
ลดกระหน่ำช่วยราชประสงค์
รัฐจับมือเอกชนจัดลดราคาสินค้าแถมแนวทางแก้ไขปัญหาแรงงาน
โพสต์ทูเดย์
— เตรียมจัดมหกรรมลดกระหน่ำช่วยผู้ค้าราชประสงค์ กระตุ้นยอดชดเชยความเสียหายที่ได้รับจากม็อบเสื้อแดงนายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย (ทีทีอาร์) เปิดเผยว่า คณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบบริเวณแยกราชประสงค์และบริเวณใกล้เคียง กำลังเร่งสรุปแนวทางช่วยเหลือภาคเอกชนและพนักงาน แรงงานรายย่อย โดยหน่วยงานของรัฐทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และภาคเอกชน เตรียมจัดกิจกรรมครั้งใหญ่ ทั้งการลด แลก แจก แถม เพื่อปลุกชีพให้กับพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ ซึ่งมีทั้งแหล่งจำหน่ายสินค้าในห้างสยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นเตอร์พ้อยท์ และการท่องเที่ยว ให้มีบรรยากาศกลับมาคึกคักเหมือนเดิม
สำหรับการช่วยเหลือด้านแรงงาน ซึ่งมีผู้เป็นพนักงานโรงแรม ห้างสรรพสินค้า ประมาณ 2.5 หมื่นคน ขณะนี้มาลงทะเบียนเป็นผู้ตกงานแล้ว 45 คน และภาคธุรกิจอาจรับภาระไม่ไหวอีกประมาณ 100150 คน ดังนั้น หากใครตกงานจะนำมาฝึกอาชีพเพื่อหางานใหม่ ได้รับเบี้ยเลี้ยง 120 บาทต่อวัน เป็นระยะเวลา 6 เดือน และในช่วง 6 เดือนที่ตกงานจะได้รับเงินดูแลอีกประมาณ 50% ของเงินเดือน ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และกำลังหาแนวทางชะลอการเลิกจ้างให้กับภาคธุรกิจ
ด้านลูกจ้างแรงงานนอกระบบให้รีบไปขึ้นทะเบียนกับกระทรวงแรงงานเพื่อได้รับการช่วยเหลือ ส่วนหาบเร่แผงลอย กรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังขึ้นทะเบียนรวบรวมข้อมูลในส่วนของการปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับธุรกิจ เตรียมให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาช่วยค้ำประกันการกู้ยืมด้วย
ทั้งนี้ คณะทำงานกำลังเร่งสรุปแนวทางทั้งหมดเสนอให้ ครม.รับทราบ แต่ไม่ต้องพิจารณาอนุมัติ เพราะมีกรอบแนวทางแก้ปัญหาครอบคลุมแล้ว
สำหรับบรรยากาศงานลดราคาสินค้าแฟชั่นเซล ที่เอ็มโพเรียม สเตเดียม ปากซอยสุขุมวิท 35 ที่ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าย่อยย่านราชประสงค์นำสินค้ามาวางขายกันอย่างคึกคัก ซึ่งห้างสรรพสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ได้นำมาลดราคาสูงสุดถึง 80% เพื่อระบายสินค้าทั้งเก่าและใหม่ ซึ่งมีทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า จากกว่า 50 ร้านค้าของบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผู้บริหารห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ดิ เอ็มโพเรียม และสยามพารากอน
ผู้จัดงานคาดว่าตลอดการจัดงานตั้งแต่วันที่ 720 พ.ค.นี้ จะมีเงินสะพัด 4050 ล้านบาท ด้านพนักงานขายแม้ได้กลับมาทำงานอีกครั้งหลังจากต้องหยุดยาว แต่ยังเกรงว่าหากการชุมนุมยืดเยื้ออาจถูกเลิกจ้าง จึงอยากให้ทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกันอย่างสงบโดยเร็ว ส่วนการช่วยเหลือจากทางการ จนถึงขณะนี้มีเพียงการสำรวจรายชื่อไปเท่านั้น
นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่ รายย่อย และผู้ประกอบอาชีพอิสระ มาแจ้งขอความช่วยเหลือ ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบด้านการจ้างงาน จากการชุมนุมทางการเมือง (ศชจ.) และผ่านทางโทรศัพท์กว่า 1,200 ราย ลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกว่า 1.1 หมื่นราย ซึ่งตัวเลขที่กระทรวงแรงงานได้รับยังไม่ตรงกับผู้ประกอบการที่แยกราชประสงค์ได้ยื่นขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลที่มีกว่า 2 หมื่นราย
ดังนั้น กระทรวงแรงงานและคณะทำงานที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย จะต้องหาตัวเลขผู้ที่ได้รับผลกระทบจริงที่ชัดเจน เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะทำงานประสานความช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการ และลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้กระทรวงแรงงานได้ให้พนักงานตรวจแรงงาน เข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ว่ามีผู้ใช้แรงงาน ลูกจ้าง ได้รับผลกระทบเช่นไร ส่วนผู้ประกอบอาชีพอิสระ หาบเร่แผงลอย ต้องประสานขอข้อมูลไปยัง กทม.ในการให้ข้อมูล ซึ่งเชื่อว่าในสัปดาห์หน้าจะได้ตัวเลขที่ชัดเจน และเห็นว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะดีขึ้นและสงบลง
8 พ.ค. บรรยากาศงานมันนี่เอ็กซ์โป 2010 วันนี้ (8 พ.ค.) ซึ่งเป็นวันหยุดราชการค่อนข้างคึกคัก มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาชมงาน โดยให้ความสนใจใช้บริการการเงินในบูธต่าง ๆ โดยเฉพาะบริการสินเชื่อทางการเงิน ของสถาบันการเงินหลายแห่ง ตั้งแต่สินเชื่อเอสเอ็มอี, สินเชื่อบ้าน, สินเชื่อรีไฟแนนซ์, สินเชื่อบุคคล, สินเชื่อการศึกษา, บัตรเครดิต, การลงทุนในกองทุนรวม, ลงทุนในทองคำ, ลงทุนในหุ้น, เปลี่ยนรถเป็นเงินสด, เปลี่ยนบ้านเป็นเงินสด ฯลฯ ไปจนถึงเงินฝากในรูปแบบต่างๆ เช่น บัญชีเงินฝากพิเศษดอกเบี้ย 4.75 เปอร์เซ็นต์ ออมทรัพย์แบบประกันชีวิต การประกันชีวิตในรูปแบบต่างๆ รวมทั้ง การประกันสุขภาพ การประกันโรคร้าย เช่น มะเร็ง ไปจนถึงการประกันภัยร้ายแรง
สำหรับงานมันนี่เอ็กซ์โป 2010 ครั้งนี้ มีธนาคาร สถาบันการเงิน หน่วยงานรัฐและเอกชน เข้าร่วมกว่า 200 แห่ง โดยมีบริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินหลายรูปแบบ โดยเฉพาะสินเชื่อดอกเบี้ยเริ่มต้นร้อยละ 0 และผลิตภัณฑ์เงินฝากควบประกันดอกเบี้ยสูงสุดถึงร้อยละ 6 ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดในงานนี้ไม่ต่ำกว่า 130,000 ล้านบาท ซึ่งงานมันนี่เอ็กซ์โป 2010 มีการแบ่งพื้นที่งานออกเป็น 8 โซน เพื่อความสะดวกของประชาชนที่ไปทำธุรกรรมการเงิน เช่น โซนการเงิน, โซนการลงทุน, โซน SET in the City, โซนที่ปรึกษาการเงิน, โซนนอนแบงก์, ไปจนถึงโซนประกัน และโซนน้องใหม่ โซนประกันสุขภาพ ที่กำลังมาแรงในสังคมคนรุ่นใหม่.







