
จับ"แก๊งสุพรรณ"แหกคุกอุ้มเหยื่อเรียกค่าไถ่
ตำรวจประจวบคีรีขันธ์จับแก๊งสุพรรณแหกคุกเขาบินอุ้มเหยื่อเรียกค่าไถ่ 3 ล้านบาทหนีกบดานบ้านนักการเมืองชื่อดังเมือง
ตำรวจประจวบคีรีขันธ์จับแก๊งสุพรรณแหกคุกเขาบินอุ้มเหยื่อเรียกค่าไถ่ 3 ล้านบาทหนีกบดานบ้านนักการเมืองชื่อดังเมือง
พ.ต.อ.อาคเนย์ แดงด้อมยุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ได้รับการประสานงานจาก พ.ต.อ.ทีฆโชติ สุวรรณาคม รอง ผบก.สส.บชน. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล หลังจากสืบทราบว่ากลุ่มนายปิยะสรรค์ หรือ กอล์ฟ เปรมบำรุง นักโทษเรือนจำเขาบิน จ.ราชบุรี ซึ่งหลบหนีการคุมขัง และ มีหมายจับคดีหลบหนีหมายจับศาล จ.ราชบุรี คดีฆ่า พยามฆ่าหลบหนีที่คุมขัง โดยนายปิยะสรรค์ พร้อมด้วยนายพงษ์ศักดิ์ หรือเอริ์ท แซ่ตั้ง ได้ร่วมกันลักพาตัว นายบุญรัตน์ แซ่ย่าง เพื่อเรียกค่าไถ่ จำนวน 3 ล้านบาท หนีมากบดานและนำเหยื่อมากักขังไว้ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์
ทั้งนี้จึงร่วมกับชุดสืบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ วางแผนร่วมจับกุม ต่อมาพบนายปิยะสรรค์ กำลังขับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุตอนครึ่งสีเขียว ทะเบียน บร 1770 สุพรรณบุรี ที่บริเวณทางลอดอุโมงค์รถไฟ ถนนมหาราช 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้น แต่นายปิยะสรรค์ได้พยายามขับรถหลบหนีโดยขับรถพุ่งชนรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ และชักปืนออกมาจะยิงต่อสู้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงใช้อาวุธปืนยิงสกัดไปก่อนทำให้์ ถูกแขนด้านขวาและลำตัว นายปิยะสรรค์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสนำตัวส่งโรงพพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ จากการตรวจค้นในรถพบอาวุธปืนยี่ห้อบาเรตต้า ขนาด 9 มม. พร้อมกระสุนในแมกกาซีนจำนวน 15 นัดในสภาพขึ้นลำกล้องพร้อมยิง
จากการสอบสวนขยายผล นายปิยะสรรค์ ให้การรับสารภาพว่า ตนพร้อมด้วยพรรคพวกจำนวน 4 คนได้ตั้งแก๊งขึ้นมา ชื่อ แก๊งสุพรรณ และได้ทำการอุ้มนายบุญรัตน์ แซ่ย่าง มาจาก อ.เทิง จ.เชียงราย เพื่อเรียกค่าไถ่เป็นจำนวน 3 ล้านบาท จากนั้นได้นำมาคุมขังที่ บ้านเลขที่ 12/1 ถ.สุขจิต ในเขตเทศบาลเมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นบ้านพักของ นายเสริมศักดิ์ สีมาพานิช หรือ ส.ท.ผอม อดีตเลขานุการนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์
จากนั้นจึงสั่งการให้ พ.ต.ท.พฤหัส สังข์ประเสริฐ รอง ผกก.สส. สภ.เมืองประจวบคีรีรขันธ์ รวบรวบพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายค้นจากศาล จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่45/2557 เข้าตรวจค้น บ้านเลขที่ 12/1 ถ.สุขจิต ในเขตเทศบาลเมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างการตรวจค้นนายเสริมศักดิ์และพรรคพวก ไหวตัวทันและกำลังหลบหนีออกทางประตูหลังบ้าน แต่ก็ถูกกำลังเจ้าหน้าทที่ ที่วางเอาใว้ ได้จับกุมไว้ได้ ผลการตรวจค้นในบ้านพัก พบนายบุญรัตน์ ถูกขังอยู่ในห้องขนาดเล็กภายในบ้านดังกล่าว โดยพบว่าถูกทำร้ายร่างกายตามลำตัวมีรอยฟกช้ำ โดยจากการตรวจค้นพบอาวุธปืนยาวประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก วางอยู่ใต้บานประตูในห้องพักชั้น 2 และ พบ น.ส.ดาว ไม่ทราบนามสกุล อายุ 17 ปีสัญชาติลาว นายยาว ไม่ทราบนามสกุล อายุ 28 ปี สัญชาติพม่า ตรวจสอบทั้ง 2 ราย เป็นแรงงานต่างด้าว ไม่มีเอกสารอนุญาตเข้าเมือง จากนั้นได้แจ้งข้อหา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ให้ที่พักพิง ซ่อนเร้นหรือช่วยเหลือเพื่อให้บุคคลต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายให้พ้นจากการจับกุม
พ.ต.อ.ทีฆโชติ สุวรรณาคม รอง ผบก.สส.บชน. กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากญาตินายบุญรัตน์ เนื่องจากหายสาบศูนย์ไปภูมิลำเนาตั้งแต่เดือนพ.ย.2556 จากนั้นได้รับโทรศัพท์ติดต่อจาก แก๊งสุพรรณ เพื่อขอเงินเรียกค่าไถ่จำนวน 3 ล้านบาท โดยให้นำมาจ่ายภายในวันที่ 27 ม.ค. ไม่เช่นนี้จะลงมือฆ่าเหยื่อทันที เนื่องจากเดิมนายบุญรัตนN เป็นสายล่อซื้อยาเสพติดให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนใน จ.เชียงราย และเหยื่อมีฐานะดี และก่อนหน้านี้แก๊งดังกล่าวทราบว่านายบุญรตัน์ เป็นสายสายลับให้ตำรวจจึงจับตัวมาคุมขังและลงมือทำร้ายร่างกายอย่างต่อเนื่อง
สำหรับคดีนี้จะมีการอายัดตัวงนายเสริมศักดิ์ไปส่งที่ สภ.เทิง จ.เชียงราย เนื่องจากญาติผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดีไว้ และ นำตัวนายปิยะสรรค์ส่งเข้าเรือนจำเขาบิน โดยขณะนี้มีการสืบทราบแหล่งกบดานของแก๊งสุพรรณและให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนนครบาลติดตามจับกุมต่อไป เนื่องจากเป็นแก๊งใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับกกับกระบวนการค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ ในหลายจังหวัดทางภาคตะวันตก







