
กู้พลีชีพจายจำนำข้าว
ญี่ปุ่นหนีไทยผลพวงจากสถานการณ์ไม่ปกติทางการเมืองในประเทศไทย เริ่มส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติมากขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังเห็นผลมากขึ้นเรื่อยๆ
ญี่ปุ่นหนีไทยผลพวงจากสถานการณ์ไม่ปกติทางการเมืองในประเทศไทย เริ่มส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติมากขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังเห็นผลมากขึ้นเรื่อยๆ
เริ่มตั้งแต่ โตโยต้า มอเตอร์ ซึ่งกลายเป็นข่าวเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้าว่า โตโยต้าอาจจะพิจารณาทบทวนแผนการขยายการลงทุนในประเทศไทยใหม่ และอาจจะย้ายไปที่อื่น เช่น อินโดนีเซีย แทน
มาสด้า และนิสสัน มอเตอร์ส ก็บอกว่าได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่มีการทบทวนแผนการลงทุนอย่างโตโยต้า หรือว่ามีแต่ไม่เป็นข่าวก็ไม่อาจทราบได้ครับ
ว่ากันเรื่องการลงทุนของญี่ปุ่นในเมืองไทยและอาเซียน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์นั้น ต้องบอกว่าตลอดที่ผ่านมาประเทศไทยคือเบอร์หนึ่งของภูมิภาคนี้ เบอร์สองคืออินโดนีเซีย และเบอร์สามคือมาเลเซีย นอกจากนั้นไทยยังเป็นแหล่งลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 9 ของโลกด้วยครับ
เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมานี้ ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและจีนไม่สู้ดีนัก อันเป็นผลมาจากความขัดแย้งในข้อพิพาททางทะเลจนลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติจนเกิดการต่อต้านญี่ปุ่นในจีนอย่างหนัก และนั่นได้ทำให้ภูมิภาคอาเซียนกำลังกลายเป็นจุดหมายการลงทุนของญี่ปุ่นแทนจีนมากขึ้น แม้ว่าจะไม่ทั้งหมดก็ตาม โดยที่เป้าหมายการลงทุนของญี่ปุ่นในอาเซียนนี้หลักๆ ก็คือ ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม และพม่าครับ
จากกรณีดังกล่าวจะเห็นได้ชัดว่า ที่ไหนไม่สงบเรียบร้อย ญี่ปุ่นไม่ชอบ กระแสการต่อต้านญี่ปุ่นในจีนนั้นรุนแรง เอกชนคนไหนหนีออกมาได้ก็หนีออกมา คนไหนย้ายไม่ได้เพราะลงทุนเยอะไปแล้วก็ต้องทนอยู่ต่อ แต่ไม่ลงทุนเพิ่ม
ที่ผ่านมาประเทศไทยถือว่าเป็นแหล่งลงทุนที่ญี่ปุ่นชื่นชอบ เพราะว่ากันตามจริง บอกกันตรงๆ คงไม่มีประเทศไหนในเอเชียที่จะชื่นชมญี่ปุ่นเท่ากับพี่ไทยอีกแล้ว ภาพลักษณ์ของญี่ปุ่นในสายตาคนไทยอยู่ในเกณฑ์ที่เยี่ยมยอด สวนทางกับหลายชาติในเอเชียที่ยังโกรธแค้นญี่ปุ่นจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อยู่
แต่กระนั้น ถ้าหากสถานการณ์ในเมืองไทยยังคงร้อนผ่าวไม่แน่นอนเช่นนั้น ไม่รู้ว่าจะออกหัวออกก้อย ฝ่ายไหนจะขึ้นมาควบคุมอำนาจทางการเมืองได้ก็ยังคาดเดาได้ยาก อย่างนี้นักลงทุนอย่าว่าแต่ญี่ปุ่นเลยครับ คงไม่มีนักลงทุนที่ไหนชอบเท่าไหร่
ต้องไม่ลืมครับ ญี่ปุ่นก็เคยเจ็บหนักมาแล้วกับพี่ไทยกับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ครั้งนี้มาเจอวิกฤตการเมืองอีก
หนำซ้ำดูท่าจะลากยาวเสียด้วย ใครจะไปอยู่ไหวกัน!







