
'บีอาร์ที' มาแล้ว
8...ทีมข่าวกทม.
อีกไม่กี่วันจากนี้ คนกรุงเทพมหานครก็จะได้มีโอกาสใช้ระบบขนส่งมวลชนรูปแบบใหม่
“รถโดยสารด่วนพิเศษ บีอาร์ที” หรือ Bus Rapid Transit ซึ่งจะเปิดทดลองวิ่งให้ประชาชนทั่วไปใช้บริการโดยไม่เก็บค่าโดยสารตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.31 ส.ค. ซึ่งมีการทดสอบความพร้อมและทดลองวิ่งครั้งแรกสายสาทรราชพฤกษ์ ไปเมื่อวานนี้นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งเป็นประธานในการทดสอบเดินรถโดยสารด่วนพิเศษ บีอาร์ที กล่าวว่า การทดลองเปิดเดินรถโดยไม่เก็บค่าโดยสารในวันที่ 15 พ.ค.นี้ จะเริ่มต้นจากแยกสาทรนราธิวาส ซึ่งสามารถเดินเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสช่องนนทรีได้ วิ่งไปตามถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ผ่านถนนจันทน์ เข้าสู่แยกนราราม 3 แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนพระราม 3 ผ่านแยกสาธุประดิษฐ์ ผ่านถนนเจริญกรุง ขึ้นสะพานพระราม 3 ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนรัชดาภิเษก ไปสิ้นสุดเส้นทางใต้สะพานข้ามทางแยกรัชดาภิเษกราชพฤกษ์ และวิ่งกลับไปเส้นทางเดียวกัน ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร
สำหรับสถานีขึ้นลงในเส้นทาง ได้แก่ สถานีสาทร สถานีอาคารสงเคราะห์ สถานีเย็นอากาศ สถานีถนนจันทน์ สถานีนราราม 3 สถานีวัดด่าน สถานีวัดปริวาศ สถานีวัดดอกไม้ สถานีสะพานพระราม 9 สถานีเจริญราษฎร์ สถานีสะพานพระราม 3 และสถานีราชพฤกษ์ ขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างเส้นทางและสถานีทั้ง 12 แห่ง แล้วเสร็จ 99% เหลือเพียงการเก็บรายละเอียดเท่านั้น และอยู่ระหว่างการดำเนินการเซ็นสัญญาระบบจราจรอัจฉริยะ และการก่อสร้างจุดจอดและจุดซ่อมบำรุง
“
รถโดยสารด่วนพิเศษ” หรือบีอาร์ที เป็นระบบขนส่งมวลชนทางถนนรูปแบบหนึ่งที่กรุงเทพมหานครมุ่งมั่นพัฒนาให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมด้วยมูลค่าการลงทุนต่ำ ก่อสร้างได้รวดเร็ว วิ่งในทางเฉพาะบนช่องจราจรขวาสุด เพื่อเลี่ยงจุดตัดกับถนนและซอยต่างๆ ทำให้สามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย ในเวลาเพียงแค่ 30 นาที และมีรถให้บริการทุก 5–10 นาที ตั้งแต่เวลา 06.00–24.00 น.”สำหรับตัวรถบีอาร์ที นายธีระชน กล่าวว่า จะมีคุณลักษณะพิเศษที่ต่างจากรถโดยสารมวลชนทั่วไป อาทิ ระบบระบุตำแหน่งรถด้วยดาวเทียม หรือจีพีเอส กล้องทีวีวงจรปิด ติดตั้งระบบจราจรอัจฉริยะ และมีพื้นที่สำหรับผู้พิการ
โดยในวันที่ 15 พ.ค. 2553 กทม.จะทำพิธีเปิดเดินรถอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งเป็นการเปิดให้บริการช่วงทดลองวิ่งแบบไม่เก็บค่าโดยสาร จากนั้นวันที่ 1 ก.ย. เปิดให้บริการช่วงลดค่าโดยสาร โดยเก็บค่าโดยสาร 10 บาทตลอดสาย โดยกำหนดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในวันที่ 2 ม.ค. 2554 ซึ่งจะคิดค่าโดยสารตามระยะทางเริ่มต้น 12
–20 บาท คาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารไม่น้อยกว่า 3.5 หมื่นคนต่อวัน ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในแนวเส้นทางประมาณวันละ 5,000 คัน ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรได้เป็นอย่างดี“
ในอนาคตกรุงเทพมหานคร จะเร่งขยายโครงการระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ อีก อาทิ ส่วนต่อขยายสถานีอ่อนนุชแบริ่ง ซึ่งจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2554 และส่วนต่อขยายจากสถานีวงเวียนใหญ่บางหว้า ซึ่งจะเปิดให้บริการได้ ภายในปี 2555” รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าว






