posttoday
สะท้อนเหตุการณ์บ้านเมือง

สะท้อนเหตุการณ์บ้านเมือง

09 พฤษภาคม 2553

....คุณสลิล

สวัสดีท่านผู้อ่านที่เคารพ เหตุการณ์บ้านเมืองก็เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงไป ไม่ดีบ้าง ดีบ้าง โดยทางออกก็มีมากมายหลายทาง นักวิเคราะห์ฝรั่งเขาก็ทำเป็น Scenario ไว้หลากหลาย แต่คนไทยควรหาทางออกเฉพาะที่ดีงามและยั่งยืนเท่านั้น เพราะเราจะต้องอยู่ด้วยกันไปอีกนาน การยึดหลักธรรมเอาไว้จะดีที่สุด แม้การทำดีนั้นจะยากและอาจไม่ถูกใจ โดยเฉพาะไม่ถูกใจที่ประกอบไปด้วยกิเลส

ความดีย่อมให้ผลเป็นความสุขและที่สำคัญผู้ที่ทำความดี (อันมักทำได้แสนยากนั้น) จะไม่สามารถคิดติเตียนตนเองได้ในอนาคต จึงเป็นผู้นอนตาหลับได้ (แม้ยังไม่ตาย และเมื่อตายก็ไปเกิดในสุคติภพ) เพราะมีความสุข คือ ความสงบใจ ไม่ใช่ทำอะไรๆ ลงไปแล้ว ... มานึกถึงทีไรก็ร้อนใจทุกที ... แน่นอนว่าผู้บริหาร (ของทุกฝ่าย) นั่นแหละจะต้องยึดถือธรรม ยึดถือความดีไว้ให้มากๆ และในท่ามกลางทุกสถานการณ์

วันนี้ MQ ขอนำเอาข้อความที่พระอาจารย์ท่านหนึ่ง ส่งให้ผู้เขียนเมื่อวันที่ 4 พ.ค.นี้ ท่านได้แสดงแง่คิดและความรู้สึกจากผู้ที่ไม่ได้อยู่ใกล้สถานการณ์ คือไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ แต่ก็มีความเป็นห่วงและอยากให้ปัญหาของบ้านเมืองคลี่คลายไปด้วยดี ด้วยการยึดมั่นในหลักธรรม จึงขอฝากไว้ให้ท่านผู้อ่าน MQ ด้วย ท่านเขียนไว้ว่า

ถึงคุณสลิล

ขอให้สบายๆ ไม่ต้องเครียด ที่อยากให้ไปทำบุญ อย่างน้อยที่สุดก็พักกายพักใจกับสิ่งที่เห็น ได้ยินที่กรุงเทพฯ มาสัมผัสอากาศบ้านนอกๆ ยิ่งเหตุบ้านการเมืองยิ่งทำให้คนเสพข่าวสารเบื่อหน่ายกับสถานการณ์และเครียดได้

เหตุการณ์ที่ผ่านมา จะโทษใครผิด ใครถูก คงไม่ได้ เพราะเหตุปัจจัย ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ และเกิดเป็นอุปนิสสยปัจจัย ฝังในความรู้สึกของเขาจนเป็นทิฏฐิ ความเห็นผิด และก่อให้เกิดมานะ ความถือตัว ถือเขา ถือเรา อัตตาสูง

มองอย่างพระบ้านนอกๆ มองว่า เป็นการแสวงหาที่ไม่เหมาะไม่ควร เพราะทุกคนมุ่งแสวงหา ที่เป็นโทษ เขามองโทษเป็นคุณ สิ่งที่ทุกฝ่ายแสวงหาแท้จริงคือ อำนาจ และผลประโยชน์

นับแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 จนถึงปัจจุบัน วังวนของผู้ที่เขามีอำนาจบริหารราชการบ้านเมือง ส่วนมากหรือแทบทั้งหมดต้องการอำนาจและผลประโยชน์ทั้งสิ้น ประโยชน์ที่เป็นคุณูปการต่อแผ่นดินก็มี แต่ในคุณูปการนั้นยังแฝงด้วยผลประโยชน์ต่อกลุ่มพวกพ้อง พรรคตน โครงการอันใดที่เกิดขึ้นหรือผลักดันจนเกิด จะมีกลุ่มผลประโยชน์เข้ามารับช่วง ซึ่งไม่ห่างจากผู้มีอำนาจเลย สาวให้ลึกๆ เถิดจะเห็นแทบทั้งนั้น

ยิ่งในปัจจุบันยิ่งชัดเจน เงินงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชน นำไปก่อสร้างสาธารณูปโภคสาธารณประโยชน์ มีกี่แห่งที่เต็มเม็ดเต็มหน่วยสมบูรณ์ด้วยคุณภาพ มันเหมือนกวาดขยะซ่อนใต้พรม เขามีวิธีทำให้มันเหมือนกับว่าถูกต้องตามเอกสาร รูปแบบ ต้องสัมผัสจริงๆ น่ะแหละจะรู้ว่าเขาหากินกับโครงการต่างๆ

นอกจากนี้ เหตุการณ์บ้านเมืองยุ่งๆ มองให้ออกบอกให้ถูก มันเกิดจากขาดธรรมะ โดยเฉพาะผู้ควรอยู่กับพรหมวิหารธรรม ขาดพรหมวิหารธรรม พรหมวิหารจะเห็นได้ชัดเจนในธรรมะ ชื่อว่า อคติ กับ อุเบกขาธรรม

มองตรงที่ “อคติ” ชัดเจนเลยทีเดียว ความลำเอียงข้อใดข้อหนึ่งในสี่ข้อ เพราะรัก ชัง หลง กลัว มันเกิดโทษทั้งนั้น เสียความยุติธรรม เสียความเป็นพรหม เขาจะกราบจะไหว้ก็ไม่สนิทใจ และที่สำคัญเขาขาดความเชื่อใจ ต้องให้เขาเชื่อใจที่เรียกว่า ศรัทธา ให้เป็น อจลศรัทธา ไม่หวั่นไม่ไหว เมื่อนั้นความสงบจะมีแน่นอน ต้องเรียกศรัทธาให้เขาเชื่อให้ได้ คำว่าสองมาตรฐานจะไม่มี ทุกวันนี้เขามองว่ามันมีสองมาตรฐาน นี่ไง เพราะขาดพรหมวิหารธรรม

ผู้มีหน้าที่ต้องเป็นพรหม ใช้ “อุเบกขาธรรม” ต้องมั่นในธรรม สันติสุขจึงบังเกิดมีในสังคมไทยแท้แน่นอน

ขอพรหมวิหารธรรมจงบังเกิดมีแด่ผู้ควรจะมีพรหมวิหารธรรมเถิด

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ