
ใช้พรก.ฉุกเฉิน ไม่คุ้ม
การตัดสินใจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2 เดือน ทับพื้นที่เดิมที่เคยบังคับใช้ พ.ร.บ.มั่นคง นับตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค.นี้เป็นต้นไป ถือเป็นดาบสอง เพื่อกำราบกลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่รัฐบาลในเขตพื้นที่ กทม. นนทบุรี เขตลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี และปากน้ำ จ.สมุทรปราการ ถือเป็นมาตรการรุกของรัฐบาลที่อาจจะขอกระชับพื้นที่คืนจากกลุ่ม กปปส.
การตัดสินใจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2 เดือน ทับพื้นที่เดิมที่เคยบังคับใช้ พ.ร.บ.มั่นคง นับตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค.นี้เป็นต้นไป ถือเป็นดาบสอง เพื่อกำราบกลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่รัฐบาลในเขตพื้นที่ กทม. นนทบุรี เขตลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี และปากน้ำ จ.สมุทรปราการ ถือเป็นมาตรการรุกของรัฐบาลที่อาจจะขอกระชับพื้นที่คืนจากกลุ่ม กปปส.
แค่เพียงรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคง การท่องเที่ยวเริ่มได้รับผลกระทบ หลายประเทศเตือนประชาชนที่จะเดินทางมาประเทศไทยให้หลีกเลี่ยงพื้นที่การชุมนุม แต่เมื่อเพิ่ม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เข้าไป กลายเป็นต่างชาติเตือนภัยในระดับสูงสุดให้ประชาชนหยุดเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ทำให้การท่องเที่ยวที่ซบเซากลายเป็นเงียบสนิท
นอกจากนี้ หลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น ที่ลงทุนในประเทศไทยมากที่สุด โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ก็เริ่มส่งสัญญาณเตือนว่า มีอีกหลายประเทศที่ยังสามารถเลือกไปลงทุนได้ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์
ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของไทยเริ่มบานปลายสร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะความรุนแรงที่มีแนวโน้มเกิดถี่ขึ้นและสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น กลายเป็นต้นทุนที่นักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในไทยต้องคิดหนักว่าคุ้มหรือไม่
หากการท่องเที่ยวสลบไม่ฟื้นจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังอุตสาหกรรมต่อเนื่อง จากการท่องเที่ยวที่มีแรงงานเกี่ยวข้องเป็นแสนคนและส่วนใหญ่จะเป็นเอสเอ็มอีทั้งสิ้น
ปัญหาเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนี้รุนแรงจนเอกชนเองเป็นผู้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะไม่สามารถจะรับผลเสียที่กำลังจะเกิดขึ้นได้อีกแล้ว และถึงกับกล่าวว่าการประกาศใช้กฎหมายนี้รุนแรงกว่าที่กลุ่ม กปปส.ประกาศจะชัตดาวน์กรุงเทพฯ เสียอีก
สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีนั้นตั้งแต่รัฐบาลประกาศใช้ค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท เจอน้ำท่วมแห่งชาติ การส่งออกชะลอตัว ก็ล้มหายตายจาก กลายเป็นหนี้เสียของสถาบันการเงิน และต้องเลิกกิจการไปเป็นจำนวนมาก ปัญหาการเมืองก็ซ้ำเติมให้เจออุปสรรคหนักเข้าไปอีก เหมือนเจอมรสุมซ้ำแล้วซ้ำอีก จนไม่รู้ว่าจะฟื้นตัวได้อย่างไร
นอกจากนี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อาจจะส่งผลให้อันดับเครดิตของประเทศถูกปรับลดลงได้ เพราะผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หากถูกลดอันดับเครดิตลงก็เตรียมตัวรับปัญหาแพงทั้งแผ่นดินกันอีกครั้ง







