posttoday
ม็อบมา....ตำรวจหาย แก็งตัดสายเคเบิลระบาดหนัก

ม็อบมา....ตำรวจหาย แก็งตัดสายเคเบิลระบาดหนัก

11 พฤษภาคม 2553

8...สุนทร พงษ์เผ่า

การเมืองที่ร้อนแรงมากว่า 2 เดือน กำลังตำรวจซึ่งควรทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ต่างๆ ถูกระดมผลัดเปลี่ยนกันเข้าไปดูแลการชุมนุมในเมืองกรุง กำลังที่น้อยลงก็ยิ่งทำให้ช่องโหว่ในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินขยายกว้างขึ้น ในช่วงจังหวะเวลาเช่นนี้ ย่อมเป็นโอกาสทองของหัวขโมยสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนทั่วไป ไม่เพียงเท่านั้นทรัพย์สินสมบัติสาธารณะ สายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ชาวบ้านร้านถิ่นก็ตกเป็นที่หมายตาของกลุ่มมิจฉาชีพ ก่อความเดือดร้อนไปทั่ว

นายสิทธิพร สิทธิ์พลางกูร โทรศัพท์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า ตั้งแต่เริ่มมีการชุมนุมในพื้นที่กรุงเทพมหานครในเดือน มี.ค. เป็นต้นมา มีการก่อเหตุตัดสายเคเบิลโทรศัพท์ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วนับร้อยครั้ง เฉลี่ยเดือนละประมาณ 4550 ครั้ง โดยการก่อเหตุของกลุ่มมิจฉาชีพก็ไม่ละเว้นว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน ได้โอกาสเมื่อไหร่ก็ลงมือทำงานทันที

“ความเสียหายที่เกิดขึ้นรวมแล้วกว่า 2.5 ล้านบาท เพราะมูลค่าของสายเคเบิล รวมถึงมูลค่าการซ่อมแซมจะสูงมาก ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงมูลค่าความเสียหายทางธุรกิจของลูกค้าที่เป็นเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ที่อยู่ในพื้นที่ถูกตัดสายเคเบิล ทั้งระบบอินเทอร์เน็ต แฟกซ์ จะต้องใช้งานไม่ได้จนกว่าจะซ่อมแซมเสร็จทั้งหมด มีมูลค่าความเสียหายสูงมาก”

โทรศัพท์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวอีกว่า ไม่เพียงแต่พื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เท่านั้นที่กลุ่มลักตัดสายเคเบิลออกอาละวาด แต่ยังเกิดขึ้นทั่วพื้นที่ภาคกลาง

“ยิ่งในช่วงนี้เหตุการณ์บ้านเมืองไม่สงบมีกลุ่มผู้ชุมนุมและรัฐบาลบอกว่ามีการก่อการร้ายจากคนไม่หวังดี จึงได้มีการตั้งข้อสังเกตและพบข้อเท็จจริงว่าช่วงนี้มีการก่อเหตุตัดสายเคเบิลโทรศัพท์มากขึ้นกว่าแต่ก่อน อีกทั้งในเขตพื้นที่ อ.บางไทร และ อ.ลาดบัวหลวง ที่อยู่ในเขตประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พบว่ามีการก่อเหตุมากที่สุดของ จ.พระนครศรีอยุธยา เช่นกัน”

หากไม่เชือดไก่ให้ลิงดูการก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนก็คงมีต่อไป และแล้ว พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงกำชับให้ทุกพื้นที่เข้มงวดตรวจตราพื้นที่เกิดเหตุให้มากขึ้น และแล้วช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 9 พ.ค. ตำรวจ สภ.บางไทร ก็สามารถรวบตัวมิจฉาชีพลักตัดสายเคเบิลได้ 2 ราย มีนายสุทิพย์ วงศ์ทับ เป็นหัวหน้าแก๊ง ขณะที่ลูกมือร่วมทีมอีกรายเป็นเด็กชายอายุเพียง 14 ปี ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงของนายสุทิพย์

ผู้ต้องหาทั้งคู่ถูกตำรวจจับกุมขณะกำลังตัดสายเคเบิลโทรศัพท์ริมถนนสายเสลาปทุม หมู่ 8 ต.ไม้ตรา อ.บางไทร พร้อมของกลางสายเคเบิลโทรศัพท์ยาว 10 เมตร คีมตัดเหล็กขนาดใหญ่ 1 อัน บันได และรถกระบะ

นายสุทิพย์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า มีอาชีพรับซื้อของเก่าในเขต จ.นนทบุรี ที่ผ่านมาได้ก่อเหตุตัดสายเคเบิลโทรศัพท์มาแล้ว 4 ครั้ง โดยสายเคเบิลยาวประมาณ 10 เมตร หากนำไปเผาไฟลอกเอาแต่ทองแดงออกขาย จะได้ทองแดงกว่า 4 กิโลกรัม ซึ่งขายได้กิโลกรัมละ 180 บาท

รายได้ที่ยั่วใจคงทำให้มิจฉาชีพเหล่านี้ก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนต่อไป ได้แต่หวังว่าเมื่อสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลาย การชุมนุมในกรุงเทพมหานครยุติลง และกำลังตำรวจจากจังหวัดต่างๆ เดินทางกลับเพื่อดูแลพื้นที่ตัวเองได้ทั่วถึง แก๊งลักลอบตัดสายไฟฟ้า สายเคเบิลเหล่านี้น่าจะลดลง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ