
รัฐอิงกฤษฎีกาหาเงินค่าข้าว
กิตติรัตน์เกรงผิดกม.ขอคำยืนยันว่าทำได้อ้วกแน่ยอดชาวนาใช้สิทธิ์ทะลุ1.2แสนล้าน
กิตติรัตน์เกรงผิดกม.ขอคำยืนยันว่าทำได้อ้วกแน่ยอดชาวนาใช้สิทธิ์ทะลุ1.2แสนล้าน
รัฐบาลอิงกฤษฎีกา ถามกู้เงิน 1.3 แสนล้านบาท จ่ายจำนำข้าวได้หรือไม่ ล่าสุดหนี้ข้าวพุ่งเป็น 1.2 แสนล้าน
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) รักษาการมีอำนาจกู้เงิน 1.3 แสนล้านบาท มาจ่ายค่าข้าวเปลือกให้ชาวนาได้หรือไม่ และที่ประชุมสรุปว่าจะขอนำเรื่องกู้เงินไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อน
นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลยังไม่ได้รับมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่วินิจฉัยเกี่ยวกับการกู้เงินอย่างเป็นทางการ แต่ กกต.ระบุว่าให้รัฐบาลดำเนินการได้ตามความเหมาะสม แต่เพื่อให้เกิดความมั่นใจ รัฐบาลขอหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อน ซึ่งเชื่อว่าคงใช้เวลาไม่นาน และเมื่อได้รับคำตอบแล้วรัฐบาลจะเร่งรัดดำเนินการต่อไป เพื่อให้เงินถึงมือชาวนาอย่างรวดเร็ว ส่วนรายละเอียดของการหาแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ รวมทั้งการจ่ายเงินค่าข้าวให้แก่ชาวนา นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง จะเป็นผู้แถลงในวันที่ 23 ม.ค.(23 ม.ค.)
“เพื่อให้รัฐบาลมั่นใจก็ต้องฟังความเห็นหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานกฤษฎีกา โดยรัฐบาลจะขอความเห็นจากกฤษฎีกาเพื่อนำไปสู่ขั้นตอนการที่จะกู้ยืมเงิน และจะเร่งรัดโดยเร็ว ส่วนจะเริ่มจ่ายเงินให้ชาวนาได้เมื่อไหร่ ตอนนี้ยังไม่ทราบ”นายยรรยงกล่าว
นายยรรยง กล่าวว่า ที่ประชุมได้้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 5-6 จังหวัดที่ชาวนาปิดถนนประท้วง โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไปทำความเข้าใจกับพี่น้องชาวนาว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการอย่างเร่งรัด และชี้แจงสาเหตุที่รัฐบาลมีข้อติดขัดในการกู้เงิน
นายยรรยง ระบุว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้จ่ายเงินค่าข้าวเปลือกให้ชาวนาไปแล้วกว่า 5.5 หมื่นล้านบาท แต่ยังค้างเงินกับชาวนาที่นำใบประทวนมาขึ้นเงินกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) อยู่อีกประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งวิธีการที่จะหาเงินได้เร็วที่สุด คือ การกู้เงิน และจุดประสงค์ของรัฐบาล คือ การจ่ายเงินให้ชาวนาโดยเร็ว
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับกระทรวงการคลังจัดทำแผนการระบายข้าว และส่งเงินจากการขายข้าวเพื่อนำมาจ่ายให้ชาวนา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์คาดว่าใน 6 เดือน จะส่งเงินขายข้าวทั้งในส่วนการขายตามสัญญารัฐต่อรัฐเดิม การขายข้าวผ่านตลาดเอเฟต และขายข้าวทั่วไปเป็นเงิน 3 หมื่นล้านบาท หรือส่งเงินคืนเฉลี่ยเดือนละ 5,000 ล้านบาท
นายยรรยง ย้ำว่า อ.ก.ส.ควรจะต้องดูแลลูกค้าที่เป็นชาวนา และยากฝากให้ธ.ก.ส.ว่า ช่วงนี้ชาวนาที่เป็นลูกค้าของธ.ก.ส.ได้รับความเดือดร้อน ธอยากวอนไปถึงสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ธ.ก.ส. ให้คิดว่าเป็นการช่วยเหลือชาวนา ไม่ใช่ช่วยเหลือรัฐบาล เพราะที่ผ่านมา ธ.ก.ส.มีรายได้จากชาวนาเป็นเงินมหาศาล







