
เอกสิทธิ์คุ้มครองทางการทูต (ตอนที่ 1)
เหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นและเป็นกรณีพิพาททางการทูตระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศอินเดีย จนถึงกับทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแดนมหาภารตซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจจากเอเชียกับมหาอำนาจเบอร์ 1 ของโลกต้องระหองระแหงไปพอสมควร
เหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นและเป็นกรณีพิพาททางการทูตระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศอินเดีย จนถึงกับทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแดนมหาภารตซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจจากเอเชียกับมหาอำนาจเบอร์ 1 ของโลกต้องระหองระแหงไปพอสมควร
โดยสหรัฐอเมริกากล่าวหาว่ารองกงสุลใหญ่ของประเทศอินเดียในมหานครนิวยอร์ก ทำการปลอมแปลงเอกสารเกี่ยวกับวีซ่าและแจ้งเท็จเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของคนใช้ โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐอเมริกาถึงกับต้องจับรองกงสุลอินเดียแก้ผ้าตรวจค้นร่างกายและทำการกักขังชั่วคราวเพื่อสอบสวนหาสาเหตุ ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลอินเดียก็กล่าวหาสหรัฐอเมริกาว่าละเมิดเอกสิทธิ์คุ้มครองทางการทูตต่อเจ้าหน้าที่การทูตประเทศของตนและทำการเรียกทูตของตนกลับประเทศแล้ว พร้อมทั้งออกมาตรการตอบโต้ทางการทูตต่อสหรัฐอเมริกาทันที
สำหรับท่านผู้อ่านหลายท่านอาจจะยังงงๆ อยู่ว่า เอกสิทธิ์คุ้มครองทางการทูตคืออะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร การละเมิดคืออะไร สัปดาห์นี้ผู้เขียนได้นำเรื่องราวเกี่ยวกับเอกสิทธิ์คุ้มครองทางการทูตมาฝากท่านผู้อ่านครับ เพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อการคิดวิเคราะห์เวลาอ่านเจอเรื่องราวที่เกิดขึ้นเหมือนกรณีข้างต้น
เอกสิทธิ์คุ้มครองทางการทูต หมายความง่ายๆ คือ สิทธิพิเศษหลายชนิดที่บรรดาเจ้าหน้าที่ทางการทูตตามระดับยศชั้นและตำแหน่งต่างๆ ได้รับแบบไม่เท่ากัน เช่นเอกสิทธิ์คุ้มครองด้านกฎหมายอาญา กฎหมายแพ่ง และกฎหมายปกครอง หมายความว่าบรรดาเจ้าหน้าที่การทูตจะได้รับการยกเว้นจากการถูกตั้งข้อกล่าวหาต่างๆ รวมทั้งการขึ้นศาลของประเทศที่ไปประจำอยู่ (มียกเว้นเฉพาะในบางกรณีที่จะต้องรับข้อกล่าวหาและขึ้นศาล เช่น การผิดกฎจราจรในสหรัฐอเมริกา) เอกสิทธิ์คุ้มครองด้านการเสียภาษีต่างๆ หมายความว่า บรรดาเจ้าหน้าที่ทางการทูตได้รับการยกเว้นด้านการเสียภาษีที่คนธรรมดาทั่วไปต้องเสีย นอกจากนั้นยังรวมถึงเอกสิทธิ์คุ้มครองด้านสิทธิเสรีภาพและการให้ความเคารพส่วนบุคคล และเอกสิทธิ์คุ้มครองด้านที่อยู่อาศัยของเจ้าหน้าที่การทูต เป็นต้น
เอกสิทธิ์คุ้มครองทางการทูตถูกระบุไว้อย่างละเอียดในเอกสารทางกฎหมายที่เรียกว่า อนุสัญญาเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูต (Vienna Convention on Diplomatic Relations) ซึ่งมีการลงนามกันเมื่อวันที่ 16เม.ย. 1961 และมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 1964 เป็นต้นมา โดยปัจจุบันมีประเทศสมาชิกที่ให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาดังกล่าวแล้ว 178 ประเทศทั่วโลก
สัปดาห์หน้ามาติดตามต่อครับว่าวัตถุประสงค์และรายละเอียดของเอกสิทธิ์ทางการทูต ซึ่งอยู่ภายใต้อนุสัญญาเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูตนั้นเป็นอย่างไร







