posttoday
วิกฤตการเมือง–ศก.

วิกฤตการเมือง–ศก.

18 มกราคม 2557

ในปี พ.ศ. 2551 ช่วงปลายวาระที่สองของผมในฐานะประธานคณะกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหอการค้าไทย มีภาวะวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองเกิดขึ้นในสมัยของรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช ต่อด้วยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และมาจบลงที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี

ในปี พ.ศ. 2551 ช่วงปลายวาระที่สองของผมในฐานะประธานคณะกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหอการค้าไทย มีภาวะวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองเกิดขึ้นในสมัยของรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช ต่อด้วยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และมาจบลงที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี

เพื่อความสะดวกของผู้อ่านขอคัดลอกบันทึกที่ปรากฏในหนังสือฉลองครบรอบ 80 ปี หอการค้าไทย ที่ได้สรุปเรื่องดังกล่าวไว้ ดังต่อไปนี้

“ภาวะเศรษฐกิจไทยภายใต้ความแตกแยกทางการเมือง

เมื่อเข้าสู่ พ.ศ. 2550 เศรษฐกิจไทยต้องประสบปัญหามากมายทั้งจากปัจจัยต่างประเทศ คือ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศคู่ค้าของไทยหลายประเทศทั่วโลก ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐ การแข็งค่าของเงินยูโร ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น และที่สำคัญ คือ ความแตกแยกทางการเมืองภายในประเทศที่ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนตกต่ำลงกว่าเดิมมาก อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกของปี 2550 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ที่ร้อยละ 4.8 ลดลงจากปี 2549 ไม่มากนัก

ผลกระทบจากความแตกแยกทางการเมืองมาปรากฏชัดเจนขึ้นในปี 2551 ในช่วงไตรมาสแรกของปี ประเทศไทยมีรัฐบาลชุดใหม่มาจากการเลือกตั้ง ทำให้ผู้บริโภคและนักลงทุนมีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทยเพิ่มมากขึ้น แต่เมื่อเข้าสู่ไตรมาส 2 ของปี เกิดการชุมนุมต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอย่างยืดเยื้อต่อเนื่องถึง 193 วัน ในยุคของรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช

จนนำมาสู่การออกพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2551

หลังจากนั้นเพียง 2 วัน หอการค้าไทยซึ่งเล็งเห็นว่า การออกพระราชกำหนดฯ ดังกล่าวย่อมส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง จึงออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องยกเลิกพระราชกำหนดฯ และยุติความขัดแย้งโดยเร็ว ก่อนที่สถานการณ์การเมืองในประเทศจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง และอาจถึงขั้นหมดความเชื่อถือจากนักลงทุนโดยสิ้นเชิง

แถลงการณ์ฉบับต่อมาของหอการค้าไทยในวันที่ 11 ก.ย. 2551 ในวันที่นายสมัคร สุนทรเวช พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีใจความสำคัญว่า ผู้นำคนใหม่จะต้องสามารถแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศให้ได้ และจะต้องมีจริยธรรมและจรรยาบรรณ มีความโปร่งใสในการบริหารงาน และชี้ว่าหากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองยังยืดเยื้อต่อไป เศรษฐกิจของไทยจะเสียหายนับแสนล้านบาท

แต่สถานการณ์ทางการเมืองก็ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต

เมื่อนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยังคงเห็นว่า นายสมชายเป็นตัวแทนของระบอบทักษิณ และยังคงมีนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 จนทำให้เกิดเหตุการณ์ปิดล้อมรัฐสภาในวันที่ 7 ต.ค. 2551 และการปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิในเดือน พ.ย. 2551 จนเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง

นอกจากการเมืองในประเทศแล้ว ปัจจัยภายนอก เช่น ความถดถอยทางเศรษฐกิจของสหรัฐ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทยด้วย ภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยวและการส่งออก โดยคำสั่งซื้อจากต่างประเทศได้เริ่มลดลงแล้ว อันเป็นผลมาจากความต้องการในประเทศต่างๆ ที่เป็นตลาดหลักของไทยลดลง

ความห่วงใยในความตกต่ำของเศรษฐกิจไทยจากวิกฤตการณ์ทั้งหลายที่ถาโถมเข้ามาในไตรมาสสุดท้ายของปี 2551 นำมาสู่แถลงการณ์ของหอการค้าไทยอีก 2 ฉบับ คือ แถลงการณ์กรณีการเกิดภาวะเศรษฐกิจโลกและปัญหาการเมืองภายในประเทศที่ยืดเยื้อในวันที่ 27 ต.ค. 2551 และแถลงการณ์กรณีเหตุการณ์ผู้ชุมนุมประท้วงรัฐบาลโดยการปิดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองในวันที่ 29 พ.ย. 2551

แถลงการณ์ฉบับวันที่ 27 ต.ค. 2551 แสดงความห่วงใยในวิกฤตทางเศรษฐกิจของไทยที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมือง และขอความร่วมมือจากภาคเอกชนว่าจะต้องพัฒนาตนเองให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น พึ่งพารัฐบาลให้น้อยที่สุด เนื่องจากรัฐบาลไม่อยู่ในสภาพที่จะบริหารจัดการหรือดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจได้

ส่วนแถลงการณ์ในวันที่ 29 พ.ย. 2551 กล่าวถึงการที่รัฐบาลหมดความชอบธรรมในการบริหาร เพราะไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ความขัดแย้งได้

ส่วนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเองก็ทำเกินกว่าขอบเขตของกฎหมาย คือ ปิดล้อมและยึดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ได้สร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง และได้เสนอทางแก้ไขคือ รัฐบาลต้องเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองอื่นเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล หรือมิเช่นนั้นก็ต้องยุบสภาคืนอำนาจให้แก่ประชาชน”

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว