
ศรส.เตือนสื่องดเสนอข่าวแกนนำม็อบปลุกระดม
ศรส.ออกประกาศเตือนสื่อให้งดเว้นเสนอข่าวแกนนำกปปส.ปลุกระดม ระบุเป้นการแจ้งเตือนและขอความร่วมมือ
ศรส.ออกประกาศเตือนสื่อให้งดเว้นเสนอข่าวแกนนำกปปส.ปลุกระดม ระบุเป้นการแจ้งเตือนและขอความร่วมมือ
เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ได้เผยแพร่ประกาศ ศูนย์รักษาความสงบ ฉบับที่ 7/2557 เรื่อง แจ้งเตือนและขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกแขนงงดเว้นเสนอข่าวที่เป็นการยั่วยุและส่งเสริม ให้มีการกระทําผิดตามการปลุกระดมหรือชี้นําของแกนนํา กปปส. ลงนาม โดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บํารุง รักษาการรมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. มีเนื้อหาดังนี้
ตามที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี อําเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี และอําเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ลงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ.2557 แล้ว นั้น
เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประสิทธิภาพ สามารถแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติได้โดยเร็วและป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้น อาศัยอํานาจตามความในข้อ 2 และข้อ 6 ของข้อกําหนดออกตามความในมาตรา 9 ประกอบมาตรา 11 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548ลงวันที่ 23 มกราคม พ.ศ.2557 ประกอบกับคําสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ พิเศษ 2/2557 เรื่อง แต่งตั้งผู้กํากับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบ และพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ลงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2557 จึงออกประกาศแจ้งเตือนและขอความร่วมมือ ดังนี้
โดยที่ปรากฏว่า ในเขตท้องที่ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงดังกล่าว การชุมนุมเรียกร้องของแกนนําคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ซึ่งมีการกระทําที่ล่วงละเมิดต่อกฎหมาย หลายเรื่องหลายกรณี ยุยงให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมายและก่อความไม่สงบในบ้านเมือง มีการปิดการจราจรในถนนสําคัญ บุกรุกและยึดสถานที่ราชการหลายแห่ง ไล่ข้าราชการ พนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกจากสถานที่ราชการ ตัดน้ําตัดไฟ ขัดขวางการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ก่อให้เกิดความวุ่นวายและนําไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยภายในประเทศ และการกระทําเหล่านี้ล้วนแล้วเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมาย
ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีสื่อมวลชนบางแห่งได้เสนอข่าวการชุมนุมที่มีลักษณะเป็นการยั่วยุและส่งเสริมให้มีการกระทําผิดตามการปลุกระดมหรือชี้นําของแกนนํา กปปส. การกระทําดังกล่าวจึงเป็นความผิดต่อกฎหมาย ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มีอํานาจหน้าที่สั่งปิดหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ สถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุ และการเผยแพร่สื่อสาร ด้วยวิธีอื่น ๆ รวมทั้งการยึดอายัดทรัพย์สินและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้กระทําผิดด้วย
อย่างไรก็ดี ในชั้นนี้ ศูนย์รักษาความสงบจึงขอแจ้งเตือนและขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกแขนงงดเว้นการเสนอข่าวสารหรือทําให้ปรากฏแพร่หลายซึ่งข่าวสารที่มีข้อความและเนื้อหาที่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงและ ความสงบเรียบร้อยภายในราชอาณาจักร เพื่อให้การดําเนินการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ศูนย์รักษาความสงบหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือที่ดีจากสื่อมวลชนทุกแขนงและขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้







