
เหตุแห่งปรองดอง
....ณ กาฬ เลาหวิไลย
แผนปรองดองแห่งชาติ ทำให้หลายคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่หลายคนต่างส่ายหน้า
จริงหรือ...แผนปรองดองจะทำให้เกิดสันติสุข เป็นยาวิเศษแก้ปัญหาความขัดข้องที่มีอยู่ หรือจะเป็นแค่การดึงเวลาความขัดแย้งให้ยืดออกไปเท่านั้น
ก่อนจะเดินหน้า อ้าปาก กระทำการใดๆ สิ่งที่ควรจะพิจารณากันก่อนก็คือว่า อะไรคือเหตุปัจจัยทำให้ประเทศเราถึงก้าวเข้าสู่ปัญหาความไม่ปรองดอง
ลองคิดดูเถอะ ทั้งหมดมันขมวดที่ปมเดียวนั่นคือ การ เอา หรือไม่เอา ระบอบทักษิณาธิปไตย ที่มีทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้นำใช่หรือไม่?
อย่ามองแค่ ม็อบแดง แต่ย้อนกลับไปดูสถานการณ์ทางการเมืองตั้งแต่ปี 2548 จะพบว่า จุดเริ่มต้นความขัดแย้งก็มาจากประเด็นการไม่เอาทักษิณาธิปไตยนั่นเอง
ความขัดแย้งดังกล่าว นำไปสู่การปฏิวัติในปี 2549 นำไปสู่รัฐบาลขิงแก่ นำไปสู่รัฐบาลสมัคร รัฐบาลสมชาย จนมาถึงรัฐบาลอภิสิทธิ์
วันนี้จุดต่อมแห่งความขัดแย้งยังฝังตัวเหมือนเดิม และประเด็นเดิม
นั่นคือ ...เอา หรือไม่เอาทักษิณาธิปไตย
กระทั่งม็อบแดงก็เถอะ กิจกรรมตั้งแต่เริ่มแรกก็คลอเคลียอยู่ที่ทักษิณ ทั้งการล่า 1 ล้านรายชื่อเพื่อถวายฎีกา จนมาถึงม็อบแดงครั้งล่าสุด ก็กดปุ่มกันหลังคดียึดทรัพย์ทักษิณ
แม้จะมีความพยายามสร้างภาพ ทำนองแดงไม่เกี่ยวกับแม้ว แต่ทว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุหรือต้องตัดสินใจสำคัญ แดงจำเป็นต้องเอียงหู โทร.สายตรงหาทักษิณ ทั้งหมดเป็นภาพ เป็นข่าวที่ยืนยันข้อเท็จจริง
หากบอกว่า แดงไม่เกี่ยวกับทักษิณ ใครเชื่อคงต้องไปหาหมอเหวงเพื่อขอรับเกียรติบัตรพลพรรคเหวงเหวง
ฉะนั้น แผนการปรองดอง หากไม่หยิบยกประเด็น ...เอาหรือไม่เอาทักษิณาธิปไตย มาแก้ไข ทั้งหมดก็ไม่จบ
จะต่อรอง จะเจรจา จะจัดวาง หรือจะจัดการ ทักษิณาธิปไตย + ทักษิณ อย่างไร นี่แหละ คือจุดสำคัญที่จะนำไปสู่ความสงบสุข
โรดแมป 5 ข้อที่อภิสิทธิ์ ประกาศออกมา ฟังดูดีมาก แต่ทว่ากลับไม่ได้ให้คำตอบถึงจุดเริ่มต้นแห่งปัญหาเลย แต่กลับไปแตะเรื่องโน้นที เรื่องนี้ที ที่บางเรื่องต้องใช้เวลาหลายปี
แต่บรรทัดสุดท้ายของแผนปรองดองมันจะนำไปสู่การยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่
มันจึงไม่ต่างอะไรจากการโยนปัญหาไปข้างหน้า ต้องพึ่งโชคชะตาวาสนา ขอให้บ้านเมืองพ้นวังวนความขัดแย้งสักที หลังจากที่ไปไหนไม่พ้นตั้งแต่ปี 2548 หรือจะ 5 ปี เข้าไปแล้ว
ยิ่งดูยิ่งน่าหนักใจ คนเมื่อมีอำนาจทำไมถึงทำแค่หายใจทิ้งไปวันๆ m







