
เอกสิทธิ์คุ้มครองทางการทูต (ตอนที่ 2)
หลังจากสัปดาห์ที่แล้ว เราได้รู้จักกับเอกสิทธิ์คุ้มครองทางการทูตคืออะไร และมีที่มาที่ไปอย่างไร สัปดาห์นี้มาเจาะลึกกันลงไปในรายละเอียดและสาระสำคัญของเรื่องนี้กันดีกว่าครับ
หลังจากสัปดาห์ที่แล้ว เราได้รู้จักกับเอกสิทธิ์คุ้มครองทางการทูตคืออะไร และมีที่มาที่ไปอย่างไร สัปดาห์นี้มาเจาะลึกกันลงไปในรายละเอียดและสาระสำคัญของเรื่องนี้กันดีกว่าครับ
วัตถุประสงค์ของเอกสิทธิ์ทางการทูตโดยหลักใหญ่ใจความคือ เป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่ทางการทูตในการปฏิบัติภารกิจทางการทูตเพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือและทำความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างประเทศเอกราชทั้งหลาย เจ้าหน้าที่ทางการทูตไม่สามารถใช้เอกสิทธิ์ทางการทูตเพื่อประโยชน์ส่วนตัวได้ในทุกกรณี
การละเมิดเอกสิทธิ์คุ้มครองทางการทูต ก็หมายความว่าประเทศที่รับนักการทูตต่างประเทศเข้าไปประจำการไม่ปฏิบัติตามอนุสัญญาเวียนนาที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูตนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการละเมิดบุคคลหรือการละเมิดโดยการปฏิบัติทางกฎหมายก็ตาม
ในอนุสัญญาเวียนนาดังกล่าว จะมีการระบุประเภทของเจ้าหน้าที่การทูตว่าใครบ้างที่อยู่ในข่ายได้รับความคุ้มครองทางการทูตและมีเอกสิทธิ์ทางการทูตและขอบเขตของการได้รับความคุ้มครองกว้างขวางแค่ไหน เช่น เอกอัครราชทูต อัครราชทูต และบรรดาเจ้าหน้าที่การทูตตำแหน่งรองๆ ลงมา รวมทั้งสมาชิกของผู้ปฏิบัติงานในสถานทูตที่ทำหน้าที่คล้ายๆ ผู้ช่วยหรือผู้อำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่ทางการทูต เช่น เสมียน นักพิมพ์ดีด และเจ้าหน้าที่จัดซื้อ นอกจากนั้นยังรวมถึงบรรดาเจ้าหน้าที่บริการ เช่น คนขับรถ คนทำสวน คนทำสำรับกับข้าวและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เป็นต้น กล่าวโดยสรุปได้ว่าขอบข่ายของความคุ้มครองทางการทูตและเอกสิทธิ์ทางการทูตจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งและงานทางการทูตของเจ้าหน้าที่การทูตในแต่ละประเทศ
อนุสัญญาเวียนนายังได้ระบุถึงหน้าที่ ระเบียบปฏิบัติ และพฤติกรรมของบรรดานักการทูตไว้อย่างชัดเจน เช่น เจ้าหน้าที่การทูตจะต้องเคารพในกฎหมายและกฎระเบียบของประเทศผู้รับ เจ้าหน้าที่การทูตจะต้องไม่เข้าไปวุ่นวายหรือแทรกแซงกิจการที่ถือเป็นการภายในของประเทศผู้รับ เจ้าหน้าที่การทูตจะต้องไม่ใช้สถานที่ทางการทูตไปเพื่อกิจการใดๆ ที่นอกเหนือหรือไม่อยู่ในข้อตกลงทางการทูตระหว่างประเทศผู้ส่งและประเทศผู้รับ
มีเนื้อหาในบางมาตราของอนุสัญญาเวียนนาที่ถือว่าเป็นที่เข้าใจกันทั่วโลก เช่น มาตรา 29 ของอนุสัญญาที่ระบุไว้โดยรวมๆ ว่า บุคคลที่ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทางการทูตจะไม่สามารถถูกละเมิดได้ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของการจับกุมหรือการกักกันคุมขังก็ตาม ประเทศผู้รับจะต้องปฏิบัติต่อเจ้าหน้าที่การทูตด้วยความเคารพและจะต้องดำเนินการทุกรูปแบบที่จะป้องกันภัยอันตรายที่อาจจะเกิดแก่ตัวบุคคล เสรีภาพ และเกียรติภูมิของบรรดาเจ้าหน้าที่การทูตอย่างเต็มที่ เป็นต้น
นอกจากอนุสัญญาเวียนนาที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูตแล้ว ยังมีอนุสัญญาเวียนนาที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ทางกงสุล Vienna Convention on Consular Relations อีกฉบับที่มักใช้คู่กัน ซึ่งเราจะมาว่ากันในสัปดาห์หน้าอีกครั้งครับ







