posttoday
จะมีการเลือกตั้งหรือไม่?

จะมีการเลือกตั้งหรือไม่?

21 มกราคม 2557

แฟนนานุแฟนของคุณสมชาย สกุลสุรรัตน์ อาจจะขัดใจเล็กน้อย ที่วันนี้เจอมวยแทนอีกแล้ว เรื่องของเรื่องคือคุณสมชายท่านไม่สะดวกในช่วงนี้ จึงได้ฝากฝังคอลัมน์เงินต่อเงินให้ดิฉันดูแลแทนไปก่อนสัก 1 สัปดาห์

แฟนนานุแฟนของคุณสมชาย สกุลสุรรัตน์ อาจจะขัดใจเล็กน้อย ที่วันนี้เจอมวยแทนอีกแล้ว เรื่องของเรื่องคือคุณสมชายท่านไม่สะดวกในช่วงนี้ จึงได้ฝากฝังคอลัมน์เงินต่อเงินให้ดิฉันดูแลแทนไปก่อนสัก 1 สัปดาห์

ช่วงนี้ดิฉันได้รับคำถามจากนักธุรกิจและนายธนาคารหลายท่านว่า “จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ไหม”

ดิฉันฟังแล้วคิดนานว่าจะตอบอย่างไรดี เพราะโดยส่วนตัวดิฉันเชื่อว่ารัฐบาลจะพยายามประคับประคองสถานการณ์เดินหน้าต่อไปให้มีการเลือกตั้งให้ได้ แต่ทาง กปปส. ก็จะขัดขวางจนถึงที่สุดไม่ให้มีการเลือกตั้ง

การขัดขวางไม่ให้มีการเลือกตั้งนั้นมีหลายวิธี โดยที่ดิฉันเองก็คาดเดาไม่ถูกว่ากลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่รัฐบาลจะใช้วิธีการไหน แต่ที่แน่ๆ ขณะนี้ก็ใช้วิธีการล้อมสถานที่พิมพ์บัตรเลือกตั้ง การไม่มีใครมาสมัครเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง

นอกจากนี้ ในภาคใต้ซึ่งเป็นฐานเสียงที่หนาแน่นของพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังไม่เล่นด้วย แถมหนักกว่านั้นอีก คือ มีหลายจังหวัดจะมีผู้ชุมนุมไปล้อมสถานที่ราชการให้ข้าราชการหยุดงานอีกด้วย

สิ่งที่คาดเดาไม่ได้นี้ มีเยอะจนไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ หรือถ้ามีจะเกิดปัญหาอะไรตามมาอีก

หากมองในมุมทางด้านเศรษฐกิจ ข้อสังเกตที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เคยทำหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ควรให้มีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อน เพราะจากสภาพปัญหาที่เป็นอยู่เวลานี้ หากมีการเลือกตั้ง 2 ก.พ. จะทำให้หลังเลือกตั้งเกิดปัญหาหลายอย่าง จนสุดท้ายจะเกิดการสูญเสียงบประมาณ 3,800 ล้านบาท ไปอย่างไม่เกิดประโยชน์

สตง.ยกตัวอย่างการเลือกตั้ง 2 เม.ย. 2549 พอเลือกตั้งเสร็จ สส.มารายงานตัว ทางสภาก็ต้องจ่ายเงินเดือนทันที แล้วต่อมาศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะ แต่มีการจ่ายเงินเดือน สส.ไปแล้ว จ่ายกันไปหลายล้านบาท ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ หากเลือกตั้งไปแล้วเปิดประชุมสภาไม่ได้ โดยยืดเยื้อไปเรื่อยๆ แต่ สส.มารายงานตัว ทางสภาก็ต้องจ่ายเงินเดือนทันที ก็จะสิ้นเปลืองเงินของประเทศ

ด้วยเหตุผลว่าประเทศมีงบประมาณจำกัด เก็บรายได้ก็ไม่เข้าเป้า กรมภาษีก็ตั้งท่าจะรีดภาษีเพิ่มให้ได้ตามเป้าหมาย เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงไม่ควรจะใช้เงินอย่างไร้ประสิทธิภาพ และไม่ได้ช่วยก่อประโยชน์์ต่อเศรษฐกิจ

ฉะนั้น เมื่อมีการถามดิฉันว่าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ โดยส่วนตัวดิฉันเชื่อว่าจะมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลไม่มีทางยอม และความพยายามนิ่งของรักษาการนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็แสดงให้เห็นเหมือนว่าใครอึดกว่าจะชนะ

อย่างไรก็ดี หลายๆ คนก็เชื่อว่าจะไม่มีการเลือกตั้ง หรือเลือกไปแล้วก็จะเกิดความวุ่นวาย เช่น แย่งหีบคะแนน การปิดล้อมสถานที่ลงคะแนน เป็นต้น จนถึงขั้นมีการตั้งเป็นวงพนันกันเลยว่าจะมีเลือกตั้งหรือไม่มี

พูดถึงการจัดเก็บภาษีของกรมภาษี ขณะนี้เอกชนร้องจ๊าก จากการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร เพราะบริษัทที่ทำบัญชีถูกต้อง บางรายการที่เคยลงบัญชีหักรายจ่ายได้ในปีก่อนๆ ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าปีนี้ให้หักไม่ได้ ซึ่งทางเอกชนก็งงว่า การคำนวณภาษีนั้นอยู่ที่ข้อเท็จจริงหรือเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ระบุเองว่าปีนี้ขอ เพราะจำเป็นต้องเก็บภาษีให้ได้ตามเป้า

บริษัทที่ว่านี่เป็นบริษัทญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในไทย ได้มาร้องเรียนดิฉันเมื่อไม่นานมานี้ ดิฉันขอรายการบัญชีมาดูรายการที่เจ้าหน้าที่สรรพากรไม่ให้หักเป็นค่าใช้จ่าย คือ การส่งเจ้าหน้าที่และพนักงานไปอบรมและดูงานในบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นรายการปกติที่จะต้องทำทุกปีเพื่อพัฒนาบุคลากร และสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ทุกปี แต่ปีนี้หักไม่ได้ เนื่องจากกรมสรรพากรต้องเก็บภาษีให้เข้าเป้า

ดิฉันเองก็รับเรื่องมาว่าจะสอบถามต่อไปยังกรมสรรพากร แต่กำลังรอให้ฝุ่นหายตลบ กรมสรรพากรกลับมาทำงานตามปกติเสียก่อน เพราะตอนนี้กรมสรรพากรก็โดน กปปส.กดดันหนักไม่น้อย

ดิฉันเห็นว่าประเทศไทยกำลังถึงช่วงโค้งอันตราย หากเราไม่สามารถผ่านวิกฤตการเมืองในครั้งนี้ได้อย่างสงบและงดงาม ประเทศไทยอาจจะต้องเดินถอยหลังกลับไปนับหนึ่งใหม่เลย อาจจะดีกว่าช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งนิดหน่อย ตรงที่สถาบันการเงินไม่ได้เสียหาย หนี้เสียอาจจะมีมากขึ้น แต่ระบบการเงินเราแข็งแกร่งพอที่จะรับได้

นอกจากนี้ การส่งออกก็อาจจะดีขึ้น เพราะเศรษฐกิจโลกกำลังเริ่มฟื้นตัว แต่เศรษฐกิจไทยกำลังตกต่ำลงจากการทำตัวเอง การส่งออกนี่เองจะเป็นตัวพยุงเศรษฐกิจไม่ให้เลวร้ายกว่าที่เป็นอยู่ ภายใต้เงื่อนไขผู้ชุมนุมขับไล่รัฐบาลจะต้องไม่ปิดท่าเรือ ปิดสนามบินจนส่งสินค้าไปไม่ได้

ขณะนี้ผู้นำเข้าจากประเทศปลายทางเองก็ขอให้ผู้ส่งออกของเราแจ้งรายละเอียดว่าการชุมนุมขับไล่รัฐบาลนี้จะมีผลต่อการผลิตสินค้า การหยุดงาน และการส่งสินค้าจะได้ตามเวลาหรือไม่ หากผู้นำเข้าไม่เชื่อถือก็จะหนีไปซื้อจากประเทศอื่น

ฉะนั้น เรื่องนี้หน่วยงานที่ช่วยเหลือผู้ส่งออก เช่น เอ็กซิมแบงก์ ได้คิดล่วงหน้าหรือยัง ที่จะช่วยค้ำประกันการส่งออกให้กับผู้ส่งออก เพื่อให้ผู้นำเข้าปลายทางสบายใจว่าผู้ส่งออกสินค้าไทยจะส่งสินค้าได้ตามกำหนด ถ้าไม่ตรงตามกำหนดก็จะได้รับค่าปรับไปตามสัญญา

ดิฉันเห็นว่าทุกคนในประเทศนี้ต่างพูดถึงเรื่องของการไม่อยากเห็นความรุนแรง แต่สิ่งที่กำลังทำกันอยู่ทั้งสองฝ่ายนั้นสวนทางกัน และนำไปสู่ความรุนแรงทั้งสิ้น

ยิ่งรุนแรงมากเท่าไหร่ ภาวะเศรษฐกิจก็จะยิ่งมีปัญหามากขึ้นเท่านั้น ในช่วงสั้นเราจะไม่เห็นผลกระทบมากมาย แต่ในระยะกลางและระยะยาวจะเห็นผลกระทบในทางลบมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

ประเทศไทยเคยเป็นขวัญใจของนักลงทุนต่างชาติในการเป็นสยามเมืองยิ้ม เป็นประเทศที่เงียบสงบ ไม่มีความรุนแรงแตกแยก เหมาะแก่การลงทุนมาก แต่ขณะนี้ต่างชาติได้บวกปัญหาการเมืองเข้าไปเป็นต้นทุนในการลงทุนไปแล้ว ใครคิดจะมาลงทุนในไทยก็ต้องคอยดูทิศทางการเมืองด้วย และจะต้องพร้อมจะรับความเสี่ยงจากการประท้วงปิดเมืองในรูปแบบต่างๆ

ถ้าถามดิฉัน ดิฉันว่าไทยยังเป็นประเทศที่น่าลงทุนตามประสาคนไทยที่เคยชินกับประชาธิปไตยแบบไทยๆ แต่ต่างชาติไม่ได้คิดเหมือนเรา และหากประเทศไทยยังต้องพึ่งพาการส่งออกคิดเป็นสัดส่วนถึง 60-70% ต่อจีดีพี และพึ่งพาการลงทุนทางตรงจากต่างชาติ มาสร้างโรงงาน จ้างงานคนไทย จะบอกว่าเราไม่แคร์ต่างชาติก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก

อย่าถามดิฉันเลยว่า วันที่ 2 ก.พ. จะมีการเลือกตั้งหรือไม่ ดิฉันสนใจแต่ว่าเศรษฐกิจในระยะกลางของประเทศจะแย่หรือเปล่ามากกว่าค่ะ

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก