posttoday
รัฐบาล-กกต. ขิงก็ราข่าก็แรง

รัฐบาล-กกต. ขิงก็ราข่าก็แรง

16 มกราคม 2557

ขิงก็ราข่าก็แรง ทั้งรัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่กำลังเปิดเกมยื้อยุดฉุดกระชากลากถู

ธนพล บางยี่ขัน

ขิงก็ราข่าก็แรง ทั้งรัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่กำลังเปิดเกมยื้อยุดฉุดกระชากลากถู จนยากจะฟันธงได้ว่าการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้ จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่นมากน้อยแค่ไหน กับช่วงเวลาที่งวดเข้ามาจนเหลืออีกเพียงแค่ 16 วัน ที่สำคัญความระหองระแหงระหว่างทั้งสองฝ่ายกำลังจะยิ่งซ้ำเติมให้เส้นทางสู่การเลือกตั้งมีปัญหามากยิ่งขึ้น

แน่นอนว่าแรงกดดันจากทั้ง “มวลมหาประชาชน” ซึ่งปักหลักชัตดาวน์กรุงเทพฯ ต่อเนื่องจนเข้าสู่วันที่ห้า รวมทั้งเสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจ องค์กรเอกชน ไปจนถึงสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่เป็นห่วงว่าการใช้งบประมาณ 3,800 ล้านบาท ดำเนินการเลือกตั้งอาจสูญเปล่า ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้รัฐบาลไม่อาจยึดเพียงแต่ข้อกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญเดินหน้าสู่การเลือกตั้งตามที่พระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งพร้อมใช้เป็นหลักยึดอ้างอิงมาโดยตลอดว่ารัฐบาลไม่มีอำนาจเลื่อนการเลือกตั้งได้

ระยะหลังเมื่อถูกบีบหนักเข้า รัฐบาลแม้จะยืนกรานจุดยืนเดิมคือการเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง แต่ก็เริ่มเสียงอ่อยพร้อมเปิดช่องให้ทาง กกต.เสนอรายละเอียดประกอบว่าจะใช้ช่องทางไหน ใช้กฎหมายอะไรในการเลื่อนวันเลือกตั้ง หลังจากที่ผ่านมาพยายามโบ้ยให้เป็นความรับผิดชอบของ กกต.ที่มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง

สาเหตุสำคัญที่รัฐบาลต้องการยืนกรานจัดเลือกตั้งให้ได้นั้น เพราะหากสามารถยื้อไปจนมีการเลือกตั้งได้จริง รัฐบาลย่อมสามารถใช้ผลการเลือกตั้งสร้างความชอบธรรมด้วยคะแนนเสียงที่มาจากประชาชนทั้งประเทศ ตอบโต้กับมวลมหาประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวปิดกรุงเทพฯ อยู่ในเวลานี้

นั่นทำให้รัฐบาลเปิดเกมรุกกลับหาแนวร่วมเพื่อเดินหน้าลุยเลือกตั้ง 2 ก.พ. โดยนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธานประชุมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ 45 หน่วยงานจากทั้งหมด 71 หน่วยงานที่รัฐบาลได้ส่งหนังสือร่วมประชุม ซึ่งสุดท้ายผลออกมาตามคาด เมื่อ พงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ แถลงผลสรุปว่า เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าต้องจัดการการเลือกตั้งตามพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง เพราะไม่มีบทบัญญัติให้นายกฯ และ กกต.เลื่อนการเลือกตั้งออกไป โดยนายกฯ พร้อมสนับสนุนเต็มที่

รอยร้าวระหว่างสองฝั่งเริ่มชัดเจนขึ้น เมื่อ กกต.ทั้ง 5 คนปฏิเสธไม่เข้าร่วมหารือในการประชุมครั้งนี้ แต่มอบหมายให้ ภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. เป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุม เหมือนรู้อยู่แล้วว่าในเวทีดังกล่าว กกต.จะกลายเป็นเป้าที่ถูกรุมถล่มถึงท่าทีความไม่แสดงออกถึงความพยายามจัดการเลือกตั้ง จนเกรงว่าการเลื่อนเลือกตั้งออกไปจะยิ่งสุ่มเสี่ยงที่จะนำไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น

ไม่น่าแปลกที่ กกต.จะตกเป็นจำเลยในเวทีนี้ เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มรับตำแหน่ง ก็ส่งสัญญาณเป็นห่วงมาตามลำดับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะนำไปสู่ความขัดแย้งและสุ่มเสี่ยงที่จะบานปลายกลายเป็นความรุนแรง แถมแบ่งรับแบ่งสู้ว่าพร้อมจัดการเลือกตั้ง แต่เสนอให้รัฐบาลเลื่อนการเลือกตั้งออกไป จนสุดท้ายได้ทำหนังสือเป็นทางการไปถึงรัฐบาลให้เลื่อนการเลือกตั้งด้วยเหตุ 6 ข้อ

ทั้งประเด็นผู้ชุมนุมประท้วงขัดขวางการรับสมัครเลือกตั้ง ทำให้ไม่สามารถรับสมัครเลือกตั้ง รวม 28 เขตเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังมี 16 เขตเลือกตั้ง ที่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเพียงคนเดียวจากพรรคการเมืองเดียว ซึ่งอาจจะต้องมีการเลือกตั้งหลายครั้ง และสิ้นเปลืองงบประมาณ รวมไปถึงเหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงรับสมัครจนมีการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ทำให้เล็งเห็นว่าการจัดการเลือกตั้งในอนาคตน่าจะมีเหตุการณ์ที่มีความขัดแย้งรุนแรง อาจมีการสูญเสียเพิ่มขึ้นอีก

ที่สำคัญมีปัญหาในการสรรหาและแต่งตั้งเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งในหลายพื้นที่ไม่ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในเขตภาคใต้

ข้อเรียกร้องของ กกต.ดูจะไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาล ดังจะเห็นได้จากการที่รัฐบาลนัดประชุมร่วมกับ 71 หน่วยงาน เพื่อหาแนวร่วมไปคัดง้างกับ กกต.

ขณะที่ทางฝั่ง กกต.ก็ไม่ได้ยอมง่ายๆ แต่หาทางออกด้วยการเป็นเจ้าภาพเชิญนายกฯ ยิ่งลักษณ์ มาหารือถึงทางออกการจัดการเลือกตั้ง แต่จากความพยายามที่ สมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ต่อสายไปถึง พงศ์เทพ และสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกฯ กว่า 20 ครั้ง แต่ไม่มีการรับสาย ดังนั้นจึงจะเปลี่ยนวิธีเป็นการทำหนังสือนัดหมายมาหารือในวันที่ 17 ม.ค. เวลา 10.00 น. และหากยังไม่มาก็จะทำหนังสือนัดประชุมต่อไปเรื่อยๆ

สัญญาณความขัดแย้งที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ จึงยิ่งทำให้เส้นทางสู่การเลือกตั้งคงจะต้องยื้อกันต่อไป

สุดท้ายปัญหานี้คาดว่าคงจะต้องไปจบลงที่ศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะเป็นผู้พิจารณาในหลายประเด็นเริ่มตั้งแต่อำนาจในการเลื่อนวันเลือกตั้งที่จะสามารถทำได้หรือไม่ หรือใครจะเป็นผู้มีอำนาจเลื่อนวันเลือกตั้ง รวมไปถึงประเด็นที่รัฐธรรมนูญมาตรา 108 บัญญัติให้วันเลือกตั้งต้องกำหนดให้เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร แต่ยังมีผู้ที่ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากมีกลุ่มผู้ชุมนุมไปขัดขวางหลายพื้นที่ ซึ่งอาจจะกลายเป็นปัญหากระทบกับผลการเลือกตั้งในที่สุด

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน