posttoday
สั่งห้ามเข้า7พื้นที่8อาคารบล็อกยางรถ-เครื่องเสียง

สั่งห้ามเข้า7พื้นที่8อาคารบล็อกยางรถ-เครื่องเสียง

13 มกราคม 2557

ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ได้ประกาศคำสั่ง ให้ตำรวจควบคุมฝูงชนดูแลความเรียบร้อยตามพื้นที่ต่างๆ ทันที หลัง สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะ กรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ประกาศนำมวลชนชัตดาวน์ปิดกรุงเทพฯ วันที่ 13 ม.ค.นี้

ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ได้ประกาศคำสั่ง ให้ตำรวจควบคุมฝูงชนดูแลความเรียบร้อยตามพื้นที่ต่างๆ ทันที หลัง สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะ กรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ประกาศนำมวลชนชัตดาวน์ปิดกรุงเทพฯ วันที่ 13 ม.ค.นี้

คำสั่งจาก ศอ.รส.ประกาศผ่านแถลงการณ์โดย พล.ต.ต.อนุชา รมยะนันทน์ รองโฆษก ศอ.รส. ระบุห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ บรรทุกเครื่องมืออุปกรณ์ที่นำมาใช้หรือสนับสนุนเพื่อขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในการรักษาความสงบเรียบร้อย เช่น ทราย ปูนซีเมนต์ กระสอบ ไม้ไผ่ ยางรถยนต์ หรือเครื่องขยายเสียงที่มีกำลังขยายตั้งแต่ 1 กิโลวัตต์ขึ้นไป

นอกจากนี้ ประกาศ ศอ.รส.ยังห้ามบุคคลเข้าหรือออกจากบริเวณพื้นที่ อาคาร หรือสถานที่ที่กำหนด และห้ามใช้เส้นทางคมนาคม รวมถึงยานพาหนะ ทั้งนี้เพื่อป้องกันปราบปราม ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์ในพื้นที่ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และห้ามบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดซึ่งมีพฤติการณ์อันอาจก่อให้เกิดความไม่สงบหรือกระทำการยั่วยุ ปั่นป่วน เข้าหรือต้องออกจากบริเวณพื้นที่ และอยู่ห่างในรัศมี 50 เมตร คือ 1.แยกศาลาแดง 2.แยกปทุมวัน 3.แยกราชประสงค์

4.แยกอโศก 5.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และถนนบริเวณโดยรอบ 6.แยกลาดพร้าว และ 7.ถนนราชดำเนิน กลาง ตั้งแต่แยกคอกวัว ต่อเนื่องถนนราชดำเนินนอกถึงแยก จปร.

รวมถึงห้ามบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดเข้าหรือต้องออกจากบริเวณพื้นที่ ดังต่อไปนี้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 1.ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ 2.บริษัท กสท โทรคมนาคม สำนักงานใหญ่ (แจ้งวัฒนะ) 3.บริษัท ทีโอที (แจ้งวัฒนะ) 4.สถานีดาวเทียมไทยคม จ.นนทบุรี

5.สถานีให้บริการภาคพื้นดินไทยคม ลาดหลุมแก้ว 6.บริษัท กสท โทรคมนาคม ส่วนบริการอินเทอร์เน็ต ฝ่ายสื่อสารข้อมูล (บางรัก) 7.วิทยุการบินแห่งประเทศไทย และ 8.สโมสรตำรวจ

ทั้งนี้ ศอ.รส.สั่งการให้หน่วยปฏิบัติที่ดูแลการชุมนุมไม่อนุญาตให้กองร้อยควบคุมฝูงชน พกพาอาวุธปืนโดยเด็ดขาด ให้จัดอุปกรณ์สนับสนุน คุ้มครองความปลอดภัยให้กับตำรวจ เช่น เสื้อเกราะกันกระสุน รวมถึงการใช้กำลังให้เป็นไปตามหลักสากล ตามความจำเป็น เหมาะสม โปร่งใส

พร้อมย้ำให้ตำรวจใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นการสร้างเงื่อนไขให้เกิดเหตุการณ์บาน ปลายตามมา นอกจากนี้ ในส่วนการป้องกันกำลังพล ศอ.รส.จัดชุดป้องกันและเผชิญเหตุ สามารถป้องกันเหตุได้ตามสมควรในกรอบของกฎหมาย โดยเฉพาะการเผชิญหน้ากับมือที่สามเพื่อดูแลตำรวจ

พล.ต.ต.อนุชา กล่าวว่า กำลังตำรวจที่ใช้จะมีทั้งหมด 56 กองร้อย และยังมีกำลังจากทหารอีก รวมแล้ว กว่า 1 หมื่นนาย

นอกจากนี้ ศอ.รส.ได้ทำหนังสือไปยังกรรมการสิทธิมนุษยชน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และโคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อให้ส่งตัวแทนเข้าสังเกตการณ์การทำหน้าที่ของตำรวจ เพื่อให้ได้เห็นความจริงในสถานการณ์จริง

“ที่ผ่านมามีการทำหนังสือไปยังองค์กรเหล่านี้แล้วเพื่อให้มาสังเกตการณ์ แต่ถูกปฏิเสธทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะเชิญไปอีกครั้งเพื่อให้มาดูว่าตำรวจทำงานอย่างไรภายใต้สถานการณ์เช่นนี้”

พล.ต.ต.อนุชา ย้ำอีกว่า การข่าวยังพบว่ามีกลุ่มที่พยายามสร้างสถานการณ์รุนแรงเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ได้ประเมินไว้ว่าการชุมนุมปิดกรุงเทพฯ ครั้งนี้จะยืดเยื้ออย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว