถือเป็นเงินแผ่นดิน การออก พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ไม่สร้างความเชื่อมั่นหรือสร้างเครดิตให้กับประเทศได้เลย หากเดินหน้าจะยิ่งสร้างความเสียหายให้กับประเทศมาก และขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ หากปล่อยให้ทำได้ต่อไปงบประมาณในระบบจะไม่มีความหมาย จะเหลือแต่งบเงินเดือน ส่วนงบก่อสร้างใหญ่ๆ จะออกนอกระบบทั้งหมด เป็นการทำลายวินัยการเงินการคลังของประเทศ
นายพิสิฐ อดีต รมช.คลัง ยืนยันว่า เงินกู้เมื่ออยู่ในมือรัฐบาลแล้ว ถือเป็นเงินแผ่นดิน เพราะต้องชดใช้ภาษีในอนาคต
สำหรับ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ยังขัดกับ พ.ร.บ.หนี้สาธารณะปี 2548 แต่เนื่องจากทั้งสองฉบับมีศักดิ์เป็น พ.ร.บ.ด้วยกัน ขณะที่วงเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทใหญ่กว่า พ.ร.บ.หนี้สาธารณะที่จะควบคุมได้ พ.ร.บ.เงินกู้จึงน่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญที่ให้จัดสรรงบประมาณ
ขณะที่นายทนง และนายธีระชัย ยืนยันว่า เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ถือว่าเป็นเงินแผ่นดิน ที่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 169
ศาลได้นัดแถลงปิดคดีภายในวันที่ 27 ก.พ.นี้ แต่ยังไม่ระบุวันอ่านคำวินิจฉัย
ทั้งนี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ตั้งสมมติฐานว่า หาก พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท มีผลบังคับใช้ จะเบิกจ่ายเงินในปี 2557 ได้ 1.23 แสนล้านบาท โดยในปี 2558 เบิกจ่าย 2.36 แสนล้านบาท ปี 2559 เบิกจ่าย 3.42 แสนล้านบาท ฯลฯ โครงการที่เบิกจ่ายเงินได้เร็วที่สุด เป็นการปรับปรุงถนนสายต่างๆ ที่ออกแบบไว้แล้ว 2.4 แสนล้านบาท ส่วนการลงทุนทางราง 1.6 ล้านล้านบาท จะเบิกจ่ายได้น้อย







