
ศาล รธน.ชี้ชะตาเลือกตั้ง
วิวาทะว่าด้วยการเลื่อนการเลือกตั้งระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และรัฐบาล เริ่มทวีความเข้มข้นมากขึ้น เมื่อต่างฝ่ายต่างปฏิเสธว่าตัวเองไม่มีอำนาจในการพิจารณาเลื่อนวันเลือกตั้งตามกำหนดวันที่ 2 ก.พ.ออกไป ทั้งที่ทั้งคู่ต่างเป็นผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2556
วิวาทะว่าด้วยการเลื่อนการเลือกตั้งระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และรัฐบาล เริ่มทวีความเข้มข้นมากขึ้น เมื่อต่างฝ่ายต่างปฏิเสธว่าตัวเองไม่มีอำนาจในการพิจารณาเลื่อนวันเลือกตั้งตามกำหนดวันที่ 2 ก.พ.ออกไป ทั้งที่ทั้งคู่ต่างเป็นผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2556
ที่ผ่านมา ฝ่ายรัฐบาลอ้างว่าการจัดการเลือกตั้งเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของ กกต. ส่วนรัฐบาลมีหน้าที่อำนวยความสะดวกและให้การสนับสนุนด้านงบประมาณตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงวันเลือกตั้งจึงเป็นอำนาจของ กกต. ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบด้วยรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2554
โดยเฉพาะมาตรา 78 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าวบัญญัติให้ กกต.สามารถเลื่อนการเลือกตั้งออกไปได้ หากในพื้นที่ใดมีเหตุการณ์ความวุ่นวาย
แต่ กกต.กลับมองว่า ตัวเองไม่มีอำนาจ โดยอ้างว่าในเมื่อรัฐบาลเป็นผู้มีอำนาจในการเสนอพระราชกฤษฎีกายุบสภาและกำหนดวันเลือกตั้ง ก็ย่อมเป็นผู้มีหน้าที่แก้ไขหรือเปลี่ยนวันเลือกตั้ง เพราะ กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้เป็นที่เรียบร้อยและให้เสร็จทันภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างมีความเห็นทางกฎหมายไม่ตรงกันในลักษณะที่ไม่สามารถหาทางออกได้ ทำให้ กกต.เตรียมใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญมาตรา 214 เพื่อยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ
มาตรา 214 ระบุเป็นลายลักษณ์อักษรว่า “ในกรณีที่มีความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ระหว่างรัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มิใช่ศาลตั้งแต่สององค์กรขึ้นไป ให้ประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี หรือองค์กรนั้น เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย”
จากบทบัญญัตินี้เปิดช่องให้ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม หรือ “ศุภชัย สมเจริญ” ประธาน กกต. เป็นผู้มีอำนาจยื่นเรื่องให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยโดยตรงได้
ดังนั้น มีความเป็นไปได้สูงว่า ถ้าที่สุดแล้วในวันที่ 1516 ม.ค.รัฐบาลและ กกต.ไม่สามารถหาข้อสรุปที่ตรงกัน ก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตา เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร ซึ่งจะเป็นคดีประวัติศาสตร์ของวงการกฎหมายไทยว่า ใครกันแน่ที่มีอำนาจในการเลื่อนวันเลือกตั้ง







