
คว่ำเลือกตั้งทุกวิถีทาง
การชุมนุมของมวลมหาประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณเมื่อวานนี้ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ออกมาเปิดเผยท่าทีครั้งสำคัญต่อการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 2 ก.พ.นี้
การชุมนุมของมวลมหาประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณเมื่อวานนี้ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ออกมาเปิดเผยท่าทีครั้งสำคัญต่อการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 2 ก.พ.นี้
สุเทพ ปราศรัยที่เวทีแยกปทุมวันว่า ขณะนี้รัฐบาลพยายามต้องการให้เกิดการเลือกตั้ง เพราะเชื่อว่าการเลือกตั้งภายใต้กติกาปัจจุบันจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้อีกครั้ง แต่เรายืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่มีทางสำเร็จได้เพราะมวลมหาประชาชนไม่ต้องการเลือกตั้งครั้งนี้ โดย กปปส.ทุกจังหวัดและเขตเลือกตั้งขอให้เตรียมการทำงานได้ เพื่อไม่ให้เกิดการเลือกตั้งขึ้นและขับไล่รัฐบาล
“เราต้องการปฏิรูปประเทศและแก้กฎหมายเลือกตั้งก่อน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าในวันต่อไปข้างหน้าประเทศไทยจะต้องมีการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม การปฏิรูปประเทศของเราเรื่องนี้สำคัญที่สุด โดยเราจะปิดหมดทุกเส้นทาง ขอให้รู้ไว้แล้วกันว่า กปปส.ทุกจังหวัดเตรียมการพร้อมแล้ว ไม่มีทางจะมีการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ เพราะไม่ต้องการให้ระบอบทักษิณฟื้นมาอีกแล้ว เราลงทุนลงแรงมาขนาดนี้ เป็นยังไงก็เป็นกัน ตายเป็นตาย ไม่มีวันยอมแล้ว จะพยายามไล่ยิ่งลักษณ์ให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง แต่ถ้าไม่ทันก็จะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ไปถึงการเลือกตั้งให้ได้” สุเทพ กล่าว
สุเทพ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20-21 ม.ค. ได้เงินบริจาคระหว่างเดินขบวนรวมกันประมาณ 10 ล้านบาท สำหรับกรณีที่ กปปส. จ.ตรัง ไปปิดสถานที่ราชการ จนส่งผลกระทบต่อมัสยิดและโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ใน ต.สุโส๊ะ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง นั้น ส่วนตัวได้ขอโทษและทำความเข้าใจกับผู้รับผิดชอบในสถานที่ดังกล่าวด้วยตัวเองแล้ว ซึ่งที่ผ่านมา กปปส.ไม่มีเจตนาจะทำอย่างนั้น และเข้าใจถึงประเด็นละเอียดอ่อนนี้เป็นอย่างดี แต่เวลานี้รัฐบาลยังพยายามเอาประเด็นนี้มาเล่นงาน กปปส.
“กปปส.ให้เกียรติและเคารพทุกศาสนา และพี่น้องในทุกศาสนาควรได้รับเสรีภาพ ซึ่งเราไม่เคยกระทำการใดเพื่อให้เกิดการกระทบกระเทือนใจ ซึ่งถ้ายังเกิดความไม่สบายใจ ผมก็ขอขมากับประชาชน” สุเทพ กล่าว
ทั้งนี้ สุเทพยังได้กล่าวถึงการประกาศ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ของรัฐบาลว่าเป็นความพยายามต้องการใช้กำลังกับ กปปส. แต่ปรากฏว่าทหารไม่ได้ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลเพราะเห็นว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่ไม่ได้มีความฉุกเฉินและไม่มีความชอบธรรม รวมทั้งรัฐบาลไม่มีอำนาจที่จะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้ เป็นผลให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพไม่เข้าไปเป็นคณะกรรมการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) และที่ชัดเจนที่สุด คือ การที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ปฏิเสธที่จะให้ใช้สถานที่ภายในกองบัญชาการกองทัพอากาศเป็นสถานที่ทำงานของ ศรส. รวมไปถึงการปฏิเสธจับมือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน และผู้อำนวยการ ศรส. ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก
สุเทพ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศเชิญตัวแทนนานาชาติมารับการชี้แจงสถานการณ์ไทยนั้น ก็ปรากฏว่าเนื้อหาส่วนใหญ่มีข้อความเป็นเท็จทั้งสิ้น เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้พยายามจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์เพื่อกล่าวหาการเคลื่อนไหวของ กปปส. และบอกอีกว่าเวลาของระบอบทักษิณกำลังจะหมดแล้ว วันนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงเดิมพันด้วยการใช้ความรุนแรงผ่านการใช้พระราชกำหนด
“เราจะเร่งเกมของเราให้กระชับมากยิ่งขึ้น เพราะรัฐบาลกำลังจนแต้มแล้ว และขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลไม่สามารถต่อสู้กับมวลมหาประชาชนได้อย่างแน่นอน” สุเทพ กล่าว
ที่สุดแล้วการประกาศพระราชกำหนดของรัฐบาลก็เพื่อต้องการจะขู่ชาวนาไม่ให้มาประท้วงรัฐบาลในกรุงเทพฯ ซึ่งความจริงคือรัฐบาลชุดนี้ทุจริตจนส่งผลให้ไม่มีเงินมาจ่ายค่าจำนำข้าวให้กับชาวนานานถึง 5 เดือน และเวลานี้รัฐบาลจะไปหาเงินที่ไหนมาจ่ายชาวนาก็ไม่ได้ เพราะรัฐบาลชุดนี้เป็นเพียงรัฐบาลรักษาการที่ไม่สามารถอนุมัติงบประมาณได้ แต่รัฐบาลก็ยังพยายามจะเอาเงินจากธนาคารออมสินและธนาคารกรุงไทยไปจ่ายชาวนา ทั้งที่ไม่สามารถนำเงินฝากของประชาชนมาจ่ายให้ชาวนาได้
“ขอบอกกับพี่น้องชาวนาไว้ว่า ทันทีที่รัฐบาลชุดนี้หมดอำนาจลง รัฐบาลจากประชาชนจะจ่ายหนี้ให้กับชาวนาเป็นอย่างแรก เพื่อให้ชาวนามีความสุข เพราะเราถือว่าชาวนาเป็นผู้บริสุทธิ์แต่ถูกรัฐบาลชุดนี้ชักดาบ ถ้าพี่น้องชาวนาอยากได้เงินเร็วๆ ก็ขอให้มาร่วมกับพวกผม” สุเทพ กล่าว
วันเดียวกัน กลุ่มมวลชนที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นำโดย ถาวร เสนเนียม ได้เดินทางไปปิดล้อมโรงเรียนวิชูทิศ ซึ่งเป็นสถานที่จัดอบรมคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเขตดินแดน ทั้งนี้เมื่อผู้ชุมนุมมาปิดล้อมทำให้การอบรมยกเลิก ผู้ชุมนุมจึงเดินทางกลับ
ขณะที่เช้าวานนี้ สุเทพนำมวลชนจากแยกอโศกไปตามถนนสุขุมวิท ตลอดเส้นทางประชาชนส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานบริษัทเอกชนในย่านดังกล่าวออกมาให้กำลังใจและมอบเงินสนับสนุนเป็นจำนวนมาก แต่ที่สร้างความฮือฮาเมื่อประชาชนบริเวณซอยหลังสวนร่วมนำธนบัตรมาต่อกันเป็นความยาวกว่า 200 เมตร เพื่อเตรียมมอบให้สุเทพด้วย







