
นายกสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
โดยประเพณีปฏิบัติประธานหอการค้าไทย ในฐานะผู้ถือใบอนุญาตมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
โดยประเพณีปฏิบัติประธานหอการค้าไทย ในฐานะผู้ถือใบอนุญาตมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จะได้รับการเสนอแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยด้วย ในระยะนั้นผมเป็นอุปนายกสภามหาวิทยาลัยอยู่แล้ว จึงเป็นการทำงานต่อเนื่องที่ไร้ตะเข็บ
อธิการบดียุคนั้นคือ รศ.ดร.จีรเดช อู่สวัสดิ์ ท่านเป็นอธิการบดีที่ยาวนานถึง 10 ปีเศษ ตั้งแต่สมัย ดร.อาชว์ เตาลานนท์ มาถึงตัวผมและต่อด้วยคุณดุสิต นนทะนาคร ก่อนจะเกษียณอายุการทำงานในปี 2554
ในประเทศมหาอำนาจ เช่น อังกฤษและสหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงและมีคุณภาพมักจะเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่ก่อตั้งโดยเศรษฐีผู้มีจิตศรัทธาและให้การสนับสนุนในระยะแรกเริ่ม หลังจากนั้นศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงและมีฐานะจะให้การสนับสนุนต่อเนื่อง ทำให้มหาวิทยาลัยเอกชนเหล่านี้มีการบริหารจัดการและมีอาจารย์ที่มีคุณภาพ ดึงดูดให้คนเก่งเข้ามาเรียนและเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมสถานภาพของมหาวิทยาลัยต่อๆ ไป มหาวิทยาลัยของรัฐส่วนใหญ่จะจัดตั้งขึ้นเพื่อให้การศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วถึงและไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป ดังนั้นโดยเปรียบเทียบแล้ว มหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำจะมีคุณภาพสูงกว่ามหาวิทยาลัยของรัฐ แต่ค่าเล่าเรียนก็จะสูงกว่าเช่นกัน
ในทางตรงกันข้าม มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศสำหรับประเทศที่พัฒนาใหม่ เช่น ประเทศไทย จะเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ เพราะมีงบประมาณสนับสนุน มหาวิทยาลัยเอกชนเกิดขึ้นภายหลังและเป็นมหาวิทยาลัยเฉพาะกิจในระยะเริ่มต้น เงินสนับสนุนมาจากค่าเล่าเรียนของนักศึกษาเป็นส่วนใหญ่ยากต่อการพัฒนาปรับปรุงและจ้างครู อาจารย์ที่มีคุณภาพสูงมาประจำ มหาวิทยาลัยเอกชนบางแห่งดำเนินการในเชิงธุรกิจ มุ่งหวังกำไรเช่นธุรกิจทั่วๆ ไป และไม่นำเงินที่ได้จากการประกอบการกลับมาลงทุนพัฒนาต่อยอดคุณภาพของมหาวิทยาลัยทั้งหมด ทำให้มหาวิทยาลัยเอกชนโดยทั่วไปมีคุณภาพด้อยกว่ามหาวิทยาลัยของรัฐ
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ก่อตั้งเมื่อปี 2506 และมีอายุครบ 50 ปี ในปี 2556 เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่ไม่มีการนำเงินกำไรหรือเงินเหลือจากการประกอบการไปใช้อย่างอื่น นอกจากเก็บไว้ที่มหาวิทยาลัยและลงทุนในด้านต่างๆ เพื่อยกคุณภาพของการศึกษาอย่างแท้จริง
จำนวนนักศึกษาเกือบสองหมื่นคนเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าคุณภาพของมหาวิทยาลัยเป็นที่ยอมรับและมีศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานมากมาย
ช่วงที่ผมทำหน้าที่นายกสภามหาวิทยาลัย มีเรื่องสำคัญพิเศษที่ควรบันทึกไว้สามเรื่อง คือ การส่งเสริมให้ทุนอาจารย์ไปศึกษาปริญญาเอกต่อที่ต่างประเทศ เรื่องการตัดสินใจสร้างมหาวิทยาลัยแห่งใหม่บนพื้นที่ 400 ไร่ ที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ดังที่เกริ่นไปบ้างแล้ว และการเปิดโครงการอบรมผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและการพาณิชย์ (Top Executive Program in Commerce and TradeTEPCOT) โดยความร่วมมือสามฝ่าย คือ กระทรวงพาณิชย์หอการค้าไทยและมหาวิทยาลัย อธิการบดี ดร.จีรเดช อู่สวัสดิ์ และคุณดุสิตนนทะนาคร รองประธานหอการค้าไทย เป็นผู้อยู่เบื้องหลังโครงการนี้
เราตระหนักว่ามหาวิทยาลัยที่มีความสามารถในการค้นคว้าและวิจัยเพื่อนำผลการศึกษาออกเผยแพร่ทางวิชาการก็ดี เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบในการเรียนการสอนก็ดี จำเป็นต้องมีอาจารย์ที่มีปริญญาเอกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นมหาวิทยาลัยจึงเริ่มให้ทุนอาจารย์ไปศึกษาปริญญาเอกตั้งแต่สมัยที่ ดร.อาชว์ เตาลานนท์ เป็นนายกสภาฯ ตั้งเป็นโครงการถาวรที่จัดให้ทุนอย่างน้อยปีละ 20 ทุน จนกว่าจะได้จำนวนอาจารย์ที่มีปริญญาเอกในสัดส่วนที่สูงกว่ามาตรฐานกำหนด
ในยุคที่ผมเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยนั้น ได้ขยายคุณสมบัติผู้ที่จะรับทุนไปถึงบุคคลภายนอก แต่มีเงื่อนไขว่าต้องกลับมาเป็นอาจารย์ให้มหาวิทยาลัยต่อไป เป็นการลงทุนที่ใช้เงินจำนวนมากเพื่อสร้างคุณภาพและอนาคตของมหาวิทยาลัย ในปี 2556 มีอาจารย์จบปริญญาเอกกลับมาแล้ว 97 คน กำลังเรียนอยู่อีก 53 คน ใช้เงินไปทั้งสิ้น 660 ล้านบาท หรือเฉลี่ยคนละประมาณ 4.4 ล้านบาท
ส่วนโครงการย้ายมหาวิทยาลัยไปที่แห่งใหม่ที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี บนพื้นที่ 400 ไร่ เป็นโครงการที่ผ่านการศึกษาและกลั่นกรองมาเป็นระยะเวลายาวนาน เพราะพื้นที่ปัจจุบันคับแคบเกินไป สำหรับจำนวนนักศึกษาสองหมื่นคน เป็นโชคดีผสมโชคร้ายที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทยในปี 2554 ที่ก่อให้เกิดความเสียหายทางทรัพย์สินของประชากรและเศรษฐกิจอย่างมหาศาล พื้นที่ใหม่ของมหาวิทยาลัยถูกน้ำท่วมไปด้วย ทำให้ฝ่ายวางแผนต้องทบทวนผังแม่บทของมหาวิทยาลัยใหม่ทั้งหมด โชคร้ายที่การโยกย้ายมหาวิทยาลัยจะต้องล่าช้าไป แต่โชคดีที่เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ทำให้มีโอกาสออกแบบเพื่อป้องกันภัยธรรมชาติจากน้ำท่วมในอนาคตได้
แม้ผมจะหมดวาระนายกสภามหาวิทยาลัยไปแล้ว แต่คณะกรรมการมีมติให้ผมเป็นผู้กำกับโครงการย้ายมหาวิทยาลัยต่อไปจนกว่าจะเสร็จสิ้น
สำหรับโครงการอบรมผู้บริหารระดับสูง TEPCOT นั้นเกิดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์หลักที่จะให้ผู้บริหารทั้งภาครัฐและเอกชนมีความตระหนักต่อผลกระทบของการค้า การลงทุน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากกระแสโลกาภิวัตน์มากขึ้น วัตถุประสงค์รองคือ ให้มีการสร้างเครือข่ายของผู้เข้าร่วมโครงการ เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของตนในแต่ละองค์กรต่อไป ในระยะเริ่มแรกมหาวิทยาลัยเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดไว้ แต่หวังว่าในอนาคตจะมีการสนับสนุนทางการเงินโดยสถาบันที่เกี่ยวข้องในสัดส่วนที่เหมาะสม
เป็นเวลาเกือบ 50 ปีที่หอการค้าไทยเป็นผู้ถือใบอนุญาตของมหาวิทยาลัย กรรมการหอการค้าไทยเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลมหาวิทยาลัยมาตลอด ในอนาคตเพื่อความต่อเนื่อง มั่นคง และการสนับสนุนจากบุคคลภายนอก ได้มีมติให้จัดตั้งมูลนิธิขึ้นมาเป็นผู้ถือใบอนุญาตแทนหอการค้าไทย แต่ยังให้หอการค้าไทยเป็นแกนหลักและเสริมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทั้งที่เป็นอดีตกรรมการหอการค้าไทยและบุคคลภายนอกมาร่วมเป็นกรรมการ
ผมดีใจที่ข้อเสนอจัดตั้งมูลนิธิผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่สมาชิกหอการค้าไทย ในปี 2555 เป็นที่เรียบร้อยและภูมิใจที่สถาบันและโครงการเหล่านี้ได้เป็นประโยชน์ต่อสังคมและเจริญก้าวหน้ามาเป็นลำดับจนถึงทุกวันนี้
(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)







