
โรงสีเผ่นปูสุเทพระดมทุนช่วยชาวนาฟ้อง
รัฐบาลเจอทางตันทุกทางภายหลังสถาบันการเงินทุกแห่งปฏิเสธให้กู้เงินไปจ่ายให้ชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว ทางกระทรวงพาณิชย์จึงยื่นข้อเสนอให้โรงสีรับจำนำใบประทวนครึ่งราคาของวงเงิน 1.5 หมื่นบาท และให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไปหาเงินส่วนที่เหลือมาจ่ายสมทบให้ในภายหลัง
รัฐบาลเจอทางตันทุกทางภายหลังสถาบันการเงินทุกแห่งปฏิเสธให้กู้เงินไปจ่ายให้ชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว ทางกระทรวงพาณิชย์จึงยื่นข้อเสนอให้โรงสีรับจำนำใบประทวนครึ่งราคาของวงเงิน 1.5 หมื่นบาท และให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไปหาเงินส่วนที่เหลือมาจ่ายสมทบให้ในภายหลัง
ข้อเสนอนี้ มานัส กิจประเสริฐ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย ระบุว่า สมาคมฯ พร้อมให้ความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ในการปล่อยกู้เงินใบประทวนชาวนา 50% ของมูลค่าใบประทวน แต่ต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจของสมาชิกแต่ละรายว่าจะเข้าร่วมหรือไม่
ทั้งนี้ หากโรงสีใดยอมเข้าร่วมชาวนาต้องนำใบประทวนมาวางเป็นหลักประกัน โดยโรงสีจะเลือกลูกค้าของโรงสีอยู่แล้ว ซึ่งรัฐบาลจะต้องรับผิดชอบดอกเบี้ย
“ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะมีโรงสีจำนวนเท่าไรที่สนใจเข้าร่วม เพราะต้องรอระเบียบปฏิบัติและการกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ชัดเจนอีกครั้ง รวมทั้งต้องรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วย” มานัส ระบุ
อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามไปยังผู้ประกอบการโรงสี ส่วนใหญ่ต่างไม่สนใจปล่อยกู้เงินให้ เนื่องจากไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะหาเงินกู้มาจ่ายค่าข้าวให้ชาวนาได้ อีกทั้งโรงสีบางแห่งก็ไม่มีเงินสดสำรองพอจะปล่อยกู้ให้ก่อน แต่ต้องไปกู้จากธนาคารอีกเช่นกัน ซึ่งแต่ละแห่งมีวงเงินโอดีจำกัด อาจไม่เพียงพอปล่อยกู้ได้
“โรงสีบางส่วนมองว่าแนวคิดนี้อาจไม่สำเร็จและทำได้ยากในทางปฏิบัติ ทั้งเรื่องระเบียบ เรื่องเงินที่ต้องไปกู้จากธนาคาร ซึ่งไม่รู้ว่าธนาคารจะยอมให้กู้หรือไม่ เพราะปกติธนาคารจะให้กู้เมื่อโรงสีนั้นมีข้าวเปลือกหรือมียอดจำนำข้าวจากโครงการรับจำนำ
แต่ครั้งนี้มีเพียงใบประทวนยืนยันเท่านั้น ที่สำคัญโรงสีกลัวมีกลุ่มชุมนุมทางการเมืองมากดดันโรงสีที่เข้าร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ทำให้โรงสีส่วนใหญ่ลังเลและอาจปฏิเสธแนวคิดการปล่อยกู้ใบประทวน” แหล่งข่าวระบุ
ขณะที่แหล่งข่าวจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกระบวนการบีบบังคับโรงสีบางแห่งจากฝ่ายการเมืองให้ตอบรับข้อเสนอรับจำนำใบประทวนเพื่อจ่ายเงินให้ชาวนา หากโรงสีใดไม่ยอมทำตาม จะถูกตัดสิทธิเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวในอนาคต หากรัฐบาลชุดนี้มีโอกาสกลับเข้ามาเป็นรัฐบาลอีก
“สาเหตุที่โรงสีไม่อยากรับจำนำใบประทวน เพราะเกรงว่าจะไม่ได้เงินต้นและดอกเบี้ยจากรัฐบาลในกรณีมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ แต่เพื่อไม่ให้ขัดแย้งกับรัฐบาลปัจจุบัน อาจใช้วิธีการเอาเงินรับจำนำใบประทวนเพียงแห่งละ 23 ล้านบาท เพื่อไม่ให้มีปัญหาภายหน้า” แหล่งข่าวระบุ
ด้าน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยังยืนยันว่า สาเหตุที่จ่ายเงินให้ชาวนาล่าช้าเพราะมีขั้นตอนและข้อจำกัดหลายอย่างที่ทำให้รัฐบาลทำงานยากลำบาก จึงต้องขอความเห็นใจ ไม่ใช่ว่ารัฐบาลนี้จะละทิ้งประชาชน ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ต้องจ่ายเงินให้ชาวนา และจะเร่งทำงานให้เร็วที่สุด
“ระยะเวลาในการจ่ายบางพื้นที่แตกต่างกัน และแน่นอนผู้ที่เข้ามาก่อนคงต้องได้รับเงินเร็ว ในส่วนผู้มีใบประทวน ข้าวก็อยู่ในคลังของรัฐแล้ว ยังไงทุกรัฐบาลต้องจ่าย ประชาชนจะต้องได้รับเงิน” นายกฯ ระบุ
อย่างไรก็ตาม สมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ชี้แจงว่า กกต.ไม่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินให้ชาวนา เนื่องจาก กกต.ไม่มีอำนาจให้รัฐบาลไปกู้ยืมเงินใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น ไม่ต้องเสนอเรื่องการรับจำนำใบประทวนมาขอความเห็นจาก กกต.
“ขอเรียนว่า ถ้าขอมา กกต.ต้องตีกลับอยู่ดี เพราะไม่มีอำนาจอนุมัติ จึงไม่จำเป็นต้องส่งเรื่องมายัง กกต.” สมชัย ระบุ
ขณะที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยเมื่อค่ำวันที่ 7 ก.พ. ว่า จากการเดินรณรงค์ย่านสีลมได้รับบริจาคเงินจากประชาชนเพื่อนำไปเป็นกองทุนช่วยเหลือชาวนาจำนวนมาก จากนี้จึงตั้งใจจะรับบริจาคให้ได้ 10 ล้านบาท เพื่อนำไปเป็นทุนในการยื่นฟ้องรัฐบาลยิ่งลักษณ์
“ชาวนาเรียกค่าเสียหายได้ ผมว่าเรื่องนี้น่าฟ้องมาก ถ้าชาวนาฟ้อง นอกจากได้ค่าข้าวยังได้ดอกเบี้ยที่รัฐเบี้ยวไปครึ่งปี ต้องบังคับให้จ่ายดอกเบี้ยด้วย ถ้าทนายคิดดีๆ ยิ่งลักษณ์ กับพวกผิดทั้งทางแพ่งและอาญาฐานฉ้อโกงประชาชน ฉะนั้นถ้ารวมตัวกันไปฟ้องยิ่งลักษณ์กับพวก และเกรงว่าต้องมีค่าใช้จ่ายวันนี้สบายใจได้มีทุนให้อย่างน้อย 10 ล้านบาทแน่นอน” สุเทพ กล่าว







