posttoday
อสังหาฯจ่อซึมยาวไตรมาส3

อสังหาฯจ่อซึมยาวไตรมาส3

22 มกราคม 2557

โครงการเปิดใหม่ปีนี้ส่อหด30-40%พฤกษาชี้ม.ค.ไม่สงบตลาดรวมทรุดแน่

โครงการเปิดใหม่ปีนี้ส่อหด30-40%พฤกษาชี้ม.ค.ไม่สงบตลาดรวมทรุดแน่

อสังหาฯ ชี้ ปีนี้ยอดเปิดโครงการใหม่วูบ 40% เหตุการเมืองแรง ทำตลาดซึมยาวถึงไตรมาส 3

นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (แอเรีย) เปิดเผยว่า จากปัจจัยทางการเมืองที่ส่งสัญญาณยืดเยื้อ และเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อาจมีผลให้การเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในปี 2556 นี้ ลดลง 30-40% จากยอดเปิดตัวใหม่ในปีที่แล้วที่มีมากกว่า 1.31 แสนหน่วย คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 3.85 แสนล้านบาท โดยถ้าปัญหาการเมืองไม่สามารถจบได้ภายในไตรมาสแรกของปีนี้ จะส่งผลกระทบยาวไปจนถึงไตรมาส 3 ปีนี้ ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการอาจต้องทบทวนการเปิดตัวโครงการใหม่

ทั้งนี้ การเปิดตัวโครงการใหม่ เป็นดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการอย่างหนึ่ง เพราะหากผู้ประกอบการเชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจ บรรยากาศซื้อขายเอื้ออำนวย ก็จะมีโครงการเปิดใหม่จำนวนมาก แต่ถ้าเปิดตัวลดลง ก็สะท้อนได้ว่าผู้ประกอบการไม่มีความเชื่อมั่น โดยการเปิดตัวที่อยู่อาศัยโครงการใหม่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีสัญญาณชะลอตัวตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งเดือนดังกล่าวมีจำนวนโครงการเปิดขายใหม่เพียง 30 โครงการ มีจำนวนหน่วยที่เปิดขายใหม่รวม 4,438 หน่วย และมีมูลค่าการพัฒนาโครงการรวม 15,630 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าเดือนอื่นๆ มาก

นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า ในความเห็นส่วนตัวเชื่อว่าจะไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในวันที่ 2 ก.พ.นี้ เนื่องจากปัญหาความไม่สงบทางการเมืองมีแนวโน้มยืดเยื้อ ซึ่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ หากสถานการณ์ดังกล่าวไม่ยุติภายในเดือน ม.ค. ภาพรวมตลาดอาจจะแย่กว่าปีที่ผ่านมา แต่หากยุติในเดือน ม.ค.นี้ ตลาดจะอยู่ในภาวะทรงตัว

ขณะเดียวกันโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง 2 ล้านล้านบาท ที่ชะลอตัวออกไปเชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่อกำลังซื้อกับภาคอสังหาฯ เพราะภาคอสังหาฯ สามารถเติบโตได้ด้วยตัวของมันเองถ้าภาวะการเมืองสงบ

“หากว่าการเมืองไม่มีการแบ่งประชาชนแบ่งออกเป็นสองสามฝ่าย รัฐบาลต้องเป็นที่ยอมรับได้ของประชาชน เชื่อว่าปัญหาทางการเมืองจะยุติได้เร็ว” นายทองมา กล่าวสำหรับประเภทที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ในเดือนธ.ค.2556 ดังกล่าว จำนวนหน่วยเปิดขายใหม่มากที่สุดในเดือนนี้ กลับกลายเป็นบ้านเดี่ยวแทนที่อาคารชุด โดยมีจำนวนหน่วยเปิดขาย 1,300 หน่วย (29.3%) รองลงมาคือ ทาวน์เฮ้าส์ 1,254 หน่วย (28.3%) ส่วนอันดับ 3 คือ อาคารชุด 1,200 หน่วย (27.0%) ของจำนวนหน่วยขายที่เปิดขายใหม่ทั้งหมด โดยทำเลที่ตั้งอยู่กระจายตัวอยู่ในเขตกรุงเทพชั้นกลาง และเขตติดต่อเมืองเป็นสำคัญ กรณีอาคารชุดจะเกาะตามแนวรถไฟฟ้าทั้งสายที่เปิดใช้อยู่ในปัจจุบัน และสายที่กำลังจะเปิดใช้ในอนาคต เช่น สายสีม่วง (บางใหญ่บางซื่อ) สายสีเขียวเข้ม (หมอชิตสะพานใหม่)

ขณะที่บ้านเดี่ยวจะตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ติดต่อกับเขตเมืองชั้นนอก เช่น ถนนราชพฤกษ์ ถนนกาญจนาภิเษก ถนนพระราม 2 เป็นต้น ส่วนทาวน์เฮ้าส์จะกระจายอยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพชั้นกลาง เช่น วัชรพล อ่อนนุช ติวานนท์โดยเฉพาะบริเวณที่มีแหล่งงานหรือย่านชุมชนอยู่อาศัยค่อนข้างหนาแน่น เช่น ถนนเพชรเกษม ถนนรามคำแหง เป็นต้น

ทางด้านระดับราคาขาย จะพบว่า มีการเปิดขายที่ระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท มีจำนวน 55 หน่วย (1%) มีมูลค่าโครงการ 49 ล้านบาท (0.3%) ที่ระดับราคา 12 ล้านบาท มีจำนวน 1,093 หน่วย (25%) มีมูลค่าโครงการ 1,637 ล้านบาท (10%) ระดับราคา 23 ล้านบาท มีจำนวน 1,086 หน่วย (24%) มีมูลค่าโครงการ 2,548 ล้านบาท (16%) ที่ระดับราคา 35 ล้านบาท จำนวน 1,820 หน่วย (41%) มีมูลค่าโครงการ 7,139 ล้านบาท (46%) ส่วนที่มีระดับราคาเกิน 5 ล้านบาทขึ้นไปจำนวน 384 หน่วย (9%) และมีมูลค่าโครงการ 4,258 ล้านบาท (27%) ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่เปิดขายใหม่ทั้งหมดในเดือนนี้

อย่างไรก็ตาม ในการสำรวจพบว่า ยังมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่รอเปิดขายใหม่ในอนาคตอีก 325 โครงการ แต่การชุมนุมทางการเมืองมีผลให้อารมณ์การซื้อที่อยู่อาศัยหายไป และคาดว่าในเดือนม.ค. 2557 นี้ จะมีโครงการเปิดใหม่ไม่เกิน 30 โครงการ โดยการที่ปีที่แล้วมีจำนวนโครงการใหม่เปิดขายมากแล้ว ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้โครงการเปิดใหม่ปีนี้ลดลง

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก